
'มาร์ค'ชี้จำนำข้าวเจ๊ง2.6แสนล้านจริง
'อภิสิทธิ์' หอบตัวเลขราชการ ประจาน 'จำนำข้าวเจ๊ง 2.6 แสนล้านจริง' พร้อมขนทัพปชป. ช่วย 'แทนคุณ' โค้งสุดท้าย
8 มิ.ย.56 นายอภิสิทธิ์ แถลงเป็นกรณีพิเศษถึงกรณีที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ และนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ออกมาแถลงข่าวยืนยันว่า โครงการรับจำนำข้าวไม่มีการขาดทุนถึง 2.6 แสนล้านบาท ตามที่คณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวของกระทรวงการคลังออกมาระบุ แต่ไม่สามารถให้ตัวเลขการขาดทุนได้ โดยอ้างว่าเป็นความลับและยังไม่ปิดโครงการรับจำนำจึงไม่สามารถสรุปตัวเลขได้ว่า เหตุผลที่ต้องแถลงข่าววันนี้เพราะโครงการรับจำนำข้าว เป็นนโยบายหลักของรัฐบาลที่อ้างว่าทำเพื่อช่วยเกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ประการที่สองความสำคัญของรายได้เกษตรกร ต่อภาวะเศรษฐกิจและภาวะความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน มีความสำคัญมาก
ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวต่อว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยกับข้าวถือว่าคู่กันมาโดยตลอด และโครงการนี้กระทบอย่างกว้างขวางต่ออุตสาหกรรมข้าว การค้าข้าว และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ที่สำคัญคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นทั้งหัวหน้ารัฐบาลและประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติโดยตำแหน่ง จึงมีความรับผิดชอบต่อโครงการนี้โดยตรง จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีแก้ปัญหานี้โดยเร่งด่วน
"ต้องทำความชัดเจนเกี่ยวกับสถานะของโครงการที่มีความสับสนหรือพยายามบ่ายเบี่ยง โดยยืนยันว่าตัวเลขที่ใช้แถลงเป็นของราชการ ไม่มีของพรรคประชาธิปัตย์กำหนดขึ้นเอง ทั้งนี้การจำนำข้าวของรัฐบาลทำมา 3 ฤดูกาลแล้วโดยมีการขาดทุนที่นายทนุศักดิ์ เองก็ยอมรับในระหว่างการแถลงข่าวคือ นาปี 2554/2555 ขาดทุน 42,963 ล้านบาท นาปรัง 2555 ขาดทุน 93,993 ล้านบาท และนาปี 2555/2556 ขาดทุน 84,071 ล้านบาท รวมขาดทุน 220,976 ล้านบาท ซึ่งตนขออธิบายว่ามีฐานการคำนวณอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน เพราะรัฐบาลพยายามบอกว่าตราบใดที่ยังขายข้าวไม่หมดก็จะไม่มีทางทราบว่าสถานะเรื่องการขาดทุนของโครงการจำนำข้าวเป็นอย่างไร" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่ออีกว่า ถ้าใช้หลักคิดนี้ตราบเท่าที่โครงการจำนำข้าวยังดำเนินการต่อจะไม่มีทางทราบว่าขาดทุนเท่าไหร่ เพราะจะมีข้าวที่ขายออกไปและรับจำนำเข้ามาไม่จบไม่สิ้น แต่หลักการทำบัญชีที่กระทรวงการคลังดำเนินการนั้น จะถือหลักว่าเมื่อรับจำนำข้าวเข้ามาจำนวนเท่าไหร่ ราคาเท่าไหร่ ใช้เงินเท่าไหร่ ขายออกไป ได้เงินกลับมาเท่าไหร่ และข้าวที่ถืออยู่มีมูลค่าในทางตลาดเท่าไหร่
