ข่าว

'สรนนท์'บริหารเชิงรุกปชช.มีสุขอย่างยั่งยืน

'สรนนท์'บริหารเชิงรุกปชช.มีสุขอย่างยั่งยืน

08 มิ.ย. 2556

'สรนนท์ จิโรจน์มนตรี'บริหารเชิงรุก ประชาชนมีสุขอย่างยั่งยืน : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น

                สรนนท์ จิโรจน์มนตรี นายกเทศมนตรีเมืองกันตัง กล่าวว่า เทศบาลแห่งนี้อยู่ในพื้นที่ ต.กันตัง อ.กันตัง จ.ตรัง ซึ่งยกฐานะเป็นเทศบาลเมื่อปี พ.ศ.2480 หรือ 76 ปีมาแล้ว นายกเป็นผู้ที่คร่ำหวอดทางการเมืองท้องถิ่นมายาวนานหลายสิบปี นับตั้งแต่หันเหจากการเป็นนักธุรกิจด้านการประมง มานั่งในตำแหน่งสมาชิกสภาจังหวัด (ส.จ.) เขต อ.กันตัง ได้ 1 สมัย ก่อนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองกันตังติดต่อกัน 2 สมัย และต้องมาพ่ายแพ้ให้แก่คู่แข่งเมื่อปี 2551 และหวนกลับมานั่งในตำแหน่งเดิมอีกครั้ง เมื่อปี 2555

               วิสัยทัศน์ในการพัฒนาท้องถิ่นของเทศบาลยุคนี้ ต้องทำควบคู่กันไปครบทุกด้าน มิใช่จะเน้นไปที่ด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น แต่จะต้องทำให้เมืองกันตังเป็นเมืองที่น่าอยู่ น่าอาศัย ประกอบกับเทศบาลเองก็มีศักยภาพด้านการเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ และเป็นประตูสู่แหล่งท่องเที่ยวจำนวนมากมาย คณะผู้บริหารจึงได้มีการกำหนดวิสัยทัศน์เอาไว้ว่า "บริหารเชิงรุก ประชาชนมีสุข อย่างยั่งยืน"

                สำหรับแผนยุทธศาสตร์ หรือแนวทางการพัฒนาไปสู่จุดมุ่งหมายใน 7 ข้อนั้น ทีมงานผู้บริหารหวังที่จะสร้างสรรค์เมืองกันตัง ให้น่าอยู่อย่างยั่งยืน บนฐานความสมดุลทางกายภาพ เป็นเมืองสะอาดและสวยงาม บนพื้นฐานของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ดี รวมทั้งยังมีการรักษาและฟื้นฟูมรดกทางวัฒนธรรมอันมีค่า และเป็นเอกลักษณ์ของเมืองให้คงอยู่ต่อไป

               นายกฯ เล่าว่า นอกจากอยากให้เมืองกันตังเป็นเมืองแห่งการกีฬา การออกกำลังกายและนันทนาการ เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ  ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ให้ทุกคนได้มีโอกาสครบถ้วนทุกด้าน ทั้งการศึกษา การบริหารทางสังคม การประกอบอาชีพ และการพัฒนาศักยภาพ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และทักษะต่างๆ อย่างถ้วนหน้าและเท่าเทียม

               ขณะเดียวกันก็จะต้องสร้างเสถียรภาพตามระบบการบริหารจัดการที่ดี ให้มีความมั่นคง และครอบคลุมการพัฒนาทุกด้าน ทั้งการเงิน การคลัง การบริหาร และการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมทั้งประสานแผนพัฒนากับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสำคัญที่สุดคือ การทำให้เมืองกันตัง เป็นเมืองท่าและเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดและประเทศ เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน สร้างสังคมให้เข้มแข็ง

               เนื่องจากตัวเทศบาลเมืองกันตังมีเส้นทางน้ำ ที่อยู่ห่างจากมหาสมุทรอินเดีย ด้วยระยะทางเพียงแค่ 27 กิโลเมตร ดังนั้นการค้าขายจึงเป็นอาชีพสำคัญของคนในท้องถิ่น ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความเกี่ยวพันกับการประมง และอุตสาหกรรมการผลิตอาหารทะเล โดยผู้ดำเนินกิจการมีทั้งบุคคลในท้องถิ่นและมาจากต่างจังหวัด ส่วนลูกจ้างหรือคนงานประจำเรือก็มาจากหลากหลายพื้นที่ของประเทศไทย

               ซึ่งจากการที่พื้นที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำตรัง จึงมีโรงงานเกี่ยวกับการประมง และอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการผลิตอาหารทะเล จำนวน 9 แห่ง รวมทั้งยังมีแพปลาอีกจำนวน 11 แห่ง ทำให้เกิดการจ้างแรงงานเข้าสู่โรงงานกันเป็นจำนวนมาก ประชาชนในพื้นที่ รวมไปถึงชาวไทยที่มาจากทั่วทุกภาค และชาวต่างด้าว จึงได้ประกอบอาชีพรับจ้างในโรงงานดังกล่าว จนสร้างรายได้เข้าสู่พื้นที่ในแต่ละปีจำนวนมาก

                ขณะเดียวกัน การที่เทศบาลเมืองตรังมีสถานที่สำคัญตั้งอยู่หลายแห่ง จะสามารถสร้างเป็นจุดขายสำหรับการท่องเที่ยวได้ดี ในฐานะที่เคยเป็นที่ตั้งของตัวจังหวัดตรัง ไม่ว่าจะเป็น "วัดตรังคภูมิพุทธาวาส" ซึ่งมีการนำพระพุทธรูปหินอ่อนมาประดิษฐานไว้ ส่วน "สวนสาธารณะควนตำหนักจันทน์" ก็เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เพราะเคยใช้รับเสด็จรัชกาลที่ 6 เมื่อ พ.ศ.2452

               นายกกล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับ "ต้นยางพาราต้นแรกของประเทศไทย" ที่มีอายุกว่า 100 ปี ยังคงเด่นเป็นสง่าอยู่ริมถนนตรังคภูมิ ในฐานะพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ขณะที่ "พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์" บ้านพักของอดีตเจ้าเมืองตรัง ทางเทศบาลได้รักษาไว้ใช้เป็นอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงคุณูปการ รวมทั้ง "สถานีรถไฟกันตัง" อาคารไม้ชั้นเดียวทรงปั้นหยา ซึ่งถือเป็นสถานีรถไฟสายแรก และสายเดียวทางฝั่งอันดามัน

               นอกจากนั้น การที่อาณาเขตด้านทิศตะวันตกของเทศบาลเมืองกันตัง อยู่ติดกับริมฝั่งแม่น้ำตรัง จึงมีทัศนียภาพที่สวยงาม สามารถนั่งเรือ หรือล่องแพ เพื่อไปชมทิวทัศน์และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ตลอดจนซื้ออาหารทะเลสดๆ มารับประทาน อีกทั้งยังเดินทางไปสู่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอื่นๆ ได้อีกมากมาย เพื่อช่วยผลักดันเมืองท่าแห่งนี้ ให้กลับมายิ่งใหญ่เหมือนเมื่อเช่นครั้งอดีต

 

..............................................

('สรนนท์ จิโรจน์มนตรี'บริหารเชิงรุก ประชาชนมีสุขอย่างยั่งยืน : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น)