
รายงาน-สัปดาห์ "เผาหัวเชื้อ"
ในรอบสัปดาห์นี้ ยังคงน่าจับตา เกมเผาหัวเชื้อ ออกมาไล่บี้รัฐบาล ในศึกซักฟอกร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ วงเงิน 4 แสนล้านบาท
ซึ่งจะเข้าสู่ที่ประชุมสภาสมัยวิสามัญวันที่ 15-23 มิถุนายนนี้ โดย ชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้บรรจุระเบียบวาระไว้เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับเร่งให้รัฐบาลจัดส่งรายละเอียดร่าง พ.ร.ก.ดังกล่าวให้รัฐสภา และสมาชิกได้นำกลับไปพิจารณาศึกษาโดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายนนี้
นับว่าคึกคักกันจริงๆ เพราะต่างฝ่ายต่างซุ่ม เตรียมเก็บข้อมูลทั้งหมดมาซัดกันกลางสภา
ขณะที่วิปรัฐบาล โดย ชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปรัฐบาล นัดวิปรัฐบาลเพื่อกำหนดกรอบและทิศทางของวิปในวันที่ 8 มิถุนายนนี้ เช่นเดียวกันเพื่อกำหนดจุดร่วมของวิปรัฐบาล ก่อนที่จะมอบหมายให้ตัวแทนวิปแต่ละฝ่ายไปทำความเข้าใจในพรรคร่วมรัฐบาล
และเพื่อป้องกันไม่ให้เสียงแตก วิปรัฐบาลจึงต้องรีบทำงานตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะต้องเจอศึกหนัก โดยร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จะเข้าสภาวันที่ 15-16 มิถุนายน
จากนั้นในวันที่ 9 มิถุนายนนี้ จะเป็นการประชุมสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากปิดสมัยประชุม เพื่อซักซ้อมและเตรียมกำลังพลรับมือการอภิปราย โดยเฉพาะทีมองครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรี
หลังเสร็จศึกนี้ ก็จะตามด้วยการ “แบ่งเค้ก” ก้อนโต !!!
จากวาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 วงเงินกว่า 1.7 ล้านล้านบาท
ดังนั้นในตลอดช่วงสัปดาห์นี้รัฐบาลจึงต้องรับศึกหนัก
เพราะจะต้องโดนทั้งฝ่ายค้านและสภาสูงอย่างวุฒิสภาออกมาดาหน้าถล่มโครงการต่างๆ ที่ส่อว่าจะมีการหมกเม็ดสอดไส้เข้ามา ก่อนจะถึงวัน “เผาจริง”
โดยเฉพาะวุฒิสภา ขั้ว 40 ส.ว.ออกมาขู่คว่ำ พ.ร.ก.เงินกู้ตั้งแต่ต้น หาก ครม.ผ่านโครงการเช่ารถเมล์ 4,000 คัน ของพรรคภูมิใจไทย จนที่สุด ครม.ต้องตีกลับ
แต่ทว่า...เรื่องยังไม่จบเท่านี้ !!!
เพราะ 40 ส.ว.ยังตั้งป้อมถล่ม ซักฟอกความไม่ชอบมาพากลในร่าง พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทในครั้งนี้ด้วย ว่าอาจจะเกิดความไม่ชอบมาพากลขึ้นได้
โดยในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ “วิปวุฒิ” หรือคณะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภา จะมีการประชุมหารือเพื่อกำหนดท่าทีเกี่ยวกับการพิจารณาร่าง พ.ร.ก.เงินกู้ และงบรายจ่ายประจำปี 2553
เพื่อกำหนดแนวทางการพิจารณาของวุฒิสภาในเบื้องต้น ทั้งยังจะได้วางตัวบุคคล ให้สมาชิกได้แจ้งความจำนง เพื่อกำหนดเวลาให้ลงตัว
และที่น่าจับตาคือ “ฝ่ายค้านมือใหม่” อย่างพรรคเพื่อไทย ยังไม่ละความพยายาม ภายหลังต้อง “หน้าแหกไปตามๆ กัน หลังจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่าง พ.ร.ก.กู้เงินไม่ขัด รธน."