"ถ้าเปรียบเทียบการคำนวณการขาดทุนโครงการรับจำนำข้าว ก็เหมือนกับการซื้อของมา 100 บาท ในขณะที่เก็บของไว้ ราคาในตลาดขายที่ 80 บาท จะบอกว่าไม่ขาดทุนเพราะยังไม่ได้ขายแล้วซื้อเข้ามาเรื่อยๆ ในจำนวน 100 บาท แต่ขายได้ในราคา 80 บาทโดยสรุปว่ายังไม่ขาดทุนเพราะยังขายไม่หมดไม่ได้ แต่ต้องคิดว่าราคาตลาดในขณะนั้นขาดทุน 20 บาทต่อการซื้อครั้งละ 100 บาท ยิ่งไปกว่านั้นของที่เก็บไว้ยังมีปัญหาเรื่องเสื่อมสภาพด้วย ก็ต้องประเมินเป็นช่วงๆ เพื่อปิดบัญชีว่ามูลค่าของเปลี่ยนแปลงอย่างไร ยกเว้นว่าใครมีความเชื่อว่าราคาข้าวจะมีความเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด ตัวเลขการประมาณการก็อาจมีความคลาดเคลื่อนได้ แต่ในกรณีของข้าวไม่มีความเปลี่ยนแปลง เรื่องราคาที่หวือหวาหรือผันผวน ดังนั้นการที่คณะอนุกรรมการปิดบัญชีประมาณการว่าการขาดทุนอยู่ที่ 220,976 ล้านบาท จึงมีพื้นฐานหลักคิดที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่เรื่องที่ไม่สามารถสรุปตัวเลขได้เหมือนอย่างที่รัฐบาลอ้าง" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการอ้างว่าตัวเลขการขาดทุน ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะรัฐบาลยิ่งลักษณ์แต่ต่อเนื่องจากรัฐบาลชุดก่อนๆ ด้วยนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากแยกดูตัวเลขการขาดทุนที่เกิดขึ้นเฉพาะรัฐบาลชุดนี้จะเริ่มตั้งแต่โครงการข้าวนาปี 54/55 ซึ่งขาดทุน 42,963 ล้านบาท เป็นโครงการรอบแรกและมีวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ จึงทำให้โครงการไม่ดำเนินการอย่างเต็มที่ แต่อีก 2 ฤดูกาลถัดมาซึ่งรวมเป็นตัวเลข 1 ปี จะพบว่าการขาดทุนสูงถึง 178,004 ล้านบาท จากที่ตนตรวจสอบการขาดทุนดังกล่าว ยังไม่รวมงบประมาณบริหารงานโครงการซึ่งจัดเป็นงบให้ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ดังนั้นการขาดทุนที่เกิดขึ้นในรอบ 1 ปี ของรัฐบาลนี้จึงอยู่ที่ตัวเลข 2 แสนกว่าล้านแน่นอน และเมื่อเทียบกับตัวเลขการปิดบัญชีโครงการจำนำสินค้าเกษตร 17 โครงการในวันที่ 31 พ.ค.55 พบว่าขาดทุน 206,718 ล้านบาท แต่ในการปิดบัญชีวันที่ 31 ม.ค.56 ขาดทุน 393,902 ล้านบาท เท่ากับว่าขาดทุนเพิ่มขึ้นถึง 187,184 ล้านบาท แสดงว่าไม่ถึงปีการขาดทุนเพิ่มขึ้น 187,184 ล้านบาท โดยเป็นตัวเลขที่ยังไม่รวมค่าบริหาร จากข้อมูลนี้ตอกย้ำว่าการขาดทุนในรอบปีที่ผ่านมาประมาณสองแสนหรือกว่าสองแสนล้านบาท
