ข่าว

เจอแล้ว!คนขับรถ'เอกยุทธ'

เจอแล้ว!คนขับรถ'เอกยุทธ'

10 มิ.ย. 2556

ทนายความเอกยุทธเชื่อเกลือเป็นหนอน-ตร.ร่วมอุ้ม ด้าน'ผบ.ตร.'เผยยังไร้วี่แวว 'เอกยุทธ' แต่เจอคนขับและรถแล้ว ตั้ง2ประเด็น 'เรื่องส่วนตัวกับธุรกิจ'

               10 มิ.ย.56 นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร ที่หายตัวไปหลายวันเเล้ว กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยเเลนด์ เอฟเอ็ม 97 เมกะเฮริทซ์ว่า สิ่งที่ตนสันนิษฐานคือ 1.ก่อนเกิดเหตุนายเอกยุทธไล่พนักงานสามคนออกไป  โดย 1 ใน 3 คนนั้น เป็นสตรีหนึ่งคนที่มีความสัมพันธ์กับคนขับรถของนายเอกยุทธ เมื่อติดต่อสตรีคนนั้นก็ทำไม่ได้ 2.คนขับรถของเอกยุทธคงอุ้มนายเอกยุทธไม่ได้เเน่ เเม้จะทำลายหลักฐาน เช่น กล้องวงจรปิด การขายโทรศัพท์  คนที่ลงมือต้องมีความรูัทางกฎหมายเเละรู้เทคนิคสอบสวนของตำรวจ เพื่อตัดการเชื่อมโยงกันเเละกัน  ตนเชื่อว่า เหตุนี้ตำรวจบางนายร่วมงานเเละวางเเผน โดยคนขับรถของนายเอกยุทธน่าจะชี้ช่องในเรื่องนี้    ยอมรับว่า นายเอกยุทธมีโจทก์เยอะโดยเฉพาะกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เเละคนอื่นๆ ในเเวดวงต่างๆ

 

 

ตร.ชี้เป้า "เอกยุทธ" ล่องหน คาดเรื่องส่วนตัว-ขัดแย้ง "ตำรวจชั้นผู้ใหญ่-นักการเมือง"

 

               พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผู้บังคับการกองปราบปราม กล่าวถึงความคืบหน้าการร่วมติดตามคดีการหายตัวไปของ นายเอกยุทธ หลังญาติเข้าแจ้งความกับกองปราบปราม เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า คดีนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 ในฐานะเจ้าของพื้นที่ เป็นเจ้าภาพในการดูแลคดี

               "ตนเองสั่งการให้กองกำกับการ 1 ร่วมประชุมกับกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี และสั่งการให้กองกำกับการ 2 หาข้อมูลในพื้นที่สุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นจุดที่นายเอกยุทธ ติดต่อพี่สาวให้นำเช็คเงินสดไปส่งให้ และสั่งการให้กองกำกับการ 6 ลงพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะ จ.พัทลุง ซึ่งเป็นบ้านของคนขับรถของ นายเอกยุทธ ที่เป็นคนถือเช็คไปมอบให้นายเอกยุทธ และหายตัวไป" พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าว

               พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นของการหายตัวไป ตำรวจยังตั้งไว้เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว และการก่ออาชญากรรม แต่ยังไม่ตัดประเด็นปัญหาความขัดแย้งกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และการที่ นายเอกยุทธ แสดงความเห็นเกี่ยวข้องกับนักการเมืองคนสำคัญด้วย โดยวันนี้ จะมีการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าคดีที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล และแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ในเวลา 11.00 น.

 

 

"ผบ.ตร."เผยยังไร้วี่แวว"เอกยุทธ"แต่เจอคนขับและรถแล้ว ตั้ง 2 ประเด็น"เรื่องส่วนตัวกับธุรกิจ"

                

               

