ข่าว

มติครม.เว้นภาษีเหยื่อม็อบการเมือง-3จชต.

มติครม.เว้นภาษีเหยื่อม็อบการเมือง-3จชต.

10 มิ.ย. 2556

ครม.ยกเว้นเก็บภาษีเงินได้คนที่ได้เงินเยียวยาจากการ 'ชุมนุมการเมือง-3จชต.' มีผลย้อนหลังตั้งแต่ 1ม.ค. 2555 พร้อมตั้งคกก.ปรับปรุงระเบียบรองรับ ' p4p'

                10 มิ.ย.56 นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (มาตราการยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้

                นายธีรัตถ์ กล่าวต่อว่า สำหรับ​สาระสำคัญของร่างพระราชกฤษฎีกาฯดังกล่าว​กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งได้รับผลกระทบหรือความเสียหายอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความรุนแรงหรือความขัดแย้งทางการเมือง รวมถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่ปีภาษี พ.ศ. 2555 เป็นต้นไป หรือสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2555 ดังต่อไปนี้
​  
               ทั้งนี้ ผู้ที่จะได้รับการยกเว้นภาษีมี 2 กลุ่มคือ 1.กลุ่มที่เงินช่วยเหลือเยียวยาตามหลักมนุษยธรรมที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2555 และวันที่ 11 ธันวาคม 2555 ซึ่งผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงหรือความขัดแย้งทางการเมือง ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2548 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 ได้รับจากรัฐ   2.คือกลุ่มที่ได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาตามหลักมนุษยธรรมซึ่งผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับจากรัฐตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้

                "ในที่ประชุมครม.มีการตั้งข้อสังเกตว่า  ผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาในแต่ละครั้งก็จะมีการประกาศมาตรการออกมาแล้ว จากนั้นจะมีการนำเรื่องขอยกเว้นภาษีเงินได้เข้ามาพิจารณา ซึ่งเรื่องนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จึงแนะนำว่าเรื่องนี้น่าจะทำเป็น "ซิงเกิลเซอร์วิส" บริการครั้งเดียวจบ คือเมื่อมีการประกาศเยียวยาก็ให้ยกเว้นภาษีให้ทันที ซึ่งกระทรวง

 

 

 ตั้งคกก.ปรับปรุงระเบียบรองรับ p4p

   

                 นายธีรัตถ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องของกระทรวงสาธารณะสุข กรณีเรื่อง p4p ที่เพิ่งได้ข้อสรุปเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า จะไม่มีระบบการร่วมจ่าย และทุกฝ่ายยังเห็นพ้องกันว่า p4p มีระบบที่ช่วยให้มีประสิทธิภาพคุณภาพในการบริการต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อประชาชนอย่างมีระบบ ช่วยลดความเหลือมล้ำบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งนี้ การที่จะดึงแพทย์ให้อยูู่ในชนบทนั้น มาตรการที่จำเป็นคือ มาตรการทางการเงิน ส่วนกระทรวงสาธารณสุขจะยกเลิกการเก็บเงิน 30 บาทหลักประกันสุขภาพ (โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค) หรือไม่นั้น จะต้องนำเรื่องนี้ไปศึกษาต่อไป ทั้งนี้ได้มีการย้ำเรื่องการจัดซื้อโดยจะมีการแยกออกจากกันระหว่างผู้อำนวยการสาธารณะสุข กับหน่วยงานผู้จัดซื้อ นอกจากนี้ นพ.ประดิษฐ์ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข ยังได้ย้ำว่า จะไม่มีการแปรรูปองค์การเภสัชกรรม

                "ประชุมยังเห็นว่า p4p มีบริบทการทำงานที่แตกต่างกัน และอยากเห็นกติกากลางที่กำหนดขึ้นมา ทั้งนี้จะมีการตั้งคณะทำงาน 1 ชุด เพื่อทำหน้าที่ปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ ที่เป็นปัญหาหรืออุปสรรคในแต่ละพื้นที่ และคณะทำงานจะมีการคิดมาตรการชดเชยเยียวยาสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย ซึ่งการดำเนินงานของคณะทำงานชุดนี้จะได้ข้อสรุปภายใน 60 วัน และมีการเตรียมความพร้อม 2 เดือน ก่อนจะนำ p4p ที่ได้รับการปรับปรุงไปใช้ในวันที่ 1 ต.ค.56 " นายธีรัตถ์ กล่าว