
'เอกยุทธ'หายตัวญาติร้องกองปราบช่วยหา
"เอกยุทธ อัญชันบุตร" นักธุรกิจชื่อดังและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองหายตัวไปลึกลับ ญาติโร่ร้องความกองปราบให้ช่วยติดตามตัว ผบช.น.เรียกประชุมคดี"เอกยุทธ"หายตัว
วันที่ 9 มิ.ย.56 ที่ กองบังคับการปราบปราม ญาติของนายเอกยุทธ อัญชัญบุตร นักธุรกิจชื่อดัง และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อต้านขั้วการเมืองฝั่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งญาติระบุว่าหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้ส่งทนายความเข้าประสานงานกับ พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.1 บก.ป.เพื่อขอกำลังชุดสืบสวนไปร่วมกับ สน.วังทองหลาง และบก.น.4 ในการสืบหาเบาะแสของนายเอกยุทธที่หายตัวไป
เบื้องต้น พ.ต.อ.ปิยะ มอบหมายให้พ.ต.ท.นิคม ชัยเจริญ สว.กก. 1 บก.ป. รับเรื่องประสานข้อมูลกับครอบครัวและตำรวจนครบาลแล้ว
ทนายความเอกยุทธเเฉโดยอุ้มหายตั้งเเต่คืนวันที่6มิ.ย.
ทางด้าน นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความส่วนตัวของ นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจและอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง กล่าวถึงการแจ้งความหลังจากที่นายเอกยุทธหายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำว่า ญาติของนายเอกยุทธและทนายความได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้กับพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง ซึ่งบ้านและที่ทำงานของนายเอกยุทธอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว รวมทั้งได้เข้าร้องทุกข์ไว้กับพนักงานสอบสวนกองปราบปรามด้วย เนื่องจากเห็นว่า กองปราบปรามมีอำนาจที่จะดูแลได้ในหลายๆ พื้นที่ โดยการหายตัวไปของนายเอกยุทธ ข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า ก่อนที่จะหายตัวไป นายเอกยุทธได้ไปที่ร้านอาหารย่านสะพานควาย เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ซึ่งช่วงเวลาที่หายตัวไป น่าจะหลังเวลา 23.00 น. ของวันที่ 6 มิ.ย.
นายสุวัตรกล่าวว่า กระทั่งเช้าวันที่ 7 มิ.ย.นายเอกยุทธ ได้โทรศัพท์ติดต่อพี่สาวให้นำเช็คเงินสดเพื่อจะเบิกจ่ายเงินจากธนาคาร 5 ล้านบาท โดยให้นำเช็คไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ มีคนขับรถของนายเอกยุทธนำเช็คเปล่าไปให้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่เมื่อคนขับนำเช็คพร้อมลายเซ็นของนายเอกยุทธ กลับมาซึ่งได้มีการลง ปี พ.ศ.ผิดไปเป็นปี 2553 ก็ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ แต่เมื่อมีการโทรศัพท์ยืนยันกับทางธนาคาร ให้เบิกจ่ายก็ได้มีการนำเงินสด 5 ล้านบาท ไปที่สนามบิน โดยมีคนขับรถนำไป แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถติอต่อนายเอกยุทธ และคนขับรถได้
นายสุวัตรกล่าวว่า ส่วนสาเหตุของการหายตัวไปนั้น ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นผลมาจากคดีความที่นายเอกยุทธที่มีข้อพิพาทกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจในคดีที่สืบเนื่องมาจากนายเอกยุทธ ถูกกล่าวหาทำร้ายพนักงานร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง หรือจะเป็นประเด็นเกี่ยวกับการตรวจสอบการทุจริต และประเด็นอื่นที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ แต่ทั้งนี้ญาติได้ตั้งข้อสังเกตว่าการหายตัวไปน่าจะมาจากประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวที่มีอยู่ และประเด็นการตรวจสอบการทุจริต ในบริษัทของตนเอง
