
ไขปริศนา!ซิ่ง'ปอร์เช่'ชนลูกอดีตรมต.(1)
คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : 'แอนิเมชั่น' ไขปริศนา นักธุรกิจซิ่ง 'ปอร์เช่' ชนลูกอดีตรมต. (1) : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ
โครม...เสียงรถชนกัน...ดังสนั่นหวั่นไหว บนทางด่วนโทลล์เวย์ขาออก ช่วงหน้าอาคารที่ทำการหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร สร้างความตระหนกตกใจให้แก่ผู้คนที่สัญจรผ่านในย่านนั้นเป็นอย่างยิ่ง..
อุบัติเหตุสยองขวัญดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อกลางดึกวันที่ 26 เมษายน 2555 ขณะ พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ อินทร์เทศ พนักงานสอบสวน (สบ 2) งานศูนย์ควบคุมจราจร สน.วิภาวดี เข้าเวรประจำการ ได้รับแจ้งเหตุ จึงประสาน พ.ต.ท.ธนสิทธิ์ แตงจั่น นักวิทยาศาสตร์ (สบ 2) กลุ่มงานตรวจทางเคมีฟิสิกส์ กองพิสูจน์หลักฐาน พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ษข3333 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในสภาพถูกชนด้านหลังยุบเกือบถึงบริเวณที่นั่งคนขับ ตรวจสอบภายในพบ พ.ต.ศักดิภัทร ปทุมารักษ์ บุตรชาย นายชาญชัย ปทุมารักษ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสียชีวิตอยู่ที่เบาะนั่งคนขับ สวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว กางเกงขาสั้นสีดำ คอหัก กะโหลกศีรษะเปิด
ห่างออกไปเล็กน้อยพบรถยนต์สปอร์ต ยี่ห้อปอร์เช่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กก911 กรุงเทพมหานคร จอดขวางถนน มีร่องรอยเฉี่ยวชนอย่างรุนแรงจนด้านหน้าพังยับ ตรวจสอบภายในพบ นายไทยฟ้า ชยวรประภา อายุ 54 ปี กรรมการผู้จัดการบริษัทบัดดี้ กรุ๊ป จำกัด และเจ้าของโรงแรมบัดดี้ วิลเลจ ย่านถนนข้าวสาร เสียชีวิตอยู่ที่เบาะนั่งคนขับ สวมเสื้อโปโลสีดำ กางเกงยีนขายาวสีฟ้า คอหัก กระดูกแขนและขาหักผิดรูป
ห่างออกไปอีกประมาณ 10 เมตร พบรถยนต์มาสด้า 2 สีขาว ทะเบียน ฎว2188 จอดอยู่ บริเวณหน้ารถได้รับความเสียหายจากการชน มีผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ 1 คน คือ นายอำนาจ กลิ่นอยู่ อายุ 30 ปี จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลวิภาวดี
ห่างออกไปจากจุดที่พบรถยนต์ทั้ง 3 คัน เกือบ 120 เมตร พบร่องรอยการเฉี่ยวชนของรถ ซึ่งมีรอยครูดไปตามผิวถนนเป็นทางยาว เบื้องต้นคาดว่าก่อนเกิดอุบัติเหตุน่าจะมีการใช้ความเร็วสูง โดยเฉพาะรถยนต์สปอร์ตเปอร์เช่ เนื่องจากเข็มไมล์ค้างอยู่ที่ 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่เข็มวัดรอบเครื่องยนต์ค้างอยู่ที่ 6,000 รอบต่อนาที
อุบัติเหตุสยองขวัญดังกล่าวอยู่ในความสนใจของประชาชนทันทีหลังจากสื่อมวลชนนำเสนอข่าวออกไป เนื่องจากผู้ตายมีทั้งนักธุรกิจเจ้าของโรงแรมดัง อีกรายเป็นบุตรชายนักการเมือง ซึ่งมีบทบาทสำคัญ เคยมีตำแหน่งถึงรัฐมนตรี ที่สำคัญคือรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุจัดอยู่ในตระกูลรถแข่งได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงหลังเกิดอุบัติเหตุ และยังเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วนพิเศษโทลล์เวย์ ในจุดที่ใกล้เคียงกับการเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ กรณีเด็กสาววัยรุ่นขับรถชนรถตู้โดยสาร มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ก่อนหน้านั้นไม่นาน
พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร. จึงเข้าอำนวยการการทำหน้าที่ตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ด้วยตัวเอง โดยอาศัยหลักนิติวิทยาศาสตร์ช่วยไขปริศนา!