               เมื่อเวลา 09.00 น.พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวถึงการหายตัวไปของนายเอกยุทธ ว่า ขณะนี้พบคนขับรถของนายเอกยุทธแล้ว โดยพบตัวในจังหวัดพัทลุง จึงมอบหมายให้ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. และพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.รับผิดชอบดูแลในการสอบสวนคนขับรถ โดยจะต้องดูภาพรวมทั้งที่เกิดเหตุ และมูลเหตุต่างๆ ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวน ส่วนการหายตัวไปนั้น ทางเรามุ่งไปที่ประเด็นเรื่องธุรกิจ และเรื่องส่วนตัว เพราะก่อนการหายตัวไป นายเอกยุทธ ได้เบิกเงินไป 5 ล้าน ส่วนเรื่องการเมืองนั้น ต้องรอการสอบสวน แต่เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นเรื่องส่วนตัว และเรื่องธุรกิจ

                ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้คาดว่า นายเอกยุทธ ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า ต้องรอดูที่พยานหลักฐานก่อน ถึงจะสามารถบอกได้ว่าถูกอุ้มหรือไม่ อีกทั้งตอนนี้เราได้พบรถและคนขับรถแล้ว คงต้องใช้เวลาการสอบสวนอีกสักระยะ   โดยทางตำรวจนครบาลได้เร่งสอบสวนอยู่

                ต่อมาเวลา 10.00 น. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้เรียกประชุมนายตำรวจที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามความคืบหน้าในการติดตามตัวนายเอกยุทธ 

 

 

"ผบช.น."ประชุมชุดคลี่คลายปม"เอกยุทธ "พร้อมประสานภาค 9 ส่งตัว " คนขับรถ" เค้นสอบปมสางคดี

 

               พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เรียกประชุมชุดสืบสวนติดตามคดีการหายตัวไปของนายเอกยุทธ พร้อมตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดรถโฟล์กตู้ สีดำ ทะเบียน ฮพ 9304 กทม.ที่นายสันติภาพ เพ็งด้วง คนขับรถของนายเอกยุทธขับไปในเส้นทางต่างๆ โดยชุดสืบสวนรายงานว่า พบเส้นทางรถตู้วิ่งผ่าน อ.นาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี โดยได้ภาพเมื่อเวลาประมาณ 22.30 น.ของวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งตำรวจนครบาลได้ประสานไปยังกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 และภาค 9 รวมถึงตชด.แล้วให้ติดตามรถตู้คันดังกล่าวและคาดว่า ขณะนั้นตัวนายเอกยุทธน่าจะยังอยู่ในรถตู้คันนั้น

                ผบช.น.กล่าวถึงกระแสข่าวการจับกุมตัวคนขับรถของนายเอกยุทธว่า ยังไม่รับรายงานในเรื่องนี้แต่หากจับกุมตัวได้จริงก็ต้องนำตัวมาสอบสวนต่อไป ตอนนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดอะไรได้ว่านายเอกยุทธอยู่ที่ไหน โดยชุดสืบสวนนครบาลร่วมกับกองปราบปรามได้เข้าตรวจสอบบ้านพักของคนขับรถนายเอกยุทธในพื้นที่ จ.พัทลุง แต่ไม่พบหลักฐานเพิ่มเติมอยู่ระหว่างการสอบสวน จากการตรวจสอบประวัติของคนขับรถนายเอกยุทธย้อนหลังพบว่า เคยต้องคดีวิ่งราวทรัพย์มาก่อน แต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง และตอนนี้ยังมีคดีกรรโชกทรัพย์ติดตัวอยู่ด้วย ตำรวจต้องสอบสวนเก็บข้อมูลไว้เช่นกัน”ผบช.น. กล่าว

                "ส่วนนายเอกยุทธตำรวจจะยังคงสืบสวนทุกด้าน ทั้งการเงิน และเข้าไปตรวจสอบที่บ้านพักย่านวังทองหลางด้วย รวมถึงต้องหาสาเหตุให้ได้ว่าเหตุใดวันที่หายตัวไปฮาร์ดิสที่เชื่อมต่อกล้องวงจรปิดของบ้านต้องหายไปและตอนนี้ก็ยังไม่มีใครพบตัวนายเอกยุทธแต่อย่างใดคงต้องตรวจสอบทุกอย่างอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งวันพรุ่งนี้วันที่ 11 มิ.ย.นัดหมายประชุมชุดสืบสวนติดตามคดีเวลา 10.00 น.เชื่อว่าจะมีความคืบหน้าและชัดเจนมากขึ้นตามลำดับ" พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าว

 

 

 