จึงต้องเฝ้าดูการเฟ้นหาผู้อภิปรายฝีปากกล้าของพรรคฝ่ายค้าน ที่จะมีการระดมทีมในรอบสัปดาห์นี้
โดย สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ เปิดเผยว่ามีการจัดแบ่งคณะทำงานไว้ร่วม 20 คน เพื่ออภิปรายสอบถามการใช้จ่ายงบประมาณ
โดยเฉพาะงบประมาณ 2.89 แสนล้านบาท ในโครงการไทยเข้มแข็งที่กระจายอยู่ในงบของกระทรวงต่างๆ
นั่นเพราะตามกรอบเงินกู้ 4 แสนล้านบาท แบ่งวงเงิน 2 แสนล้านบาทแรก เป็นการกู้เงินสมทบเงินงบประมาณปี 2552 เพื่อนำเงินเข้าสู่เงินคงคลังชดเชยรายได้ ให้มีเพียงพอต่อการใช้จ่ายส่วนต่างๆ ของรัฐบาล
และอีก 2 แสนล้านบาท จะนำไปใช้ในการลงทุนโครงการต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2552
แน่นอนว่าในงบก้อนหลังนี้มีโครงการของพรรคร่วมรัฐบาลซุกอยู่ โดยเฉพาะโครงการถนนไร้ฝุ่นของพรรคภูมิใจไทย
จึงต้องจับตาการแบ่งเค้ก ซึ่งเป็นเหตุให้ฝ่ายค้านออกมา “แท็กทีม” กับสภาสูงจ้องชำแหละรัฐบาลแบบไม่ยั้ง
เพราะฉะนั้นเกมนี้จึงต้องจับตาแบบห้ามกะพริบ !!!
แต่กระนั้น ก็ใช่ว่าศึกในสภาจะเข้มข้นเพียงอย่างเดียว ศึกนอกสภาก็ไม่แพ้กัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ศึกเลือกตั้งซ่อม” ส.ส.สกลนคร เขต 3 ช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนจะถึงวันดีเดย์ 21 มิถุนายนนี้
เดิมเป็นพื้นที่ของอดีตพรรคพลังประชาชน แต่หลังจากถูกยุบพรรค เกิดพรรคน้องใหม่อย่างภูมิใจไทย
งานนี้จึงเกิดศึกเลือดระหว่าง “นายใหญ่” กับ “กลุ่มเพื่อนเนวิน”
นั่นเพราะต่างฝ่ายต่างขนระดับแกนนำลงพื้นที่
โดยเพื่อไทยส่ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วนและประธาน ส.ส.เป็นหัวหอก
ขณะที่ ภูมิใจไทย ก็ทุ่มทุนสร้างแบบสุดๆ นำทีมโดย เนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรค ขนรัฐมนตรีในโควตาของพรรคลงพื้น
จัด “เรียลิตี้ โชว์” นอนกลางดินกินกลางทราย ลงดำนาหวังเอาใจรากหญ้า
เพราะศึกครั้งนี้เป็นตัวชี้ชะตาอนาคตของพรรคภูมิใจไทย ว่าจะสามารถครองใจคนอีสาน จนสามารถกล่อมให้ลืม ทักษิณ ชินวัตร ได้หรือไม่
ขณะเดียวกันก็หมายความว่าหากพรรคภูมิใจไทยปักธงในพื้นที่นี้ได้เป็นผลสำเร็จ ย่อมทำให้พรรคน้องใหม่ผงาดขึ้น และกลายเป็นคู่แข่งคนสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ในอนาคต
แต่ที่น่าจับตาคือ เกมการเลือกตั้งครั้งนี้ “ภูมิใจไทย” ถือโอกาสใช้เป็นเวทีโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันด้วยท่าทีที่รุนแรง
โดยเฉพาะท่าทีของ “เนวิน” และ สมศักดิ์ เทพสุทิน ผู้อยู่เบื้องหลังภูมิใจไทย ออกมาดาหน้าซัดประชาธิปัตย์กันโต้งๆ
ทำนองว่า 5 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลอภิสิทธิ์ “ไร้ผลงาน” มิหนำซ้ำยัง “ไม่แฟร์” กับพรรคร่วม จนทำให้รู้สึกอึดอัดกับการทำงานร่วมกัน
เล่นส่งสัญญาณกันขนาดนี้ สถานการณ์การเมืองในรอบสัปดาห์คงจะร้อนแรงขึ้นมาทันที !!!
บัญชา แข็งขัน



