ข่าว

เล่ห์'แก๊งลักรถ'ต้อนเด็กติดยาออกรถป้ายแดง

เล่ห์'แก๊งลักรถ'ต้อนเด็กติดยาออกรถป้ายแดง

07 มิ.ย. 2556

เล่ห์'แก๊งลักรถ' ต้อนเด็กติดยา..ออกรถป้ายแดง : ทีมข่าวรายงานพิเศษ


               "ฟรีดาวน์", "ดอกเบี้ยต่ำ", "ที่นี่ฟรีดาวน์ ไม่เรียกเก็บเงิน", "อายุงาน 1 เดือน ผ่อนง่ายไม่ต้องค้ำ", "อายุงานน้อย ออกได้", "อาชีพอิสระ ออกได้" ฯลฯ ...หลากหลายแคมเปญส่งเสริมการขายที่ร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์ สรรหามาดึงดูดลูกค้าเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ได้ง่ายๆ เพียงใช้บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน เอกสารการทำงาน หรือหากไม่มีเอกสารเหล่านี้ แค่หาคนมาค้ำประกันก็ออกรถได้เลย

               โปรโมชั่นส่งเสริมการขายดังกล่าวอาจเป็นช่องว่างให้ "แก๊งมิจฉาชีพ" โจรกรรมรถจักรยานยนต์ป้ายแดงได้อย่างง่ายดาย และจากยอดรถหาย 30 เปอร์เซ็นต์ เป็นฝีมือของแก๊งมิจฉาชีพ "ฉ้อฉลประกันภัย" !!!

               "บอย" หนุ่มวัย 24 ปี เหยื่อแก๊งโจรกรรมรถ เปิดใจต่อ "คมชัดลึก" ถึงเล่ห์ของแก๊งลักรถว่า ได้ติดต่อผ่านเอเย่นต์ค้ายาเสพติด ชักชวนเด็กติดยาในชุมชนไปเลือกซื้อรถจักรยานยนต์จากโชว์รูมหลายรายแล้ว โดยกำหนดยี่ห้อ รุ่น และสี ถ้าไม่ได้สีตามที่ต้องการก็จะไปดูที่โชว์รูมอื่นแทน และสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการอ้างกับพนักงานขายว่า ที่บ้านเปิดร้านขายข้าวแกง มีรายได้ประจำ จนพนักงานขายเชื่อ และทำสัญญาเช่าซื้อผ่อนเดือนละ 2,500 บาท รวม 36 งวด

               "เขาเอาเงินมาให้ดาวน์รถ 1 หมื่นบาท เมื่อได้รถมาแล้วก็แบ่งผม 4,000 บาท และจ่ายให้นายหน้า แต่ไม่รู้ว่าได้เท่าไหร่ ซึ่งรถมอเตอร์ไซค์ที่ซื้อมาเขาจะล็อกสเปกมาเลยว่าต้อง รุ่นฟีโน่ หรือ สกูปปี้ สีนั่น สีนี่ เท่านั้น แล้วเขาก็แนะนำให้ไปแจ้งหาย จะได้ไม่ต้องผ่อนต่อ แต่ผมไม่ได้ไปแจ้งหาย เพราะผมเป็นเสมือนหนึ่งในขบวนการโจรกรรมรถจักรยานยนต์เช่นกัน"

               เรื่องราวของ "บอย" หนึ่งในเหยื่อแก๊งโจรกรรมรถจักรยานยนต์ ถูกเปิดเผยหลังจากเขาถูกจับในข้อหาเสพยาเสพติดเมื่อราว 8 เดือนก่อน ขณะเขาเพิ่ง "ผ่อนกุญแจ" ได้ราว 2 เดือนเท่านั้น

               จุดเริ่มต้นก่อนเข้าสู่วงจรยาเสพติดและตกเป็นเหยื่อแก๊งลักรถนั้น "บอย" เด็กหนุ่มจากพังงา มาเรียนมหาวิทยาลัยย่านบางพลัด ซึ่งหอพักอยู่ใกล้กับชุมชนแออัด เขาไม่ได้ตั้งใจเรียน จึงหันมาเปิดโต๊ะพนันบอล และเริ่มรู้จักกับเด็กติดยาในชุมชน ซึ่งพอไม่มีเงินจ่ายค่าพนันบอลก็มักจะเอายาบ้ามาแลก สุดท้ายเขาก็เริ่มติดยาเสพติด

               "ช่วงนั้นผมอยู่ปี 3 เพื่อนมาชวนเปิดโต๊ะพนันบอล ผมโกหกทางบ้านว่าต้องใช้เงินเป็นค่าเล่าเรียน แต่จริงๆ แล้วเอามาลงทุนทำโต๊ะพนันบอล เริ่มรู้จักคนที่ติดยาเสพติด พอเขามาแทงบอลแล้วเสีย ถ้าเขาไม่มีเงินก็จะเอายาบ้ามาแลก ผมเปิดโต๊ะบอลอยู่ได้ 1 ปี ก็เลิก เพราะขาดทุน และเริ่มติดยาเสพติดไปใช้ชีวิตมั่วสุมอยู่ในชุมชนแออัด พอผมเสพยาบ้าหนักๆ เริ่มไม่มีเงิน เอเย่นต์ค้ายาก็มาชวนให้ไปผ่อนมอเตอร์ไซค์ จะได้เงิน 4,000 บาท มาซื้อยาบ้าเสพยา หลังจากนั้น 2 เดือนก็ถูกตำรวจจับในข้อหาเสพยาเสพติด"

