ข่าว

'มาร์ค'ห่วง'ปู'ปิดกั้นหน้ากากขาว

'มาร์ค'ห่วง'ปู'ปิดกั้นหน้ากากขาว

10 มิ.ย. 2556

'อภิสิทธิ์'ซัดแดงป่วนเวทีความจริง กลัวความจริง ด้าน 'สุวัจน์' วอนหน้ากากขาว-แดง อย่าเผชิญหน้า ชี้บทเรียนในอดีตทำให้ประเทศเสียหายมาแล้ว

               10 มิ.ย.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการฟ้าวันใหม่ทางสถานีโทรทัศน์บลูสกาย ชาแนล ถึงเหตุการณ์ที่กลุ่ม นปช.บุกเวทีผ่าความจริงของพรรคที่ จ.ลำพูน เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า การที่กลุ่มนปช.ก่อกวนเวทีพรรคประชาธิปัตย์มากขึ้นคาดว่า กลัวความจริง เพราะถ้าประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มสนับสนุนรัฐบาลได้ฟังสิ่งที่พวกเราพูดก็จะเห็นชัดเจนถึงข้อเท็จจริงและเหตุผลว่าหลายเรื่องที่รัฐบาลทำอยู่ขณะนี้ไม่ตรงกับสิ่งที่เขาพูดอย่างไรบ้าง และสิ่งที่เขาเคยบอกกับคนเสื้อแดงไว้อย่างไร จึงมีความพยายามสกัดกั้น และเป็นการฟ้องถึงความไม่เป็นประชาธิปไตย ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องกล้าดำเนินคดี เพราะคิดว่าถ้าทำเป็นตัวอย่างแล้ว กรณีต่อไปน่าจะเบาลง ส่วนรัฐบาลก็ต้องส่งสัญญาณให้ชัดเจนว่าไม่ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาตนเคยพูดคุยทูต หรือชาวต่างประเทศ เขาก็เริ่มห่วงใยเรื่องดังกล่าวว่า แสดงให้เห็นว่าความไม่เป็นประชาธิปไตยในประเทศไทย จากการที่ผู้สนับสนุนรัฐบาลขัดขวางการใช้สิทธิเสรีภาพทางการเมืองของฝ่ายอื่น ๆ

                เมื่อถามว่า ขณะนี้เริ่มมีการชุมนุมของกลุ่มคนหน้ากากขาว ที่ไม่ยอมรับการบริหารงานรัฐบาลกว้างขวางมากขึ้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีความเป็นห่วงถ้ารัฐบาลยังไม่ทบทวนท่าที หากพยายามปิดกั้นการแสดงออก ก็มีโอกาสเกิดการเมืองบนถนนอีก ซึ่งรัฐบาลต้องมีจิตใจ จิตสำนึกเป็นประชาธิปไตยในการเปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงออก รวมทั้งต้องไม่ทำในสิ่งที่เป็นปัญหาความขัดแย้ง ปมประเด็นความขัดแย้ง แต่มุ่งแก้ปัญหาของประเทศ เชื่อว่าจะไม่มีเงื่อนไขอะไรที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งความรุนแรงได้

               

 

               
"สุวัจน์"วอนหน้ากากขาว-แดงอย่าเผชิญหน้า

                

                นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคชาติพัฒนา เปิดเผยถึง สถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้หลังมีม็อบกลุ่มต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหวมากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มหน้ากากขาวที่ออกมาขับไล่รัฐบาลและขณะเดียวกันกลุ่มหน้ากากแดงก็ออกมาประกาศสนับสนุน จะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์หรือบรรยากาศการลงทุนของประเทศอย่างไรหรือไม่ว่า การเมืองช่วงนี้ตนอยากให้ทุกคนช่วยกัน อย่าให้เกิดการเผชิญหน้าหรืออะไรต่างๆ ที่ทำให้เกิดความไม่เข้าใจกัน เราเคยเกิดเหตุการณ์เผชิญหน้าแล้วนำไปสู่การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งต้องยอมรับว่า การชุมนุม หรือการประท้วง ตลอดจนการเกิดความไม่เรียบร้อยในบ้านเมืองจะส่งผลต่อความไม่มั่นใจของนักลงทุน หลังเลือกตั้งที่ผ่านมาบ้านเมืองเรียบร้อยขึ้นมาก เรามีรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยที่พี่น้องประชาชนให้การยอมรับ

                "ฉะนั้นตนเห็นว่าทุกฝ่ายควรจะให้ประเทศเดินไปข้างหน้าตามครรลองของระบอบการปกครอง เมื่อครบวาระ 4 ปี เลือกตั้งเราก็ตัดสินกัน ใครชอบรัฐบาลก็เลือกต่อ ใครไม่ชอบรัฐบาลก็สามารถที่จะเปลี่ยนใจได้ นี่คือกติกาหลังเลือกตั้ง ใครได้รับเสียงข้างมากก็เข้าไปเป็นฝ่ายบริหารทำงานไป พอครบ 4 ปี พี่น้องประชาชนก็ตัดสิน ฉะนั้นตนเห็นว่า ถ้าเกิดเราสามารถที่ช่วยกันประคับประคองให้ประชาธิปไตยเราเดินหน้าไปได้ รัฐบาลอยู่ครบเทอมแล้วก็ไปตัดสินกันตอนนั้น แต่ในช่วงนี้เราจะแสดงความคิดเห็นอะไรที่จะเห็นด้วย  ไม่เห็นด้วย ก็ตำหนิติเตียนเสนอแนะอะไรต่างๆ ก็ถือเป็นเรื่องปรกติ แต่ต้องพยายามที่จะรักษาบรรยากาศของบ้านเมืองให้มีรูปแบบที่พี่น้องประชาชนทุกคนสบายใจ คือ ต้องอยู่ในกรอบ อยู่ในกติกา อยู่ในความเรียบร้อย แต่เราก็ไม่ไปปิดกั้น"  นายสุวัจน์ กล่าว

                นายสุวัจน์ กล่าวต่อว่า ถ้าใครจะบอกว่า เห็นด้วยเรื่องนั้น หรือไม่เห็นด้วยเรื่องนี้ ก็จะเป็นข้อมูลที่ทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องนำไปพิจารณา เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ฉะนั้นตนอยากเห็นการรักษาบรรยากาศที่มีความร่วมมือกัน แต่การจะแสดงความเห็นเราก็ไม่ได้ปิดกั้น แต่จะทำบรรยากาศยังไงที่ดูแล้วเรียบร้อย และเป็นบรรยากาศภายใต้ระบอบประชาธิปไตย"นายสุวัจน์ กล่าว