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า เม็ดเงินที่รัฐบาลใช้ในโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลนั้น ใช้ไปแล้ว 661,224 ล้านบาท ประกอบด้วย เงินกู้ที่สำนักบริหารหนี้สาธารณะ 408,750 ล้านบาท จาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) 90,000 ล้านบาท ซึ่งธกส.ทดลองจ่าย 69,024 ล้านบาท ได้เงินคืนจากการระบายข้าว 93,450 ล้านบาท นำมาใช้หมุนเวียนในโครงการด้วย ทั้งนี้จากการใช้เงินก้อนดังกล่าวรัฐมนตรีที่แถลงข่าวบอกว่า สามารถนำเงินที่ระบายข้าวไปคืน ธกส.ได้แล้ว 120,000 ล้านบาท และประเมินมูลค่าข้าวในสต๊อคว่าอยู่ที่ 226,000 ล้านบาท รวมแล้วเงินยังหายไป 315,224 ล้านบาท จากวงเงินที่ใช้ทั้งหมด 661,224 ล้านบาท จึงไม่มีประเด็นที่รัฐบาลจะปฏิเสธว่า การขาดทุนในโครงการจำนำข้าวไม่ถึง 2.6 แสนล้านบาท
“เพราะตัวเลขของราชการยืนยันตรงกันว่า เราจะต้องขาดทุนในโครงการนี้ปีละกว่าสองแสนล้านบาท โดยสามฤดูกาลที่ผ่านมาขาดทุนรวม 220,967 ล้านบาท ค่าบริหาร 40,000 ล้านบาท รวมขาดทุน 260,967 ล้านบาท และในขณะที่มีการขาดทุนจำนวนมากแต่ ธกส.แถลงว่าเกษตรกรได้ประโยชน์จากโครงการนี้เพียง 86,000 ล้านบาทเท่านั้น แปลว่าเงินที่เสียไปกับการขาดทุนโดยที่เกษตรกรไม่ได้ประโยชน์ถึง 174,967 ล้านบาท ผมเคยประมาณการไว้ว่าเกษตรกรได้ประโยชน์ประมาณแสนล้านต้นๆ ในขณะนี้ตัวเลขทางการยืนยันชัดเจนแล้วว่า เกษตรกรได้รับประโยชน์ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเงินที่เสียไป เท่ากับเงินไม่ถึงมือชาวนา ดังนั้นถ้ารัฐบาลจะเสียเงินกว่าสองแสนล้านกับการขาดทุนในโครงการนี้ก็น่าจะนำเงินก้อนดังกล่าวหาญเฉลี่ยแจกให้กับชาวนาไปเลย ซึ่งจะทำให้ชาวนาได้ประโยชน์มากกว่าปัจจุบันเท่าตัว และตลาดข้าวไม่พังพินาศแบบในปัจจุบันด้วย เพราะการซื้อขายข้าวยังเป็นปกติ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวต่อไปอีกว่า คำพูดที่บอกว่าโครงการนี้ทำให้ภาคการเกษตรมีรายได้ดี สร้างความเชื่อมั่นของเศรษฐกิจในภูมิภาค แต่ตัวเลขของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่ารายได้ภาคการเกษตรไตรมาสที่สามปี 2555 รายได้ลดลง 4.1% ไตรมาสสุดท้ายปี 2555 ติดลบ 0.7 % สามเดือนแรกของปี 2556 ติดลบอีก 2.2 % และในเดือนเมษายน 2556 รายได้ติดลบอีก 7.7 % นี่คือตัวเลขทางการที่บ่งบอกว่ามาตรการจำนำข้าวกำลังสร้างความเสียหายทางการคลังปีละประมาณสองแสนล้านเงินถึงชาวนาไม่ถึงครึ่งและไม่สามารถยกระดับความเป็นอยู่หรือรายได้ของเกษตรกรได้ด้วย
"นอกจากนี้การสำรวจหนี้เกษตรกรที่กระทรวงเกษตรฯจัดทำขึ้นนั้นก็ยืนยันว่า สถานะความเป็นอยู่ของเกษตรกร ถ้าวัดจากระดับของหนี้สินแย่ลงเพราะหนี้สินเพิ่มขึ้น ทั้งนี้รัฐบาลพยายามพูดว่าจะไม่ให้เกิดความเสียหายมากกว่าโครงการประกันรายได้ ซึ่งตนให้ตัวเลขสูงสุดที่ใช้ในโครงการประกันรายได้ว่าอยู่ที่ 60,000 ล้านบาท โดยเกือบ 100 % ของยอดเงินดังกล่าวเป็นเงินที่จ่ายตรง ให้กับเกษตรกรแตกต่างจากโครงการจำนำข้าว