นอกจากนี้ นายสุวัตร กล่าวด้วยว่า ในช่วงที่นายเอกยุทธได้ไปร้านอาหารสะพานควายเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.นั้น จุดดังกล่าวไม่มีกล้องวงจรปิด และขณะนี้ ยังไม่พบว่า มีผู้พบเห็นว่า นายเอกยุทธได้หายตัวไปจากจุดดังกล่าว เพียงแต่ขณะนี้มีข้อมูลว่า เซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ที่บ้าน ซึ่งอยู่ใกล้กลับบริษัทของนายเอกยุทธ ย่านทาวน์อินทาวน์ ได้ถูกถอดออกไป ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะเกิดจากบุคคลใกล้ชิดหรือจะมีการขู่บังคับ นำกุญแจจากนายเอกยุทธไป แล้วเข้าไปเพื่อทำลายเซิร์ฟเวอร์ดังกล่าว แต่เชื่อว่า ผู้ที่ถอดออกไปน่าจะต้องเป็นคนมีความรู้ในเรื่องดังกล่าว อยู่บ้าง
น้องสาวควงทนาย แจ้งกองปราบ"เอกยุทธ"หายตัวลึกลับ3วัน
เมื่อเวลา 13.00 น. นางอรุณี สุรทรภัทร อายุ 51 ปี น้องสาวของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร พร้อมด้วย นายสุวัตร อภัยภักดิ์ และ น.ส.วิรัลพัชร เวชทาวริทธิ์ธร ทนายความ นำหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชนและภาพถ่ายของผู้ต้องสงสัย ที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของ นายเอกยุทธ เข้ามอบให้กับฝ่ายสืบสวน บก.ป. เพื่อช่วยติดตามหาตัวนายเอกยุทธ หลังจากขาดการติดต่อไปในคืนวันศุกร์ที่ 7 มิ.ย. เวลาประมาณ 20.00 น.
นางอรุณี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. เวลา 09.00 น. นายเอกยุทธ ได้ติดต่อทางโทรศัพท์ถึงนางสุภากรณ์ แหวนหล่อ พี่สาวคนโต ว่าให้นำสมุดเช็คของธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา ทาวน์อินทาวน์ ส่งมอบให้กับพนักงานขับรถของบริษัท เพื่อนำไปให้นายเอกยุทธ ที่ประตู 8 สนามบินสุวรรณภูมิ แต่เมื่อเดินทางไปถึงจุดนัดพบ ไม่พบนายเอกยุทธแต่อย่างใด พบเพียงรถยนต์ตู้ยี่ห้อโฟล์ค สีดำ ทะเบียน ฮพ 9304 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ที่ประตู 7 และเมื่อเดินทางไปถึงจุดนัดพบก็พบนายสันติภาพ เพ็งด้วง อายุประมาณ 25 ปี เป็นผู้มารับเช็ค และนายสันติภาพได้กล่าวกับพนักงานขับรถที่นำสมุดเช็คไปให้ว่า ให้จอดรอที่จุดดังกล่าวเป็นเวลา 45 นาที เพื่อรอนายเอกยุทธเซ็นสมุดเช็ค
ต่อมาทางพนักงานขับรถคนดังกล่าวก็รับเช็คที่นายเอกยุทธเซ็นแล้วไปขึ้นเงินที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาทาวน์อินทาวน์ เป็นจำนวนเงิน 5 ล้านบาท แต่เมื่อไปถึงธนาคารไม่สามารถขึ้นเงินได้ เนื่องจากเซ็นข้อมูลในเช็คผิด แต่เวลาต่อมาทางธนาคารได้ติดต่อทางโทรศัพท์ถึงนายเอกยุทธ จึงสามารถเบิกเงินจำนวน 5 ล้านบาทได้ จากนั้น พนักงานขับรถจึงนำเงินไปที่จุดนัดหมายที่ประตู 8 สนามบิน สุวรรณภูมิ เมื่อถึงจุดนัดก็ไม่พบนายเอกยุทธ แต่มีนายสันติภาพซึ่งเป็นคนขับรถประจำตัวของนายเอกยุทธมารับเงินดังกล่าวไป พร้อมขับรถตู้คันดังกล่าวออกจากสนามบินสุวรรณภูมิไป