ตร.พัทลุง ร่วมภาค 9 ตรวจค้น ตั้งจุดตรวจติดตามคดีอุ้ม "นักธุรกิจดัง"

                

               พล.ต.ต.ศักดิ์สมหมาย พุทธกูล ผบก.ภ.จว.พัทลุง กล่าวว่า หลังได้รับการประสานงานมาว่า นายสันติภาพ เพ็งด้วง อายุ 23 ปี คนขับรถผู้ต้องหาสงสัยในคดีนายเอกยุทธ หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 6 มิ.ย.56 ที่ผ่านมา ล่าสุดมีรายงานข่าวจากการตรวจเช็คการใช้โทรศัพท์พบว่า รถของนายเอกยุทธ พร้อมด้วยนายสันติภาพ อยู่บ้านเลขที่ 280 /109 ต.ชุมพล อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง มีการเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ จ.พัทลุง ตนจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนในจังหวัดพัทลุง ผนึกกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 9 ตั้งด่านจุดตรวจจุดสกัด พร้อมเข้าตรวจค้นตามบ้านเช่า ห้องพัก โรงแรมต่างๆ ใน จ.พัทลุง แต่ขณะนี้ก็ยังไม่เจอเป้าหมาย นอกจากนี้ ยังมีการเข้าตรวจสอบที่บ้านของนายสันติภาพ ในพื้นที่ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง แต่ก็ไม่เจอทั้งรถ ทั้งคน

               อย่างไรก็ตามล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงกระจายกำลังลงตรวจสอบในพื้นที่ล่อแหลมอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไร้วี่แวว

 

 

กองปราบดูวงจรปิดสนามบินหาเบาะแส"เอกยุทธ"

                

               พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาท ผบก.ป. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีเข้าร่วมกับตำรวจนครบาลสืบสวนหาเบาะแสนายเอกยุทธ ที่หายตัวไปว่า ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนของกองกำกับการ 1 เข้าไปตรวจสอบหาข้อมูลเพิ่มเติม โดยเฉพาะที่บ้านพักของนายเอกยุทธ ย่านทาวน์อินทาวน์ ที่พบว่า ถูกโจรกรรมเซิฟเวอร์คอมพิวเตอร์ของกล้องทีวีวงจรปิดไป ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวทราบว่ามี นายเอกยุทธ พักอาศัยอยู่เพียงคนเดียว และก็ยังตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางเรื่องการเงินต่างๆ ของนายเอกยุทธ ในช่วงหลังการหายตัวไปอีกด้วย ว่ามีความเคลื่อนไหวหรือไม่

               พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตนยังสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนของกองกำกับการ 2 ไปหาหลักฐาน พยานแวดล้อม ภาพจากกล้องวงจรปิด และเบาะแสต่างๆ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นที่ติดต่อกับนายเอกยุทธ ได้เป็นครั้งสุดท้าย และส่วนที่ 3 ก็คือ ให้กองกำกับการ 6 เข้าพื้นที่ไปตรวจสอบที่บ้านพักพักและบ้านญาติๆ ของคนขับรถคนสนิทของนายเอกยุทธ ที่หายตัวไปพร้อมกันด้วย เนื่องจากพบการเคลื่อนไหวครั้งสุดท้ายของอยู่ที่ จ.พัทลุง แต่ก็ได้รับรายงานว่า ยังไม่พบตัวแต่อย่างใด

               แหล่งข่าวชุดสืบสวน บก.ป. กล่าวว่า เชื่อว่าทั้งสองยังไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศ ส่วนสาเหตุที่หายตัวไปยังไม่สามารถระบุให้ชัดเจนได้ อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวของคนขับรถคนสนิทนั้นก็มีข้อมูลประวัติว่า เกี่ยวข้องกับการก่อคดีเกี่ยวกับทรัพย์และทะเลาะวิวาท ซึ่งคนขับรถส่วนตัวคนนี้เพิ่งมาทำงานกับนายเอกยุทธ ได้ไม่ถึงปี ส่วนที่บ้านญาติของคนขับรถที่ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง นั้นตรวจสอบเบื้องต้นแล้วไม่พบตัวคนขับรถคนนี้ และทางบ้านก็ไม่ได้รับการติดต่อมานานแล้ว