ที่แต่ละปีขาดทุนสองแสนล้านมากกว่า โครงการประกันรายได้ถึงสามเท่าตัว เพราะฉะนั้นถ้าสมมติว่าโครงการประกันรายได้ในอดีตกำหนดราคาประกันที่ 15,000 บาทก็ยังใช้เงินน้อยกว่าโครงการจำนำข้าวอย่างมาก" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การขาดทุนตามตัวเลขที่ออกมา 2.6 แสนล้านซึ่งคิดเป็น 10 % ของงบประมาณประจำปีเท่านั้น แต่จะเพิ่มสูงขึ้นอีก หากไม่มีการทำโครงการนี้ก็สามารถนำเงินขาดทุนดังกล่าวมาใช้ใน 7 ปี โดยไม่ต้องกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ให้ประชาชนเป็นหนี้ 50 ปี จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ต่างประเทศจับตาดูอย่างใกล้ชิดเพราะสร้างความเสียหายต่อเนื่อง ในแง่สถานะการคลังและความน่าเชื่อถือของประเทศ ทางด้านการคลังด้วย
ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้หลังจากใช้โครงการจำนำข้าว ก็ทำให้ไทยเกิดผลกระทบต่อการส่งออกสูญเสียแชมป์ผู้ส่งออกอันดับ 1 รายได้จากการขายข้าวเข้าประเทศก็ลดลงกว่า 20 % โดยไม่มีแนวโน้มที่จะดีขึ้น ล่าสุดการค้าข้าวระหว่างประเทศของไทยจะนำข้าวจากต่างประเทศ มาขายแทนข้าวไทยเพราะต้นทุนถูกกว่า ดังนั้นนอกเหนือจากความสูญเสียด้านการคลังแล้ว เรายังสูญเสียขีดความสามารถการแข่งขัน ทำลายอนาคตข้าวไทย ทำให้แข่งกับประเทศอื่นไม่ได้ สุดท้ายเกษตรกรก็จะมีปัญหาในการขายข้าวมากขึ้น ถ้ารัฐบาลสะสมการขาดทุนไปเรื่อยๆ วันหนึ่งก็ต้องมีจุดจบ
“ผมเคยเตือนรัฐบาลว่า ประเทศเพื่อนบ้านที่เคยส่งออกข้าวมากกว่าไทยก็มาสูญเสียการส่งออกให้ไทยในวันที่ประเทศเหล่านั้นตัดสินใจเป็นผู้ค้าข้าวเองเพียงรายเดียว วันนี้รัฐบาลกำลังเดินตามรอยนั้น ซึ่งไม่เป็นประโยชน์กับเกษตรกร ที่สำคัญคือยังมีปัญหาการทุจริตที่ส.ส.ของพรรคเปิดโปงข้อมูลทั้งการระบายข้าว การเวียนเทียนในประเทศ ก็เป็นอีกหนึ่งความสูญเสียในโครงการนี้” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่ออีกว่า สิ่งที่ตนเรียกร้องคือขอให้ยอมรับความจริง และขอให้เข้าใจว่าคนที่ห่วงใยเอาความจริงมาพูด ไม่ได้ประสงค์ให้รัฐบาลหยุดช่วยเกษตรกร ต้องการให้ช่วยแต่ช่วยโดยเงินทุกบาททุกสตางค์ไปถึงมือเกษตรกรและช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพไม่ทำลายอนาคตข้าวไทยซึ่งจะย้อนกลับไปทำร้ายเกษตรกร ตนกังวลสิ่งที่กำลังเกิดสองเรื่อง 1.กระทรวงพาณิชย์ส่งสัญญาณว่า จะมีการทบทวนตัวเลขการขาดทุนของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีใหม่โดย กขช.หรือใครยังไม่แน่ชัด ทั้งที่เป็นการคำนวณตามตัวเลขของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง หากตัวเลขการปิดบัญชีผิดก็เท่ากับว่ามีการให้ข้อมูลผิดจากหน่วยงานต่างๆ แต่ตนคิดว่าน่าจะมีความพยายามเอาตัวเลขไปทบทวนเพื่อสร้างความสับสน เพราะรัฐบาลไม่ยอมรับว่าโครงการนี้สร้างความเสียหายต่อการเงินการคลังอย่างไร