สำหรับการหายตัวไปของนายเอกยุทธ ทางญาติพบว่านายเอกยุทธได้มีการนัดรับประทานอาหารกับเพื่อนที่ร้านอาหาร ชื่อร้านกระแต ย่านสะพานควาย ในคืนวันพุธที่ 6 มิ.ย.เวลาประมาณ 22.00 น.กับเพื่อนสนิทหลังจากนั้นช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. ได้เดินทางออกจากร้านดังกล่าวพร้อมคนขับรถ และสามารถติดต่อกับนายเอกยุทธทางโทรศัพท์ครั้งสุดท้ายได้เมื่อวันศุกร์ที่ 7 มิ.ย.เวลา 20.00 น. โดยหลังจากนั้น ทางญาติจึงเดินทางไปบ้านพักนายเอกยุทธ ย่านทาวน์อินทาวน์ พบว่า ประตูไม้ด้านหลังบ้านพักถูกเปิดทิ้งไว้ และเซิร์ฟเวอร์ของกล้องวงจรปิดถูกขโมยไป จึงเดินทางไปแจ้งความไว้ที่สน.วังทองหลาง เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา (8 มิ.ย) เพื่อให้ช่วยติดตามหาตัวนายเอกยุทธ พร้อมทรัพย์สินที่ติดตัวไป ซึ่งมีมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท
ด้านนายสุวัตร กล่าวว่า สำหรับสาเหตุที่คาดว่าเกี่ยวกับการหายตัวไปของนายเอกยุทธ มีหลายประเด็น ซึ่งก่อนหน้านี้ นายเอกยุทธได้ทำการไล่พนักงานของบริษัทจำนวน 3 คน ออกจากงาน เนื่องจากจับได้ว่าร่วมกันยักยอกเงินบริษัทไปจำนวนกว่า 1 ล้านบาท ประเด็นต่อมาคาดว่าจะเป็นเรื่องความขัดแย้ง ระหว่างนายเอกยุทธ กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันพุธที่ 6 มิ.ย. ได้มีหมายเรียกนายเอกยุทธ ให้เข้าพบพนักงานสอบสวนสน.พหลโยธิน ในกรณีที่พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น.ให้การเท็จ กรณีทะเลาะวิวาทในร้านอาหาร คาราโอเกะซิตี้ ย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา เมื่อช่วงเดือนธ.ค. ปี 2555
ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่พนักงานสืบสวน บก.ป. กล่าวว่า สำหรับการนำหลักฐานมามอบให้พนักงานสืบสวนกองบังคับการปราบปรามในครั้ง กรณีดังกล่าวไม่สามารถรับแจ้งความได้ เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นหน้าที่รับผิดชอบของสน.วังทองหลาง แต่ทางกองบังคับการปราบปราม จะส่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนไปช่วยทำการสืบสวนคลี่คลายคดี โดยเบื้องต้น จะตรวจสอบกล้องวงจรปิดของสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อหาเบาะแสการหายตัวต่อไป
ทั้งนี้ทางน้องสาวและญาตินายเอกยุทธ ความเข้าประสานงานกับ พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.1 บก.ป.เพื่อขอกำลังชุดสืบสวนไปร่วมกับ สน.วังทองหลาง และบก.น.4 ในการสืบหาเบาะแสของนายเอกยุทธที่หายตัวไป โดยเบื้องต้น พ.ต.อ.ปิยะ มอบหมายให้พ.ต.ท.นิคม ชัยเจริญ สว.กก. 1 บก.ป. รับเรื่องประสานข้อมูลกับครอบครัวและตำรวจนครบาลแล้ว
ผบช.น.เรียกประชุมคดี"เอกยุทธ"หายตัว
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.กล่าวถึงกรณีญาติของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดังเข้าแจ้งความ สน.วังทองหลาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวนายเอกยุทธว่า เรื่องนี้ตนได้ให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร เพราะทราบว่าญาตินายเอกยุทธได้เดินทางเข้ามาแจ้งความสน.วังทองหลางเมื่อเที่ยงคืนของวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมาแล้ว
"ผมก็ไม่ได้นิ่งนอนใจได้สั่งการให้ทางฝ่ายสืบสวนดูเรื่องนี้อยู่แล้ว และจะเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องในวันที่ 10 มิ.ย. เวลา 10.30 น.เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดีดังกล่าว"พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าว



