ข่าว

บก.น.1ติวเข้มงานสืบสวนดึงไอทีคลี่คลายคดีอาญา

บก.น.1ติวเข้มงานสืบสวนดึงไอทีคลี่คลายคดีอาญา

08 มิ.ย. 2552

สถานภาพการเกิดอาชญากรรมในเมืองหลวง ประชาชนส่วนใหญ่เกรงไม่ได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะคดี "ฆาตกรรม-ทำร้ายร่างกาย-ลักทรัพย์-ข่มขืน" มีแนวโน้มมากขึ้น นอกจากนี้การกระทำความผิดของคนร้ายทวีความรุนแรง และมีวิธีการที่ซับซ้อนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 ด้วยเหตุนี้กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (บก.น.1) จึงเร่งพัฒนาความรู้ความสามารถในการป้องกันตนเองและผู้อื่น การเข้าตรวจค้นจับกุม การใช้อาวุธ การประสานงาน และการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานนำมาสู่การจับกุมคนร้าย และสามารถประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกหน่วย เพื่อรองรับและพัฒนาให้นำหน้ารูปแบบการกระทำความผิดที่เกิดขึ้น ทั้งในปัจจุบันรวมถึงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

 โครงการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ระดับชั้นประทวน-สัญญาบัตร พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ในฐานะผู้นำหน่วยจึงจัดทำโครงการขึ้นเพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถ เสริมสร้างจริยธรรม คุณธรรม และความสามัคคี เรียนรู้การทำงานเป็นทีม การให้บริการประชาชน ตลอดจนความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่

 "ฝ่ายสืบสวนของ บก.น.1 รับผิดชอบงานด้านการสืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิด การสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม ทั้งที่มีลักษณะเป็นองค์กร หรือเป็นผู้มีอิทธิพล ด้านความมั่นคง การก่อความไม่สงบ การก่อการร้าย การป้องกันและตอบโต้วิกฤติการณ์ที่ต้องมีมาตรฐานตามหลักสากล สามารถร่วมมือกับฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภายในและภายนอกประเทศ การอบรมฝ่ายสืบสวนในหน่วยงานกว่า 100 คน มีการเชิญวิทยากรผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์การทำงานที่โดดเด่นในงานด้านการสืบสวน จากทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน เข้ามาร่วมถ่ายทอดความรู้ ที่สำคัญเป็นการเสริมสร้างความมีวินัยและความสามัคคีกลมเกลียวของบุคลากรฝ่ายสืบสวน" พล.ต.ต.วิชัย ระบุ

 หลักสูตรการอบรมตามโครงการดังกล่าว เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจะได้ความรู้จากการถ่ายทอดประสบการณ์การสืบสวน เช่น เทคนิคการสืบสวนโดยใช้ไอที โดยมี พ.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบก.จร.เป็นวิทยากร ปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนคดีสำคัญ มือปืนรับจ้าง ยาเสพติด การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และการโจรกรรมรถยนต์ มี พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบก.น.1 เป็นวิทยากร และวิธีการสืบสวนโดยการทำงานเป็นทีม การตอบโต้วิกฤติการณ์ มี พ.ต.อ.คณิศร์ชัย มหินทรเทพ ผกก.สส.น.1 เป็นวิทยากร เป็นต้น

 "ทุกวันนี้เทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น มีความผูกพันกับมนุษย์มากขึ้น ดังนั้นฝ่ายสืบสวนต้องมีความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์เหล่านี้ สมัยก่อนเทคโนโลยียังไม่พัฒนา มีเพียงแค่วิทยุสื่อสาร เวลาเกิดเหตุหรือคดีขึ้นมา บางครั้งเสียเวลามาก แต่เมื่อมีวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีเข้ามา นักสืบต้องรู้จักการใช้คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ช่วยในการสืบสวน ไม่ว่าจะเป็นกล้องถ่ายรูปดิจิทัล เทปบันทึกเสียง มีโน้ตบุ๊ก ต้องมีอีเมลส่วนตัว ต้องรู้จักการใช้แผนที่ ต้องรู้จักการใช้โปรแกรมประยุกต์ช่วยการสืบสวน สิ่งเหล่านี้ช่วยให้การสืบสวนเกิดความรวดเร็ว หากประสานงานทางโทรศัพท์มือถือแล้ว นักสืบสวนอยู่ที่ไหนมีหลักฐานที่เก็บได้อะไรบ้างก็ส่งผ่านอีเมล เพื่อให้ทีมงานช่วยเก็บรวบรวมหรือวิเคราะห์ ไม่ต้องเสียเวลากลับมาที่ทำงาน นอกจากนี้ ต้องรู้ถึงแหล่งข่าวในด้านต่างๆ ที่มีความผูกพันกับมนุษย์ นักสืบสวนต้องมีไว้เพื่อช่วยเหลือด้านการสืบสวน" พ.ต.อ.สุวัฒน์ ระบุ

 ด้าน พ.ต.อ.คณิศร์ชัย เปิดเผยว่า การบรรยายการตอบโต้วิกฤติการณ์ หมายความว่า เวลาเกิดคดีเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนต้องไปที่เกิดเหตุ แสวงหาพยานแวดล้อมให้มากที่สุด พยานบุคคลให้มากที่สุด รวมถึงหลักฐานในที่เกิดเหตุต้องมีการบันทึกภาพ หรือเก็บข้อมูลให้มากที่สุด ทั้งในที่เกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ

 โครงการนี้มีการประเมินผลเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนที่เข้าอบรม โดยผู้บังคับบัญชาจะสังเกตพฤติกรรม ความตั้งใจฟังการบรรยาย การมีส่วนร่วม การซักถามข้อมูล และการเข้าร่วมอบรมตรงเวลา หลังจากเสร็จสิ้นการอบรมผู้บังคับบัญชาจะดูสถิติการสืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดเปรียบเทียบ 3 เดือนย้อนหลังกับ 3 เดือนถัดไปหลังการฝึกอบรม ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-7 มิถุนายน 2552 ที่โรงแรมอุทัยคีรี รีสอร์ท อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา