
ลือ'สะแปอิง'จ่อบึ้มใต้-'มทภ.4'สั่งเข้ม
ผวา'สะแปอิง'สั่งบึ้มใต้ก่อนคุยสันติภาพ มทภ.4 สั่งรปภ.เข้ม เฝ้าระวังพื้นที่สำคัญ ชี้เป็นแค่ข่าวลือ แต่ยันไม่ประมาท ขณะที่สงขลาลอบยิงชาวสวนยางบาดเจ็บ 1 ราย
8 มิ.ย.56 พล.ท.สกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาคที่ 4 ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่า นายสะแปอิง บาซอ เลขาสภาองค์กรนำ DPP สั่งให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเตรียมก่อเหตุรุนแรงก่อนการพูดคุยสันติภาพระหว่างทีมงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)กับกลุ่มบีอาร์เอ็น ในวันที่ 13 มิถุนายนนี้ว่า ขณะนี้ข่าวลือในพื้นที่มีมาก ไม่เฉพาะข่าวนายสะแปอิงเตรียมก่อเหตุ โดยตนสั่งให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังการเคลื่อนไหวของกลุ่มที่จะก่อความไม่สงบอย่างใกล้ชิด และให้หน่วยข่าวในพื้นที่หาข่าวทางลึกเพราะข่าวที่เกิดขึ้นต้องมีการเฝ้าระวังและป้องกันจะประมาทไม่ได้ แม้ข่าวที่ได้มาจะเป็นข่าวลวงก็ตาม แต่เราต้องดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดและคอยระมัดระวัง เพราะเราไม่รู้ว่ากลุ่มที่ก่อเหตุจะปฏิบัติการเมื่อไร ตนได้สั่งการลงไปในพื้นที่เรียบร้อยหมดแล้ว ให้เฝ้าระวังสถานที่สำคัญเชิงสัญลักษณ์ในพื้นที่ และให้หน่วยทหารลาดตระเวนทุกเส้นทางที่เป็นจุดล่อแหลม ซึ่งที่ผ่านมามีข่าวลือมาโดยตลอดและมีการปล่อยข่าวเหมือนข่าวลือการวางระเบิดในกรุงเทพมหานคร รวมถึงข่าวลือการโจมตีที่ตั้งของหน่วยทหารด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ประมาทพร้อมวางมาตรการเฝ้าระวังและดูแลสถานที่สำคัญอย่างเต็มที่
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงการลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองผู้บัญชาการทหารบก(รอง ผบ.ทบ.) ในฐานะผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผช.ผอ.ศปก.กปต.) ว่า พล.อ.ดาว์พงษ์ ได้นำนโยบายและข้อห่วงใยของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มาให้กำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้เน้นย้ำเรื่องการรักษาความปลอดภัยในทุกเป้าหมายที่ต้องทำให้ปลอดภัย
นอกจากนี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ในฐานะ ผอ.ศปก.กปต. ได้ให้มาดูการทำงานของ 6 กลุ่มงานในพื้นที่ อาทิ รักษาความปลอดภัย พัฒนาความเป็นอยู่ขั้นพื้นฐาน การศึกษา ยุติธรรม ฯลฯ มีการทำงานได้ผลและมีความก้าวหน้าอย่างไรบ้าง และประสานการทำงานกันอย่างไร รวมถึงการเดินไปตรวจเยี่ยมกำพลเฉพาะกิจยะลา 11 พร้อมทั้งดูแผนการปฏิบัติงานในพื้นที่ จ.ยะลา มีการทำงานร่วมกันของทหาร ตำรวจ อาสาสมัคร ในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เซพตี้โซนอย่างไรบ้าง
“ขณะนี้การทำงานของทุกหน่วยงานภายใต้ ศปก.กปต. และหน่วยงานที่แก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้เริ่มขับเคลื่อนไปข้างหน้าแล้ว โดยทางกองอำนวยงานรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.)ภาค 4 ส่วนหน้า ได้สรุปการทำงานว่า สามารถจำกัดเสรีการก่อเหตุได้ดีพอสมควร และสามารถตรวจจับ ตรวจค้นผู้ต้องสงสัยหรือผู้ที่มีหมายจับได้” รองโฆษก ทบ. กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ ที่มีพล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ผบช.ศชต. ประธานในการประชุม เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีการรายงานข้อมูลด้านการข่าวจากฝ่ายข่าวว่า ปรากฏข่าวสารความเคลื่อนไหว นายสะแปอิง บาซอ เลขาสภา DPP สั่งการให้นายรุสดี ยี่งอ และนายอิสมาแอ ระยะหลง แกนนำฝ่ายทหาร ให้ดำเนินการสั่งการสมาชิกปฏิบัติการและเตรียมกำลังผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมปฏิบัติการโจมตีหน่วยทหารที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ล่อแหลม ในห้วงก่อนการพูดคุยในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ โดยสั่งให้มีการโจมตีต่อเป้าหมายในพื้นที่ จ.นราธิวาส คือ อ.บาเจาะ และ อ.ศรีสาคร ในพื้นที่ จ.ยะลา ให้โจมตี อ.ยะหา และ อ.บันนังสตา และพื้นที่ จว.ปัตตานี ให้โจมตี อ.หนองจิก และ อ.ยะรัง และให้ตรวจสอบหาข่าวและติดตามความเคลื่อนไหว ปฏิบัติการเชิงรุก วางมาตรการในการป้องกัน เพื่อป้องกันการสูญเสีย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ทหารได้มีการเพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบก่อเหตุแล้ว
สงขลาลอบยิงชาวสวนยางบาดเจ็บ 1 ราย
เมื่อเวลา 02.30 น.วันที่ 8 มิ.ย.56 พ.ต.ท.อุเทน แก้วจันทอน สว.สภ.บ้านโหนด อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา รับแจ้งมีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิงชาวสวนยางพารา ขณะขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปกรีดยางพารา เหตุเกิดบนถนนภายในหมู่ที่ 6 บ้านสวนโอน ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 1 คน คือ นางสมจิตร ทองเต็ม อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44/2 หมู่ที่ 3 ต.บ้านโหนด อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา โดยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักล้ม ส่วนกระสุนปืนที่คนร้ายยิงใส่นั้น พลาดเป้า ไปโดนรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหาย
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ขณะที่นางสมจิตร และนายจริญ พรหมขาวทอง สามี ขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซ้อนท้ายกันมา เพื่อไปกรีดยางพารา และมีนายสมภพ ปุปะกา หลานชายขี่รถจักรยานยนต์อีกคันตามหลังมาด้วย เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ คนร้ายซึ่งดักซุ่มรออยู่ในป่าข้างทางได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงใส่นางสมจิตร และสามี แต่กระสุนปืนพลาดไปโดนรถจักรยานยนต์ที่ขี่มา ทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักล้มลงจนนางสมจิตร ได้รับบาดเจ็บ ส่วนสามีไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด หลังก่อเหตุคนร้ายได้หลบหนีไป ส่วนสาเหตุนั้น ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวน



