
เผยตัวคนแฉ!'มะกัน'เจาะข้อมูลปชช.
เผยตัวผู้ช่วยฝ่ายเทคนิค ที่เปิดโปงหน่วยงานความมั่นคงของสหรัฐ เจาะข้อมูลส่วนตัวของสาธารณชน ขณะที่ 'จอมแฉ' ถูกมองว่าอาจมีแผนแปรพักตร์ไปจีน
10 มิ.ย. 56 เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตผู้ช่วยฝ่ายเทคนิคของสำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐ หรือ CIA วัย 29 ปี ได้เปิดเผยตัวเองว่า เขาคือแหล่งข่าวที่อยู่เบื้องหลังการรั่วไหลของข่าวกรองครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ หรือ NSA และปัจจุบันเขาทำงานให้กับ บู้ซ อัลเลน แฮมิลตัน ซึ่งเป็นบริษัทคู่สัญญากับกระทรวงกลาโหมสหรัฐ
สโนว์เดน ได้อธิบายเจตนาของเขา รวมถึงอนาคตที่ไม่แน่นอน และเหตุผลที่เขาไม่ยอมซ่อนตัวอยู่หลังเงามืด // เขาทำงานให้กับ NSA นาน 4 ปี ในฐานะพนักงานของบริษัทคู่สัญญาจากภายนอก ที่รวมทั้ง บู้ซ อัลเลน แฮมิลตัน และเดลล์
หนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียน ของอังกฤษ ได้สัมภาษณ์สโนว์เดนหลายวัน โดยที่เขายอมให้เปิดเผยตัวตน นับตั้งแต่ตัดสินใจเปิดเผยเอกสารลับสุดยอดต่อสาธารณชน โดยบอกว่า เขาไม่มีความประสงค์ที่จะปิดบังว่าเขาเป็นใคร เนื่องจากไม่ได้ทำอะไรผิด // และเขากำลังจะกลายเป็นหนึ่งใน " จอมแฉ " ที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ ตามรอย แดเนียล เอลสเบิร์ก และแบรดลีย์ แมนนิ่ง ที่ร่วมกันเปิดโปงเอกสารลับทางการทูตของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ แต่สโนว์เดน กำลังเปิดโปงเอกสารของหนึ่งในองค์กรลับที่สุดของโลกอย่าง NSA
ในจดหมายที่แนบไปกับเอกสารลับ ระบุว่า เขาเข้าใจดีว่า จะต้องเดือดร้อนต่อการกระทำของตนเอง แต่ก็ยินดี ถ้ากฎหมายว่าด้วยความลับของรัฐบาล ที่มีการอนุโลมกันอย่างไม่เท่าเทียม และอำนาจบริหารที่ไม่อาจต้านทานได้ ที่กำลังปกครองโลกที่เขารัก จะถูกเปิดโปงในทันที แต่แม้จะตั้งใจเปิดเผยตัวตน แต่เขาก็ย้ำว่า ไม่ต้องการออกสื่อ ไม่ต้องการตกเป็นเป้าความสนใจ เนื่องจากไม่ต้องการให้เรื่องนี้เป็นเรื่องของเขา แต่ต้องการให้ความสนใจไปอยู่ที่การกระทำของรัฐบาล // เขารู้ว่าสื่อชอบเล่นประเด็นขัดแย้งทางการเมือง และรัฐบาลจะทำให้เขากลายเป็นคนชั่วร้าย แต่ตัวเขาหวังว่า เอกสารลับที่เขาเอาเปิดโปงจะช่วยทำให้พลเมืองทั่วโลก ได้ตระหนักว่า เราอยากอยู่ในโลกแบบไหน
เขาบอกด้วยว่า เขาใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ด้วยเงินเดือนราว 2 แสนดอลลาร์ หรือราว 6 ล้านบาท กับแฟนสาวที่บ้านในฮาวาย เขามีอาชีพที่มั่นคง มีครอบครัวที่เขารัก แต่เขาก็ยินดีสละความสุขเหล่านี้ เพราะไม่อาจละทิ้งมโนธรรมด้วยการปล่อยให้รัฐบาลทำลายความเป็นส่วนตัว , เสรีภาพ ในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนทั่วโลก ผ่านการสอดแนมด้วยจักรกลที่พวกเขาสร้างขึ้นอย่างลับๆ เขาไม่กลัว เพราะเขาเลือกแล้ว
เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน สโนว์เดน ได้เตรียมการขั้นสุดท้ายอยู่ที่สำนักงานของ NSA ในฮาวาย ด้วยการทำสำเนาเอกสารลับ ที่เขาเจตนานำมาเปิดเผย ก่อนจะบอกกับหัวหน้าของเขาใน NSA ว่าเขาจำเป็นต้องลางานสัก 2 สัปดาห์ เพื่อไปเข้ารับการรักษาโรคลมชัก ที่เขามีอาการหลายครั้งเมื่อปีที่แล้ว และตอนที่เขาเก็บกระเป๋า เขาได้บอกกับแฟนสาวว่า เขาจะไม่อยู่ราว 2-3 สัปดาห์ โดยไม่ได้บอกเหตุผลที่ชัดเจน ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว สำหรับคนที่ทำงานอยู่ในโลกของข่าวกรองมานานนับสิบปี
วันที่ 20 พฤษภาคม เขาได้เดินทางไปยังฮ่องกง และปักหลักอยู่ที่นั่นนับแต่นั้น เขาเลือกฮ่องกง เพราะให้เสรีภาพทางความคิด และให้สิทธิ์สำหรับผู้มีแนวคิดไม่ลงรอยทางการเมืองกับรัฐบาล และเขาก็เชื่อว่า ที่นี่เป็นเพียงไม่กี่แห่งในโลก ที่จะสามารถทำทั้งสองอย่างได้ในเวลาเดียวกัน และยังต่อต้านอำนาจเผด็จการของรัฐบาลสหรัฐได้
สโนว์เดน อยู่ที่โรงแรมในฮ่องกงนาน 3 สัปดาห์แล้ว และออกจากห้องพักเพียง 3ครั้ง การที่พักในโรงแรมหรูและใช้บริการอาหารถึงห้องพักด้วย ทำให้ค่าใช้จ่ายของเขาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาวิตกว่าจะถูกสอดแนม จนต้องเอาหมอนไปเรียงไว้ที่ประตูเพื่อป้องกันการถูกดักฟัง และต้องสวมเสื้อมีฮู้ดสีแดงคลุมศีรษะและบังแล็บท็อปเอาไว้ ตอนที่เข้าพาสเวิร์ด เพื่อป้องกันการถูกตรวจจับด้วยกล้อง
สโนว์เดน ที่มีเหตุผลที่ต้องหวาดวิตก เขาทำงานอยู่ในโลกของข่าวกรองมานานเกือบทศวรรษ เขาทราบดีว่า NSA องค์กรสอดแนมที่ลับที่สุดและใหญ่ที่สุด และรัฐบาลที่ได้ชื่อว่า ทรงอำนาจสูงสุดบนโลกใบนี้ กำลังตามหาตัวเขาอยู่ // นับตั้งแต่มีการเปิดโปง เขาดูโทรทัศน์และคอยติดตามทางอินเทอร์เน็ต และได้ยินคำข่มขู่ทุกอย่าง รวมถึงการประกาศจะดำเนินคดีเขาด้วย เขาทราบดีว่า รัฐบาลสหรัฐมีเทคโนโลยีที่ทรงประสิทธิภาพพอที่จะควานหาตัวเขาได้ไม่ยาก ตำรวจของ NSA และเจ้าหน้าบังคับใช้กฎหมายจากแผนกอื่นเคยไปบ้านเขาที่ฮาวาย 2 ครั้ง และติดต่อกับแฟนสาวของเขาด้วย // เขาบอกว่า ทุกอย่างที่เขาเลือก แย่ไปหมด สหรัฐอาจเริ่มกระบวนการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน หรือไม่รัฐบาลจีนก็อาจอยากได้ตัวเขา เพราะมองว่าเป็นแหล่งข่าวที่มีประโยชน์ หรือถ้าโชคร้ายก็ถูกส่งตัวขึ้นเครื่องบินส่งไปสหรัฐ
เดอะการ์เดียน รายงานก่อนหน้านี้ ที่กลายเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลกว่า NSA ใช้สิทธิ์เข้าสู่ระบบเซิร์ฟเวอร์โดยตรงของกูเกิล เฟซบุ๊ก สไกป์ แอปเปิล และระบบอินเทอร์เน็ต ของผู้ให้บริการรายใหญ่ๆ ในสหรัฐ เพื่อรวบรวมข้อมูลจากผู้ใช้บริการที่อาศัยในอเมริกาเพื่อประโยชน์ในการต่อต้านการก่อการร้าย // ชาวอเมริกันพากันช็อก เมื่อทราบว่า สิ่งที่พวกเขาสนทนากันผ่านทางสไกป์ อีเมล์ ไอแช็ท หรือแม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือ ไม่เป็นความลับส่วนตัวอีกต่อไป และ NSA จับตาดูความเคลื่อนไหวของพวกเขาตลอด 24 ชั่วโมง อย่างถูกกฎหมาย
การที่ NSA ใช้สิทธิ์เข้าสู่ระบบเซิร์ฟเวอร์การให้บริการในรูปแบบต่างๆ ทางไซเบอร์สเปซเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการลับสุดยอดในอดีตที่รู้จักกันในชื่อ "ปริซึ่ม" ที่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานความมั่นคงสามารถรวบรวมข้อมูลที่ชาวอเมริกันใช้ในชีวิตประจำวันทางระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ รวมถึงเสริ์ชฮิสทอรี่ (Search History) จากอินเทอร์เน็ตบราวเซอร์ รวมถึงข้อความในอีเมล์ การรับส่งไฟล์ และการสนทนาออนไลน์ โดยไม่ต้องขอหมายศาล และยังอนุญาตให้เก็บข้อมูลไว้เป็นหลักฐานอีกด้วย
