ข่าว

ชาวเมืองลับแลรุมต้าน สร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล

ชาวเมืองลับแลรุมต้าน สร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล

11 มิ.ย. 2556

ชาวเมืองลับแลรุมต้าน สร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ : โดย...บุญพิมพ์ ใบยา

               แผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวิตมวลที่ จ.อุตรดิตถ์ จุดประกายหลายพื้นที่ทั้ง อ.ทองแสนขัน และอ.ท่าปลา แต่เงียบหายไปหลังมีกระแสต้านจากภาคประชาชน แต่ที่เป็นจริงเป็นจัง ดำเนินการอย่างเป็นระบบ จ้างบริษัทเอกชนเตรียมข้อมูล จัดงบประมาณให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องศึกษาดูงานโรงไฟฟ้าชีวมวล จ.สุรินทร์ แม้ยังไม่ได้ยื่นหนังสือต่อสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเพื่อขอดำเนินการก่อสร้างอย่างถูกต้อง แต่กระแสการคัดค้านของประชาชนในพื้นที่ก่อสร้างและรัศมีก่อสร้างก็เริ่มขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ

                เดือนมีนาคมที่ผ่านมา นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน ผู้ว่าฯอุตรดิตถ์ เป็นประธานการประชุมรับฟังความเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล ต.ประเสริฐ ไบโอแมส จำกัด ของบริษัท ต.ประเสริฐ ไบโอแมส จ.อุตรดิตถ์ โดยมีส่วนราชการและตัวแทนภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ซึ่งนายเรืองศักดิ์ เตียเอี่ยมดี กรรมการผู้จัดการบริษัท ต.ประเสริฐ ไบโอแมส จำกัด นำผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม วิศวกร จากบริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินการศึกษาและจัดทำรายงานการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นมานำเสนอข้อมูล จากนั้นได้นำผู้เกี่ยวข้องทั้งหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน เอกชนและสื่อมวลชน เดินทางไปดูงานการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานชีวะที่ได้จากการการเกษตรที่ จ.สุรินทร์

                ซึ่ง 2 ขั้นตอนของผู้ประกอบการดูเหมือนไม่มีปัญหาใดๆ ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวิมวลใน จ.อุตรดิตถ์ เพราะเงียบสงบ ไร้คลื่นใต้ดิน ทำให้บริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3 แห่ง คือ อบต.วังแดง อ.ตรอน สถานที่ก่อสร้าง อบต.ไผ่ล้อม อ.ลับแล และ เทศบาลตำวังกะพี้ อ.เมือง พื้นที่รัศมีที่ได้รับผลกระทบตามกฎหมาย เพื่อลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน

                โดยบรรยากาศที่ตำบลวังกะพี้ จุดแรกที่ลงพบปะประชาชน 3 หมู่บ้านคือ หมู่ 6 หมู่7 และหมู่ 8 ชาวบ้านเรียกร้องให้ลงมติ "เห็นด้วย" หรือ "ไม่เห็นด้วย" เป็นการลงเสียงเชิงลับ มีคูหาให้เข้าไปใช้สิทธิ์แสดงความคิดเห็นพร้อมเปิดหีบนับคะแนนชัดเจน เสียงส่วนใหญ่เกินร้อยละ 80 คือ "ไม่เห็นด้วย" และที่ประชุมรับฟังความเห็นครั้งที่ 2 ที่สหกรณ์การเกษตรเมืองตรอน จำกัด ซึ่งเป็นสถานที่ที่ประชาชนผู้ต่อต้านได้ประชันหน้ากับผู้ประกอบการโดยตรงและมีมวลชนต่อต้านกว่า 800 คน จากตำบลวังกะพี้ ชูป้ายคัดค้าน เสนอตัวเข้าร่วมรับฟัง จนต้องเชิญนายเฉลิมชัย เฟื่องคอน ผู้ว่าฯ อุตรดิตถ์ มาเป็นตัวกลางในการประชุม สุดท้ายก็ไม่สามารถหาข้อสรุปใดๆ ได้

               นายอนิรุธ ครุฑเมือง นายกเทศมนตรีตำบลวังกะพี้ กล่าวว่า ที่ชาวตำบลวังกะพี้ออกมาต้านไม่เอาโรงไฟฟ้าชีวมวล แม้โครงการจะสร้างที่หมู่ 1 ต.วังแดง อ.ตรอน แต่ชาววังกะพี้ได้รับผลกระทบโดยตรง คือ หมู่ 6-7-8 ต.วังกะพี้ พื้นที่การเกษตรส่วนใหญ่คือที่นา กว่า 1 หมื่นไร่ ประกอบกับความไม่จริงใจของผู้ประกอบการ มีการนำผู้นำท้องถิ่นไปศึกษาดูงานที่ จ.สุรินทร์ ทุกคนพยายามขอร้องให้นำไปสอบถามชาวบ้านโดยรอบโรงไฟฟ้า แต่ได้รับการปฏิเสธ ลงพื้นที่พบปะชาวบ้านนำเสนอแต่ข้อดี และสหกรณ์การเกษตรเมืองตรอน จำกัด ได้ขอให้ผู้ประกอบการนำเสนอผลสรุปการลงมติของชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วย และเสนอข้อมูลจริงที่ได้รับทราบจากพื้นที่ จ.สุรินทร์ กลับได้รับปฏิเสธ

