
ต่างชาติกระหน่ำขายหุ้นร่วง32จุด
ต่างชาติกระหน่ำขายหุ้นร่วง32จุด ถึงจังหวะทำกำไร-กังวลเศรษฐกิจโลกมึนคิวอีสหรัฐ
การลงทุนในตลาดหุ้นไทย เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2556 นักลงทุนต่างชาติยังคงเทขายหุ้นออกมาอย่างหนัก ทำให้ดัชนีหุ้นไทยปรับลดลงหลุดระดับ 1,500 จุด ปิดตลาดที่ 1,490.21 จุด ลดลง 32.45 จุด มูลค่าการซื้อขายรวมกว่า 6.8 หมื่นล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 4,700 ล้านบาท และตั้งแต่ต้นปีนักลงทุนต่างชาติมีการเทขายหุ้นสุทธิแล้ว 38,000 ล้านบาท
นายจรัมพร โชติเสถียร ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดแถลงการด่วนก่อนที่ตลาดหุ้นจะเปิดการซื้อขายช่วงเช้าว่า ดัชนีหุ้นไทยลดลงอย่างหนัก มีสาเหตุจากการเคลื่อนย้ายเงินทุนของต่างชาติ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลก แต่ปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นไทยยังคงแข็งแกร่ง และหากคำนวณตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันผลตอบแทนก็ยังเป็นบวก โดยการปรับตัวลดลงของดัชนียังไม่จำเป็นต้องมีมาตรการออกมาดูแล และตลาดหลักทรัพย์ยังไม่ได้หารือกับหน่วยงานระดับนโยบายแต่อย่างใด ขณะเดียวกันก็มองว่าการปรับลดลงของตลาดหุ้นน่าจะเป็นโอกาสในการซื้อหุ้นมากกว่า
ด้านนางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ในฐานะนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยถูกเทขายออกมามี 2 ปัจจัย คือ ปัจจัยภายนอก ได้แก่ ความเปราะบางของเศรษฐกิจโลก โดยนักลงทุนกังวลว่าหากสหรัฐหยุดกระตุ้นด้วยคิวอี 3 จะกระทบต่อเงินทุนทั่วโลก และอีกปัจจัยเป็นปัจจัยภายใน คือ การเมืองและความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับตัวเลขเศรษฐกิจของไทย ส่งผลต่อความเชื่อมั่น ซึ่งนักลงทุนในตลาดหุ้นจะไม่ชอบความอึมครึม
"ไม่ได้กังวลกับแรงเทขายของต่างชาติมากนัก เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปี ต่างชาติมีการขายหุ้นไทยออกมาตลอด และคิดเป็นสัดส่วนเพียง 20% ของภาพรวมการลงทุนเท่านั้น ซึ่งมองว่าเป็นการขายทำกำไร มีความเป็นไปได้ที่นักลงทุนต่างชาติ จะโยกเงินไปลงทุนในตลาดอื่น ที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนสูงกว่า และตลาดหุ้นไทยที่ปรับขึ้นมาก่อนหน้านี้ ก็ไม่ได้พึ่งเม็ดเงินต่างชาติมากนัก" นางภัทธีรากล่าว
ขณะที่นายสมชาย เอนกทวีผล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณของสหรัฐ (คิวอี) ที่ยังคงไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่าทางธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะตัดสินใจชะลอหรือดำเนินการต่อ ประกอบกับต่างชาติที่ขายออกจากตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง และมีแนวโน้มคงขายต่อไป ทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจในการเลือกหุ้นเข้าซื้อน้อยลงและรอดูปัจจัยใหม่ๆ โดยกลยุทธ์การลงทุน แนะนำนักลงทุนให้เลือกหุ้นทยอยซื้อสะสม
นายสมชัย อมรธรรม ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัย บลจ.กรุงไทย กล่าวว่า เตรียมทบทวนเป้าดัชนีปีนี้และปีหน้าลง จากเดิมมองไว้ที่ 1,750 จุดในปีนี้และ 1,929 จุด ตามการปรับลดเป้าการเติบโตของเศรษฐกิจลง ขณะที่ตัวเลขการเติบโตของกำไรสุทธิ คงไม่ได้รับผลกระทบมากจากเดิมประเมินไว้ว่าจะเติบโต 20% ซึ่งตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจเอเชียและไทยมีแนวโน้มชะลอตัวลงบ้างจากปีก่อน แต่หากเทียบกับเศรษฐกิจตลาดพัฒนาแล้วก็ยังดีกว่าชัดเจน ดังนั้นในภาพรวมเงินลงทุนในโลกก็ยังน่าจะเข้ามาในเอเชียและไทยด้วย