“ 2.รมช.พาณิชย์ กำลังขอเงินงบประมาณ 9 ล้านเศษเพื่อทำโครงการมวลชนคือ ทำงานสัญจรเรื่องจำนำข้าว และมีแนวโน้มว่าจะไปยุให้เกษตรกรเข้าใจผิดว่า คนที่ออกมาท้วงติงโครงการจำนำข้าวไม่ต้องการช่วยเหลือเกษตรกร นอกจากจะเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงแล้ว ยังเป็นการเพิ่มความแตกแยกในสังคม ในประเทศ โดยไม่จำเป็น เพราะฉะนั้นจึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาล และเป็นประธาน กขช. ได้รับรายงานตัวเลขไปแล้วกว่า 1 สัปดาห์ จะต้องรับผิดชอบด้วยการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน เพราะกำลังจะมีการเสนอ ครม.ให้ขยายวงเงิน และขยายกรอบ นายกฯต้องทบทวนโครงการนี้ทั้งหมด หาวิธีการอื่นในการช่วยเหลือเกษตรกรไม่จำเป็นต้องเป็นโครงการประกันรายได้ แต่ขอให้เป็นโครงการที่เงินถึงชาวนาทุกบาททุกสตางค์ไม่ใช่ไม่ถึงครึ่งอย่างโครงการรับจำนำข้าว และต้องไม่ทำลายอนาคตข้าวไทย เกษตรกรไทยด้วย โดยพรรคประชาธิปัตย์จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะห่วงว่ารัฐบาลมีความพยายามปกปิดความจริง ในขณะที่นายกฯหลีกเลี่ยงการตัดสินใจที่จะแก้ปัญหา” ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าว
ขนทัพปชป.ช่วย"อี้"หาเสียง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สส.บัญชีรายชื่อ นางกนกนุช นางกสุวรรณภา สก.พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปยังวัดคลองบ้านใหม่ เขตดอนเมือง เพื่อช่วยนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 12 ดอนเมือง พรรคประชาธิปัตย์หาเสียง ก่อนมีการเลือกตั้งล่วงหน้าวันอาทิตย์นที่ 9 มิถุนายนนี้ และเลือกตั้งวันจริงวันที่ 16 มิถุนายนนี้
ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ นายแทนคุณ และคณะหาได้ร่วมสวดมนต์ ทำบุญกับประชาชนเนื่องในวันพระ จากนั้นนายอภิสิทธิ์ และนายแทนคุณลงพื้นที่หาเสียงที่ชุมชุนปิ่นเจริญ 4 ซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับวัดคลองบ้านใหม่ โดยได้แวะตามร้านค้าต่างๆ ซึ่งมีประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูป มอบดอกไม้ให้กำลังใจ ขณะเดียวกันประชาชนที่นั่งอยู่ในรถยนต์ก็เปิดกระจกเพื่อโบกมือทักทายให้คณะหาเสียงอย่างคึกคัก ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์เตรียมจัดเวทีปราศรัยใหญ่วันที่ 14 มิถุนายนนี้ โดยรอกำหนดสถานที่อีกครั้ง นอกจากนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมลงพื้นที่ช่วยนายแทนคุณหาเสียงด้วย
...................................
(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)