"การขับรถเร็ว...การขับรถช้า...เมาสุรา...ใช้โทรศัพท์" เป็นข้อสันนิษฐานกว้างๆ ที่ พล.ต.ท.จรัมพร วางแนวทางให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานหาคำตอบให้ได้ว่า ประเด็นใดคือปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ
ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดจำนวน 16 ตัว ซึ่งติดตั้งไว้ตลอดแนวทางด่วนพิเศษสายนี้ เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะบอกเล่าถึงวินาทีขณะเกิดเหตุ ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้นำภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดทั้งหมดมาตรวจสอบ ซึ่งปรากฏภาพการใช้เส้นทางของรถยนต์ทั้ง 3 คันปรากฏอยู่ชัดเจน
ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้นำภาพถ่ายที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดตั้งแต่กล้องลำดับที่ 3 ซึ่งติดตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าวิทยาลัยป้องกันราชอณาจักร (วปอ.) ซึ่งจุดดังกล่าวรถใช้ความเร็วคงที่ ไปกระทั่งถึงกล้องตัวที่ 15 หน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ซึ่งเป็นจุดที่รถยนต์ทั้ง 3 คนชนกัน โดยใช้เวลาที่ปรากฏบนจอภาพกล้องวงจรปิดมาคำนวณระยะทางตามสูตรสมการเส้นตรง โดยใช้ระยะทางที่เท่ากันทั้ง 3 คัน คือ 9,150 เมตร
พบว่ารถยนต์ปอร์เช่ใช้เวลาในการวิ่งผ่านกล้องวงจรปิดในระยะ 9,150 เมตร ดังกล่าวเพียง 13 วินาที เมื่อคำนวณความเร็วตามสูตรสมการเส้นตรงแล้วจะมีความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 261 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ขณะที่รถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ใช้เวลาไปทั้งสิ้น 126 วินาที คำนวณความเร็วได้ที่ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือช้ากว่ารถยนต์ปอร์เช่ถึง 6 เท่า ส่วนรถยนต์มาสด้า 2 นายอำนาจซึ่งเป็นผู้ขับขี่รับสารภาพว่าใช้ความเร็วขณะเกิดเหตุอยู่ที่ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
จากภาพถ่ายกล้องวงจรปิดดังกล่าว ปรากฏภาพขณะรถยนต์ปอร์เช่พุ่งชนท้ายรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์จนลอยคว้างตกลงมาขวางถนน ก่อนที่รถยนต์มาสด้า 2 ซึ่งขับตามหลังมาจะชนซ้ำ
ภาพถ่ายดังกล่าวเห็นไม่ชัดเท่าร่องรอยที่ปรากฏอยู่บนผิวถนน และร่องรอยบนรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุ ซึ่งตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจสอบอย่างละเอียด
พบว่า "รถปอร์เช่" เสียหายอย่างหนัก บริเวณด้านหน้ารถตั้งแต่ฝากระโปรงไปถึงหลังคารถฝั่งคนขับ มีลักษณะบี้แบน มากกว่าฝั่งข้างคนขับ โดยที่ล้อหน้าซ้ายถูกชนจนพับงอเป็นสัน ทำให้สีบรอนซ์เงินซึ่งเป็นสีชั้นนอกถลอกเป็นแนวยาวเห็นสีพื้นชั้นในซึ่งเป็นสีขาวครีม
บริเวณตะเข็บขอบฝากระโปรงรถด้านในบางส่วนแตกออกจนเห็นน้ำยาทากันสนิมสีเขียว ส่วนหลังคาเปื้อนน้ำมันเฟืองท้าย กระจกหน้าแตกยับทั้งบาน ไฟหน้าขวาและซ้ายแตกเป็นชิ้นๆ บางจุด
