
เรื่องกำมะลอ
เรื่องกำมะลอ : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล
มีผู้วิเคราะห์ว่า สังคมไทยในเวลานี้เป็นสังคมที่ฉาบฉวย กำมะลอ ไร้แก่นสาร คนในสังคมลุ่มหลงและเลื่อนไหลไปตามกระแสบริโภคนิยม ยึดถือค่านิยมจอมปลอม ตามอิทธิพลของโฆษณาและการตลาด โดยปราศจากการครุ่นคิดใคร่ครวญ เหมือนฝูงโคที่เดินตามกันต้อยๆ
ลักษณะเช่นว่านี้ จะเห็นได้จากการเห่อตามกันในเรื่องข้าวของเครื่องใช้ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ ไอโฟน ไอแพด และเสื้อผ้า กระเป๋าถือ รองเท้า แบรนด์ดังๆ ซึ่งคนมีเงินก็จะทุ่มเทเงินทองซื้อหามา เพื่อให้ได้ชื่อว่าไม่ตกเทรนด์ ส่วนคนที่ไม่มีเงินก็คงต้องใช้ของที่ทำเทียมหรือเลียนแบบ ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจในการที่มีการพลิกแพลงนำโครงรถยนต์ยี่ห้อแพงๆ เข้ามาในประเทศไทย เพื่อประกอบขึ้นมาใหม่ ด้วยการใช้เครื่องยนต์หรืออุปกรณ์ที่ดัดแปลงแก้ไขโดยฝีมือช่างตามอู่ในเมืองไทย เพื่อตบตาคนที่หลงใหลแต่เปลือกนอก
ความคิดลวงโลกเช่นนี้ ดูจะแตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่พยายามผลิตและพัฒนายานยนต์ของตนเอง เช่น “โปรตอน” ของมาเลเซีย ที่ดำเนินการผลิตมาตั้งแต่ พ.ศ.2528 จากการริเริ่มของ ดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรี โดยในช่วงปี 2539-2541 รถยนต์โปรตอน รุ่นวีรา ซึ่งถอดแบบมาจากมิตซูบิชิ แลนเซอร์ ของญี่ปุ่น มียอดจำหน่ายสูงถึง 220,000 คัน ปัจจุบันโปรตอนมีการส่งรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ไปจำหน่ายในต่างประเทศ รวมทั้งประเทศไทยของเราด้วย ล่าสุดกัมพูชาก็มีการเปิดตัวรถยนต์ “อังกอร์ อีวี 2013” ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ จากการค้นคิดของวิศวกรชาวกัมพูชา โดยใช้อุปกรณ์บางส่วนจากจีน ญี่ปุ่นและเยอรมนี และมีกำลังการผลิตขั้นต้นประมาณ 500-1,000 คันต่อปี ราคาจำหน่ายประมาณคันละ 3 แสนบาท วัตถุประสงค์สำคัญก็เพื่อลดการนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศ
ประเทศไทยแม้จะเป็นแหล่งประกอบรถยนต์ที่สำคัญและมีประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี แต่น่าเสียดายที่เราเป็นได้แค่ช่างฝีมือ ขาดวิศวกรที่จะค้นคิดและพัฒนาในอุตสาหกรรมประเภทนี้ ไม่ว่าจะเพื่อทดแทนการนำเข้าเช่นกัมพูชา หรือเพื่อการส่งออกเช่นมาเลเซีย และคนไทยก็ไม่ได้ถูกปลูกฝังในเรื่องการซื้อสินค้าไทยเช่นชาติอื่น แต่คนไทยจะพอใจและภูมิใจในการใช้สินค้าราคาแพงๆ จากต่างประเทศ แม้ว่าบางครั้งอาจจะเป็นเพียงแค่กากเดนหรือซากของสินค้าก็ตาม
สังคมไทยถูกทำให้เป็นสังคมแห่งความหรูหราฟุ่มเฟือย ทั้งๆ ที่คนส่วนใหญ่ในสังคมมีรายได้ที่จำกัด ดังนั้นสิ่งที่ตามมาก็คือการใช้เงินเกินตัว และเป็นหนี้สิน ขณะที่ภาพที่ปรากฏในละครโทรทัศน์หรือสื่ออื่นๆ จะมีแต่เรื่องของคนร่ำรวย และความอลังการของคฤหาสน์ รถยนต์ยี่ห้อดังๆ เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับราคาแพง กับชีวิตที่เลื่อนลอย ไร้สาระ โดยขาดภาพของการต่อสู้ชีวิต ความมานะบากบั่น และการมุ่งมั่นไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ของคนธรรมดาสามัญ เช่นภาพยนตร์หรือละครโทรทัศน์ของจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี
การสร้างค่านิยมที่ดีๆ แก่สังคม แม้จะไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดาย โดยเฉพาะในสังคมที่ฉาบฉวย กำมะลอ ไร้แก่นสาร แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นจนเกินไปหรอกครับ ถ้าตั้งใจที่จะทำกันจริงๆ
ท้ายคอลัมน์วันนี้ ขอขอบคุณสำหรับหนังสือ “สิเนหามนตาแห่งลานนา” จากคุณบัณฑูร ล่ำซำ และขอให้สุขสันต์วันเกิด ครบรอบ 60 ปี ครับ



