
รวบ!แก๊งเจาะตู้ATMปทุมธานี
ตร.รวบแก๊งเจาะตู้เอทีเอ็ม หลังตระเวนก่อเหตุมาแล้ว 2 ครั้งในพื้นที่ปทุมธานี
7 มิ.ย. 56 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่บริเวณหน้าธนาคารกรุงไทย สาขาเมืองปทุมธานี ตั้งอยู่เลขที่ 35 ถ.ปทุม-นนท์ ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.เมธี กุสลสร้าง รอง.ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาร่วมกันก่อเหตุเจาะตู้เอทีเอ็ม ของธนาคารกสิกรไทย สาขาลาดหลุมแก้ว และธนาคารกรุงไทย สาขาเมืองปทุมธานี โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้นจำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นายคนิตย์ มั่นใจ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/3 ม.1 ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นายสราวุธ ดอกบัว อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58 ม.4 ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี และ น.ส.จริยา หุมอาจ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50/271 ม.3 ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พร้อมด้วยของกลาง เป็นรถยนต์เก๋งมิตซูบิชิ แลนเซอร์ สีเขียว หมายเลขทะเบียน สส 9974 กทม.และถังแก๊สพร้อมอุปกรณ์ตัดเหล็กจำนวนหนึ่ง
พล.ต.ท.นเรศ กล่าวว่า จากกรณีที่มีกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวน บุกเข้าไปใต้ถุนอาคารธนาคารกสิกรไทย สาขาลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จากนั้นได้ใช้เครื่องมือทำการตัดเหล็กและเจาะตู้เอทีเอ็มของธนาคารก่อนจะลักเอาเงินด้านในจำนวน 418,000 บาท หลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 01.25 น. ของวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จากนั้นไม่นานคือเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2556 ก็เกิดเหตุคนร้ายบุกเข้าเจาะแผ่นเหล็กเพื่อเจาะตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย สาขาเมืองปทุมธานี เพื่อประสงค์จะลักเงินที่อยู่ด้านใน แต่เกิดมีเสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นเสียก่อน คนร้ายจึงได้รีบหลบหนีไปโดยยังไม่ได้เงินในตู้เอทีเอ็มแต่อย่างใด ทั้งนี้จากพฤติกรรมในการก่อเหตุทำให้เชื่อว่า กลุ่มคนร้ายซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน
หลังเกิดเหตุได้สั่งการใช่ชุดสืบสวน บก.สส.ภ.1 และ กก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว สภ.เมืองปทุมธานี เร่งออกสืบสวนสอบสวนติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุอย่างเร่งด่วน จนต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถสืบทราบว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุนั้นมีด้วยกันจำนวนทั้งหมด 6 คน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ขอออกหมายจับจากศาลจังหวัดปทุมธานี และสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องมามาได้จำนวน 3 คน คือนายคนิต์ มั่นใจ นายสราวุธ ดอกบัว และ น.ส.จริยา หุมอาจ ซึ่งทั้งหมดให้การรับสารภาพ ว่าได้ร่วมกันก่อเหตุเจาะตู้เอทีเอ็มของธนาคารจริง โดยนายคนิตย์ เป็นผู้วางแผน และจัดหาเครื่องมือตัดเจาะ และเป็นผู้ที่ขับรถยนต์เก๋งมิตซูบิชิรับส่งเพื่อนร่วมแก๊ง ส่วน น.ส.จริยา ซึ่งเป็นภรรยาของนายคนิตย์ และนายสราวุธ เป็นคนดูต้นทาง โดยมีวิทยุสื่อสารแอบฟังความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกด้วย
พล.ต.ท.นเรศ กล่าวต่อว่า ส่วนผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีกจำนวน 3 ราย เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามอยู่มาดำเนินคดีอยู่ คือ 1. นายสมพงษ์ เมืองไทย อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84/31 ถ.ยุทธศาสตร์ ต.บากแพรก อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งและวางแผนร่วมกับนายคนิตย์ รวมทั้งยังเป็นผู้ลงมือเจาะตู้เอทีเอ็มและเป็นคนแบ่งเงินให้เพื่อนร่วมแก๊ง 2. นายสิริภพ สุขราช อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 416 ม.4 ต.บุ่งไหม อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ทำหน้าที่ขังรถดูต้นทาง และนายเด่น ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ทำหน้าที่ช่วยนายสมพงษ์เจาะตู้เอทีเอ็ม ทั้งนี้ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีทั้ง 3 รายนี้จะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



