
รถหรูแต่คนใช้'กำมะลอ'
รถหรูแต่คนใช้'กำมะลอ' : ต่อปากต่อคำ โดยดร.อมร วาณิชวิวัฒน์ [email protected]/ twitter@DoctorAmorn
เหตุการณ์รถยนต์หรู ซึ่งราคาในต่างประเทศไม่แพงระยิบระยับเหมือนอย่างในเมืองไทย ทำให้รถที่เราคิดว่าต้องคนกระเป๋าหนักเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ใช้ เรื่องนี้บอกได้เลยว่า ในต่างประเทศถ้าท่านอยากรู้ราคารถมือสองหรือรถใช้แล้ว ลองเสิร์ชตามเว็บไซต์หรือในอีเบย์ดู จะพบว่าราคารถพวกที่กำลังโจษจันกันนี้ ถ้าอยู่ในต่างประเทศพอเรียกได้ว่า affordable cars หรือรถที่คนทั่วไปพอซื้อหาได้อยู่ครับ เพราะในต่างประเทศตลาดรถพวกนี้มีการเปลี่ยนมือกันบ่อยมาก
พอมาถึงเหตุการณ์ไม่คาดคิด ที่จู่ๆ รถยนต์กำลังแรงม้าสูง ซึ่งบางทีเรียกว่า “ซูเปอร์คาร์” พวกนี้ เกิดไฟไหม้เสียหายไปสี่ห้าคัน ทำให้หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำการบ้านกันยกใหญ่ ทั้ง กรมศุลกากร กรมการขนส่งทางบก กรมสรรพสามิต กรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น ลามปามไปถึงคนเป็นรัฐมนตรีและนักการเมืองอีกหลายคน แต่ก็ต้องยอมรับว่า “ไฟไหม้คราวนี้” ดูๆ ไปเหมือนเทวดาจะจงใจให้สังคมได้รับรู้อะไรดีๆ เหมือนอย่างกรณีคนปล้นบ้านอดีตข้าราชการใหญ่กระทรวงคมนาคม ที่สืบสาวราวเรื่องหาแหล่งที่มาของเงินไม่ได้ กระทั่งต้องมีคำสั่งอายัดทรัพย์จำนวนหนึ่งไว้ คิดว่าพวกเราคงจำกันได้ดี
แต่สำหรับกรณีไฟไหม้ซูเปอร์คาร์ที่ปากช่องนี้ ผมเองในฐานะประธาน เพิ่งเดินทางกลับจากการพาคณะอนุกรรมการด้านเศรษฐกิจ การพาณิชย์ การเงินและการคลัง ไปศึกษาดูงานที่ด่านศุลกากรกับพาณิชย์จังหวัดหนองคายเมื่อสัปดาห์ก่อน ตรงกับช่วงเหตุการณ์กำลังอยู่ในความสนใจพอดี จึงใคร่นำเรียนให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากสื่อต่างๆ ว่า กลอุบายในการเล่นแร่แปรธาตุทรัพย์สินเหล่านี้ ซึ่งมีทั้งอยากได้มาขับขี่โก้ๆ อย่างจริงใจ กับบรรดาพวกคนที่หวัง “ฟอกเงิน” เพราะไม่รู้จะนำเงินไปใช้จ่ายตรงไหนจึงจะเหมาะสม เลยคิดหาซื้อรถพวกนี้เก็บเอาไว้ หรือ แจกให้ข้าราชการนักการเมืองที่อยากโก้เหมือนกัน
กลวิธีซึ่งพอจะทราบมา นอกเหนือการ “จดประกอบ” ซึ่งเคยมีการอนุญาตให้กระทำได้และได้มีกฎหมายยกเลิกไปในสองสามปีที่ผ่านมา ปรากฏว่าการค้าชายแดนของเรายังเอื้อให้ผู้ประกอบการบางรายสามารถนำเข้าอะไหล่ของรถเหล่านี้แล้วประกอบขึ้นเป็นคัน โดยขายหรือส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง ถามว่าตรงนี้ประเทศเราได้ประโยชน์แค่ไหน ก็ต้องบอกว่า อาจได้ค่าธรรมเนียมด้านภาษีการค้าจากผู้ประกอบการ แต่การส่งออกเป็นสินค้าผ่านแดนหรือข้ามแดนไปนั้น รัฐแทบไม่มีผลประโยชน์ได้มาเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะเสมือนการให้ความช่วยเหลือบ้านพี่เมืองน้อง อย่างในกรณีของประเทศพม่า ซึ่งใครเคยเข้าไปเยือนมาจะรู้ดีว่า รถส่วนใหญ่ซึ่งใช้ในประเทศเหล่านี้เป็นรถเก่าใช้แล้วจากในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ตั้งแต่ญี่ปุ่นไปถึงอิสราเอล ก็นิยมใช้การนำรถเข้าผ่านด่านประเทศไทย และยิ่งในทางฝั่งโขงหลายท่านคงทราบว่า รถกระบะวิ่งในเมืองไทยราคาหกเจ็ดแสนบาทพอไปถึง ส.ป.ป.ลาว ราคาทะยานเป็นล้านปลายๆ ได้ เพราะเป็นที่ต้องการของตลาดที่นั่นทั้งเขมรกัมพูชาก็ไม่น้อยหน้า
นี่เป็นเหตุผลที่ไม่เฉพาะอาจเป็น “ออเดอร์ หรือ ใบสั่ง” ของผู้มีอิทธิพลบ้าง พ่อค้ายาเสพติดบ้าง หรือกระทั่งนักการพนันที่กระเป๋าหนักมักใช้ในการฟอกเงินให้สะอาดใสปิ๊ง โดยผ่านความร่วมมือของข้าราชการหลายหน่วยงานที่เห็นแก่ประโยชน์เฉพาะหน้า ซึ่งอาจร่วมมือกับข้าราชการกังฉินของประเทศเพื่อนบ้านสมคบคิดกันทำหูไปนาเอาตาไปไร่ ไม่รู้ไม่เห็นหรือให้รถทะเบียนเดียวกัน ผ่านแดนไป แล้วไปทำหายแบบหลอกๆ ในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสวมทะเบียนใหม่ของประเทศนั้นๆ ก็เคยทราบว่ามีการกระทำกัน หรือกระทั่งเอารถมา swop หรือ เปลี่ยนคันกันก็เคยได้ยิน ด้วยมีความหละหลวมในหลายๆ พื้นที่ ทั้งการรับผลประโยชน์ตรงๆ ของข้าราชการที่ฉ้อฉลกับการใช้อำนาจอิทธิพลทางการเมืองมาบีบบังคับให้กระทำการ จึงเห็นได้ว่า ช่วงนี้บรรดารถซูเปอร์คาร์ต่างๆ เดิมเคยเห็นวิ่งกันทั้งวันทั้งคืน อย่างในพื้นที่จังหวัด “นนทบุรี” ซึ่งมีรถนำเข้าแบบจดประกอบประเภทนี้เป็นพันๆ คัน วันนี้เริ่มไม่ค่อยมีให้เห็นตามท้องถนน เพราะพวกนี้ไหวตัวเกรงว่าจะถูกตั้งด่าน ตรวจค้น หรืออาจถูกยึดรถ จึงเรียนให้ทราบในเบื้องต้นว่า งานนี้ “งานใหญ่” ดีเอสไอไม่ควรรุกเอาแค่ปลาซิวปลาสร้อย บรรดาปลาใหญ่ตั้งแต่ห้างร้านที่นำเข้ารถหรู กระทั่งคนออกของนายด่าน นายตรวจ และบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งขบวนการมีไม่ต่ำกว่ายี่สิบสามสิบคน ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน ที่ถ้าปล่อยให้ลืมๆ กันไป มันจะกลับมาหลอนพวกท่านทั้งหลายอีกอย่างแน่นอน
......................
(หมายเหตุ : รถหรูแต่คนใช้'กำมะลอ' : ต่อปากต่อคำ โดยดร.อมร วาณิชวิวัฒน์ [email protected]/ twitter@DoctorAmorn)



