ข่าว

'นายกฯ'สั่งผวจ.ปรับแผนพัฒนาร่วมกบอ.

'นายกฯ'สั่งผวจ.ปรับแผนพัฒนาร่วมกบอ.

09 มิ.ย. 2556

"นายกฯ" ตรวจพื้นที่ “อุทยานบึงสีไฟ” สั่งผวจ.ปรับแผนพัฒนาร่วมกบอ. เตรียมเทงบโครงการเร่งด่วนรองรับฤดูฝน บูรณาการเป็นแหล่งท่องเที่ยว-สร้างอาชีพ

       

          วันที่ 9 มิ.ย.56  เมื่อเวลา 09.45 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี พร้อมด้วย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำบึงสีไฟ ตำบลท่าหลวง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร เพื่อตรวจเยี่ยมโครงการฯ และพบปะประชาชน โดยมีนายจักริน เปลี่ยนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ข้าราชการ และประชาชน ให้การต้อนรับ
 
          โดยนายจักริน กล่าวรายงานว่า พื้นที่บึงสีไฟถือว่าใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองจากบึงบอระเพชร และแคว้นพะเยา จำนวนพื้นที่ 54,000 ไร่ สำหรับโครงการที่ทางจังหวัดขอรับการสนับสนุนเป็นพิเศษนอกกรอบในพื้นที่บึงสีไฟมี 2 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการปรับปรุงผิวทางจราจรรอบบึงสีไฟเพื่อยกระดับและทำพนังกั้นน้ำรอบบึงสีไฟสร้างเป็นเส้นทางจักรยานและจุดชมวิว วงเงินงบประมาณ 200 ล้านบาท และโครงการที่ 2 คือ โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูบึงสีไฟ งบประมาณ 400 ล้านบาท ซึ่งถ้าโครงการเก่าและใหม่ดำเนินการเสร็จสิ้นจะสามารถกักเก็บปริมาตรน้ำ 18 ลบ.ม.
 
          นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา กรรมการ กบอ.กล่าวว่าหลักคิดของกบอ.ในการบริหารจัดการพื้นที่บึงสีไฟมี 5 ข้อ คือ 1. มีเจ้าภาพที่ชัดเจน โดยมีหน่วยงานส่วนกลางทำหน้าที่สนับสนุน ประสานงาน 2. ต้องมีการดูแลขุดลอก 3. เชื่อมโยงพื้นที่ที่เหลือให้สอดคล้องกัน 4 .เชื่อมโยงทางด้านน้ำ ปรับปรุงระบบการนำน้ำเข้าออกให้มีประสิทธิภาพ 5. จัดการระบบบริหารการใช้ประโยชน์ของพื้นที่อย่างมีส่วนร่วม
 
          น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขอให้จังหวัดโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปรับแผนร่วมกับคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่มากขึ้นในช่วงฤดูฝนที่จะมาถึง ซึ่งนอกจากอุทยานบึงสีไฟจะปรับปรุงเพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนและเรื่องการเกษตรแล้วยังสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวและส่งเสริมอาชีพได้อีกด้วย
 
          น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้จุดประสงค์ก็เพื่อแก้ปัญหาให้เป็นระบอย่างบูรณาการ เช่น การขุดลอกคูคลองหรือการบำบัดน้ำเสียหากกพื้นที่ใดมีความพร้อมก็ให้ดำเนินการได้ทันที รวมถึงการจัดสรรพื้นที่ว่าจะพัฒนาอย่างไร ซึ่งจากการเดินทางผ่านมาพื้นที่ข้างทางสามารถพัฒนาได้อีกมาก เช่น การพัฒนาพื้นที่ข้างทางเพื่อใช้เป็นสถานที่ออกกำลังกายและพื้นที่ค้าขาย โดยรัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณตามแผนเร่งด่วนในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 10 มิ.ย.นี้