               "เพราะเป็นเรื่องใหม่ ตนในฐานะผู้บริหารท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้ง การทำงานทุกอย่างต้องเปิดเผย หลังไปศึกษาดูงานตามคำเชิญของผู้ประกอบการ มีการจัดกลุ่มของผู้นำท้องถิ่นวังกะพี้ ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ส.ท.และตัวแทนชาวบ้าน ด้วยงบประมาณส่วนตัวไปที่ จ.ร้อยเอ็ด และจ.สุรินทร์ แต่ไม่เข้าใจส่วนของโรงไฟฟ้า ประสานผู้นำพื้นที่ดูบริเวณล้อมรอบและสอบถาม มีการจัดเก็บข้อมูล บทสัมภาษณ์ถึงผลกระทบที่ชาวบ้านได้รับ โดยเฉพาะผลผลิตข้าวที่ลดลง มลพิษทางอากาศ สุขภาพประชาชน ไม่พบข้อดีหลังก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งจะให้ชาววังกะพี้ยอมรับได้อย่างไร เบื้องต้นเมื่อแสดงความประสงค์คัดค้านแบบหัวชนฝาแล้ว มีการรวบรวมเป็นแบบรายงาน แสดงเป็นตัวเลขการลงมติจากเวทีประชาคมตำบลวังกะพี้ แยกตามหมู่บ้าน ทำเป็นหนังสือไปยังหน่วยงานทั้งระดับอำเภอ จังหวัดและส่วนกลางที่เกี่ยวข้องทุกแห่งเพื่อยืนยันว่าไม่เห็นด้วย ไม่สร้าง"

               ขณะที่นายเรืองศักดิ์ เตียเอี่ยมดี กรรมการผู้จัดการ ต.ประเสริฐ ไบโอแมส กำจัด เจ้าของโรงสีข้าว ต.ประเสริฐ กล่าวว่า การดำเนินการรับซื้อข้าวจากเกษตรกร ซึ่งมีโรงสีข้าวขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่หมู่ 8 ต.วังกะพี้ อ.เมือง รับซื้อวันละ 1,000 ตัน ส่งผลให้มีแกลบ 250 ตันต่อวัน โรงสีนำเป็นเชื้อเพลิงอบข้าว 70 ตันต่อวัน ทำให้มีแกลบจำนวนมากตกค้าง ที่ผ่านมาแก้ไขปัญหาด้วยการขนไปขายที่ จ.ปราจีนบุรี ที่มีค่าขนส่งไม่คุ้มทุน จึงตัดสินใจนำแกลบเข้าสู่การผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นโรงไฟฟ้าชีวมวล ขนาด 9.9 เมกะวัตต์ อายุการใช้งาน 25 ปี มีการหยุดบำรุงรักษาปีละ 1 เดือน บำรุงใหญ่ทุก 5 ปี มีการควบคุมมวลสารทางอากาศ โดยระบบดักฝุ่นแบบไฟฟ้าสถิต ด้วยงบในการก่อสร้าง 700 ล้านบาท

                "เราคำนึงถึงคุณภาพชีวิตและการอยู่ร่วมกัน ไม่ให้กระทบต่อประชาชนและพืชผลการเกษตร โดยเฉพาะที่นา ซึ่งโรงสีข้าว ต.ประเสริฐ อยู่ได้เพราะชาวนานำข้าวมาขาย ทำให้มีรายได้ด้านธุรกิจจนถึงปัจจุบัน ตามกฎหมายจะสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลต้องศึกษาผลกระทบในรัศมี 1 กิโลเมตร แต่ด้วยความห่วงใยเราศึกษา 3 กิโลเมตร ครอบคลุม 3 ตำบล 3 อำเภอ คือ ต.วังแดง อ.ตรอน ต.ไผ่ล้อม อ.ลับแล และต.วังกะพี้ อ.เมือง ผมจะพยายามลงพื้นที่ทำความเข้าใจยืนยันไม่สร้างปัญหาจะทำให้ทั้งโรงไฟฟ้าและประชาชนอยู่ร่วมกันได้"

               นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน ผู้ว่าฯ อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ยอมรับว่าเสียงคัดค้านของภาคประชาชนมีสูง โดยเฉพาะที่ตำบลวังกะพี้ อ.เมือง เบื้องต้นผู้ประกอบการยังไม่ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอการก่อสร้างกับอุตสาหกรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ มีเพียงการจ้างบริษัทเอกชนลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็น หากมีการยื่นเรื่องทางราชการต้องประกาศและจัดเวทีประชาคมอีกครั้ง เรื่องแบบนี้คงปิดบังประชาชนไม่ได้ ทุกอย่างต้องเป็นขั้นตอน

 

...................................................

(ชาวเมืองลับแลรุมต้าน สร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ : โดย...บุญพิมพ์ ใบยา)