ภายในรถพบเรือนไมล์ปรากฏเข็มวัดความเร็วค้างอยู่ที่ตำแหน่ง 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เข็มวัดรอบเครื่องยนต์ค้างอยู่ที่ 6,000 รอบต่อนาที ขณะที่เกียร์รถอยูที่ "เกียร์ 6" ซึ่งเป็นเกียร์เดินหน้าสุดท้าย
พล.ต.ท.จรัมพร เชิญผู้เชี่ยวชาญจากปอร์เช่ มาร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ กองพิสูจน์หลักฐานกลาง เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุการค้างของเข็มวัดความเร็วและเข็มวัดรอบเครื่องยนต์ของรถปอร์เช่คันนี้ ได้คำตอบว่า เป็นเพราะสายแพของแผงวงจรหน้าปัดบอกความเร็วและบอกรอบเครื่องยนต์ขาดขณะรถชนกัน จึงเป็นไปได้ว่าระดับความเร็วที่เข็มวัดบ่งบอกอยู่น่าจะเป็นความเร็วสุดท้ายของรถคันนี้
ขณะที่รถฟอร์จูนเนอร์ พบรอยสีขาวครีม และสีเขียวเปื้อนเป็นแนวที่ขอบล่างของฝากระโปรง ที่มีลักษณะบุบบี้ยุบไปถึงเบาะหลังคนขับ ล้อแม็กซ์และยางหลังด้านขวาหลุดออก เฟืองท้ายแตกน้ำมันไหลนองเต็มพื้น ขอบล้อแม็กซ์หลังด้านขวาแตกบางส่วน พบชิ้นส่วนไฟหน้ารถด้านขวาที่ทำจากพลาสติกของรถปอร์เช่ที่แตกหักเป็นชิ้นประมาณ 3 นิ้ว เสียบคาที่ขอบแม็กซ์ด้านในล้อหลังขวา
นอกจากนี้ที่ขอบแม็กซ์ด้านนอกล้อหลังขวามีเศษกันชนสีขาวของรถมาสด้า 2 ติดคาที่ขอบแม็กซ์ ขณะที่เกียร์อยู่ในตำแหน่ง L ซึ่งเป็นเกียร์เดินหน้าต่ำสุด ส่วนรถยนต์มาสด้า 2 ลักษณะด้านหน้าซ้ายถูกชนบุบบี้ยุบไปถึงเครื่องยนต์ และกันชนหน้าด้านซ้ายแตกหักออกบางส่วน
"ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถจับความเร็วคงที่ได้ตั้งแต่กล้องตัวที่ 3 รถที่เกิดเหตุทั้ง 3 คันขับมาในเลนเดียวกัน คือ เลนกลาง เริ่มต้นโดยรถฟอร์จูนเนอร์ขับมาด้วยความเร็ว 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากนั้นรถปอร์เช่ขับตามมาด้วยความเร็วสูงถึง 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และชนท้ายฟอร์จูนเนอร์ในลักษณะเสย ทำให้รถปอร์เช่เบี่ยงไปทางซ้าย แรงกระแทกทำให้รถฟอร์จูนเนอร์หมุนขวางเลนเอาไว้ ต่อมารถมาสด้าที่ขับมาด้วยความเร็วร้อยกว่าๆ พุ่งชนรถฟอร์จูนเนอร์อย่างจัง เพราะไม่เห็นไฟท้าย จนรถฟอร์จูนเนอร์กระเด็นไปอีกทิศทางหนึ่ง" พล.ต.ท.จรัมพร ให้ข้อมูล
สำหรับการตรวจสอบพื้นผิวถนนตรงจุดเกิดเหตุพบว่า มีร่องรอยการเฉี่ยวชนกำแพงขอบทาง รอยครูดบนผิวถนนเป็นทางยาวกว่า 119 เมตร และเสาไฟตรงขอบทางถูกชนจนโค้งงอ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งถอดออก เพราะเกรงว่ารถคันอื่นจะประสบอุบัติเหตุ
ร่องรอยหลักฐานที่ปรากฏทั้งหมดตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้ประมวลจัดทำเป็นภาพแอนิเมชั่นจำลองเหตุการณ์ เพื่อไขปริศนาวินาทีเกิดเหตุ ซึ่งภาพ "แอนิเมชั่น" ที่ว่า จะไขคดีนี้ได้อย่างไร ติดตามตอนหน้า
--------------------
(คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : 'แอนิเมชั่น' ไขปริศนา นักธุรกิจซิ่ง 'ปอร์เช่' ชนลูกอดีตรมต. (1) : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ
ขอบคุณเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม : pippodeco : Csi Thailand คดี ปอร์เช่ ชน ฟอร์จูนเนอร์
- http://www.youtube.com/watch?v=gbNZXuv3_eQ)