               ชีวิตก้าวพลาดของ "บอย" อยู่ระหว่างรอลงอาญาและควบคุมพฤติกรรม โดยเขาได้รับการช่วยเหลือในเรื่องคดีและแนวทางชีวิตจากน้าชาย แนะนำให้เขาสมัครเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเปิด พร้อมกับทำงานไปด้วย จนมีรายได้เล็กๆ น้อยๆ พร้อมกับเงินที่ทางบ้านส่งมา ช่วยเป็นค่าผ่อนกุญแจมอเตอร์ไซค์ที่เหลือกว่า 20 งวด

               จากกรณีดังกล่าว พ.ต.ท.อรรถพร สุริยเลิศ รอง ผกก.สส.2 บก.สส.บชน. และหัวหน้าศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปจร.น.) ยอมรับว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของยอดรถหายเกิดจากการรับจ้างเช่าซื้อ แล้วค่อยมาแจ้งว่ารถหาย แล้วปัญหาก็จะไปตกที่บริษัทประกันภัย, บริษัทไฟแนนซ์ จะเรียกคดีลักษณะนี้ว่า "ฉ้อฉลประกันภัย" กรณีนี้จะเป็นคดีแพ่ง ไม่ใช่คดีอาญา ทั้งที่เข้าข่ายลักทรัพย์โดยใช้อุบาย อาศัยช่องว่างทางการตลาดของการจัดโปรโมชั่นผ่อน 0 เปอร์เซ็นต์ ฟรีประกัน พอเกิดปัญหาขึ้นมา บริษัทประกันอาจผลักภาระให้ผู้บริโภคด้วยการเพิ่มเบี้ยประกันรถหายจาก 300 เป็น 800 บาทก็ได้ ยิ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปอีก

               "เท่าที่สืบสวนจับกุมได้ คดีลักษณะนี้เกิดขึ้นมากว่า 10 ปีแล้ว เคยจับได้ 5-6 แก๊ง ใช้วิธีหานายหน้าเข้าไปหาเหยื่อตามหมู่บ้าน โรงงาน ให้มารับจ้างดาวน์รถแล้วได้ส่วนแบ่งคันละ 1 หมื่นบาท ผมก็แปลกใจ ทำไมพวกเขาถึงยอมทำ ทั้งที่ต้องเป็นหนี้รับช่วงผ่อนต่อ ผมมองว่า เรื่องนี้ต้องช่วยกันแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ บังคับใช้มาตรการทางกฎหมาย น่าจะเข้าข่ายความผิดลักทรัพย์ ตำรวจสามารถดำเนินการสืบสวนจับกุมได้เลย ไม่ต้องรอเจ้าทุกข์มาแจ้งเหมือนคดีฉ้อโกง ต้องยอมรับว่า พวกนี้เป็นองค์กรอาชญากรรมที่ทำงานกันเป็นขบวนการ มีนายทุน นายหน้า แตกสาขากันไปเชิญชวนหาเหยื่อ ที่ยอมมาดาวน์หรือเช่าซื้อรถให้ แล้วได้รับค่าตอบแทน และยิ่งตอนนี้มีการลักลอบขนส่งกันทางไปรษณีย์เพื่อรอส่งขายชายแดนคันละ  4-7 หมื่นบาท หักกลบลบหนี้แล้วได้กำไรคันละหลายหมื่นบาท" พ.ต.ท.อรรถพร กล่าว

               พ.ต.ท.อรรถพร เสนอไอเดียว่า เคยเห็นตามธนาคารมีป้ายประกาศติดเอาไว้ว่า "รับจ้างเปิดบัญชีมีความผิดตามกฎหมาย" ร้านขายรถจักรยานยนต์ก็น่าจะเอาไอเดียแบบนี้ไปทำบ้าง เพื่อช่วยกันลดปัญหา และที่สำคัญต้องร่วมกันให้ความรู้แก่สังคมจะได้ไม่ต้องมีใครตกเป็นเหยื่ออีก

               ด้าน "อานนท์ โอภาสพิมลธรรม" รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะ ประกันภัย จำกัด ยอมรับว่า การทำประกันรถหายให้แก่ผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์มีเบี้ยประกันภัยที่คิดตามความเสี่ยง เหมือนรถป้ายแดง แต่ระยะหลังผู้ซื้อนั้นใช้วิธี "ฉ้อฉล" ต่อรถจักรยานยนต์ตัวเอง ทางประกันภัยจะตรวจสอบเป็นกรณีๆ ไป

               "เมื่อรถหายส่วนใหญ่เจ้าของรถต้องมีการแจ้งความ แล้วนำเอกสารต่างๆ มาให้เรา ก่อนที่ประกันจะพิจารณาและจ่ายเงิน ทั้งนี้เรื่องฉ้อฉลเป็นเรื่องที่เราต้องระวังเพิ่มเติม แต่ชาวบ้านที่ซื้อมอเตอร์ไซค์จากดีลเลอร์แล้วย่อมได้รับความคุ้มครอง ถ้าถูกขโมยประกันภัยก็รับผิดชอบแทน อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการฉ้อฉลนั้นเป็นสิ่งที่อยากจะให้ดีลเลอร์มีความระมัดระวังในเรื่องนี้ให้มาก" อานนท์ กล่าว

....................................

(หมายเหตุ : เล่ห์'แก๊งลักรถ' ต้อนเด็กติดยา..ออกรถป้ายแดง :  ทีมข่าวรายงานพิเศษ)