การเข้าถึงข้อมูลของ NSA เป็นผลมาจากกฎหมายที่เกี่ยวกับการต่อต้านก่อการร้าย เช่น แพทริออต แอ็กท์ (Patriot Act) ที่เกิดในสมัยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช และต่ออายุในสมัยประธานาธิบดีบารัก โอบามา เมื่อเดือนธันวาคม 2555 และข่าวปฏิบัติการ ปริซึ่ม รั่้วออกมา หลังเดอะการ์เดียน รายงานว่า มีคำสั่งลับสุดยอดของศาลสหรัฐฯ ให้บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ เวริซอน ส่งข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของผู้ใช้ชาวสหรัฐฯ นับหลายล้านราย
'จอมแฉ' ถูกมองว่าอาจมีแผนแปรพักตร์ไปจีน
เกลน กรีนวัลด์ ผู้สื่อข่าวของเดอะการ์เดียน ถามเรื่องที่เขาไปอยู่ฮ่องกง และมีแผนจะแปรพักตร์ไปยังจีนหรือไม่นั้น สโนว์เดนบอกว่า การสรุปว่า จีนเป็นศัตรูของสหรัฐ เป็นเรื่องที่ผิด เพราะมันไม่ได้เป็นแบบนั้น เขาบอกว่า แม้จะมีความขัดแย้งกันระหว่างรัฐบาลสหรัฐและรัฐบาลจีน แต่ประชาชนของสองประเทศ ไม่สนใจ เพราะไม่ได้อยู่ในภาวะสงคราม แต่เป็นหุ้นส่วนการค้าที่ใหญ่ที่สุดของกันและกันต่างหาก
ฮ่องกง เป็นมณฑลหนึ่งของจีน ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกปกครองโดยอังกฤษ และขึ้นชื่อในเรื่องการให้เสรีภาพในการแสดงความเห็น และไม่ปิดกั้นเรื่องอินเทอร์เน็ต // สโนว์เดน บอกว่า เขาเชื่อว่า รัฐบาลฮ่องกง มีอิสระอย่างแท้จริงในการตอบโต้บรรดารัฐบาลชาติตะวันตกอื่นๆ
สำหรับหน่วยข่าวกรองจีน สโนว์เดน เปรียบเสมือนขุมทองด้านข่าวกรองเกี่ยวกับขีดความสามารถในการจารกรรมทางอิเล็คทรอนิคส์ของสหรัฐ // นักวิเคราะห์หลายคน มองว่า สำหรับประชาคมข่าวกรองของสหรัฐ ถ้าข่าวกรองลับสุดยอดไปตกอยู่ในมือของจีน ผ่านทางสโนว์เดนก็จะเป็นสูญเสียด้านยุทธศาสตร์ข่าวกรองครั้งสำคัญของสหรัฐ
สโนว์เดน บอกว่า เขาสามารถเข้าถึงรายชื่อของทุกคนที่ทำงานอยู่ใน NSA หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ประชาคมข่าวกรองทั้งหมด และพบขุมทรัพย์ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสถานีข่าวกรองภารกิจของพวกเขา ซึ่งถ้าเขาคิดจะทำอะไรที่เป็นอันตรายต่อสหรัฐ ก็ทำแค่ปิดระบบสอดแนม แต่เขาไม่ได้อยากให้เป็นเช่นนั้น // ขณะเดียวกัน เขาก็ยอมรับว่า ความกลัวที่ตัวเองออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนได้ // ก่อนหน้านี้ เขาบอกว่า กลัวถูก CIA หรือพันธมิตร ลักพาตัว และกลุ่มไทรแอดส์ ที่เป็นกลุ่มอาชญากรรมในจีน อาจถูกใช้เล่นงานเขา เพราะมีหน่วยงานของ CIA อยู่ไม่ไกลจากสถานกงสุลสหรัฐในฮ่องกง
สโนว์เดน บอกว่า เขาคือนักวิเคราะห์โครงสร้างของ NSA ประจำสำนักงานที่มีความลับสุดยอดอยู่ที่ฮาวาย และการที่เขาออกมาเปิดโปง ก็เพื่อประท้วงรัฐบาลต่อสิ่งที่เขาเชื่อว่า เป็นการล่วงละเมิดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่เป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย ของหน่วยข่าวกรอง
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP)



