
เวียงจันทน์-นครแห่งความทันสมัย
เวียงจันทน์-นครแห่งความทันสมัย : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับประภัสสร เสวิกุล
หลายวันก่อนผมเขียนถึงความเปลี่ยนแปลงของเวียงจันทน์ที่ได้ไปเห็นมา รวมถึงการผุดโครงการใหญ่ๆ ต่างๆ ซึ่งจะพลิกโฉมของเวียงจันทน์ โดยเฉพาะพื้นที่ภายในกำแพงนครเวียงจันทน์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านั้น ก็มีเพื่อนชาวลาวส่งข้อมูลเกี่ยวกับโครงการเหล่านั้นมาให้ ซึ่งผมขอนำมาเล่าให้ฟังกันต่อครับ โครงการใหญ่ๆ ระดับอภิโปรเจกท์ในเวียงจันทน์ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ มีอยู่ด้วยกัน 4-5 โครงการ
โครงการแรกคือ “โลกใหม่ดอนจันทน์” มีพื้นที่ประมาณ 260 ไร่ ประกอบด้วยศูนย์การค้า โรงแรมหรู อาคารพาณิชย์ที่ทันสมัยและที่พักอาศัยมีระดับ โดยเป็นการลงทุนร่วมระหว่างรัฐวิสาหกิจจีนกับนักลงทุนลาว ในวงเงิน 600 ล้านดอลลาร์ กำหนดจะแล้วเสร็จประมาณ ปี 2562-2563
โครงการที่สองคือ “เวียงจันทน์เมกะมอลล์” ของกลุ่มทุนจีน-สิงคโปร์ เพื่อสร้างช็อปปิ้งคอมเพล็กซ์ ขนาดยักษ์ ใกล้สนามบินนานาชาติวัดไต อันประกอบด้วย ห้างสรรพสินค้า สถานบันเทิง และโรงภาพยนตร์ ด้วยเงินลงทุน 50 ล้านดอลลาร์ และจะเปิดให้บริการได้ประมาณปี พ.ศ.2558
โครงการต่อไป ได้แก่ “เวียงจันทน์คอมเพล็กซ์” ของกลุ่มนักธุรกิจเวียดนาม เจ้าของสายการบินแอร์แม่โขง เป็นโครงการสร้างโรงแรมระดับ 5 ดาว ศูนย์การค้า สถานบันเทิง อาคารสำนักงาน และที่พักอาศัย ใจกลางเวียงจันทน์ ด้วยเงินทุน 70 ล้านดอลลาร์ โดยกำหนดเปิดเฟสแรกในปีหน้า
โครงการที่สี่ เป็นการ สร้างศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษโพสี ใกล้สะพานมิตรภาพและสถานีรถไฟท่านาแล้งของลาว โดยกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของเวียดนามร่วมกับนักลงทุนมาเลเซีย นับเป็นโครงการที่น่าจับตามองโครงการหนึ่ง
โครงการสุดท้ายคือโครงการศูนย์การค้าพระธาตุหลวง ซึ่งลงทุนร่วมกันระหว่างทุนไทยกับจีน
สาเหตุประการสำคัญที่ทำให้เวียงจันทน์เป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างชาติ ก็คือสิทธิประโยชน์ที่เอื้อต่อการลงทุน เช่นการงดเว้นภาษีนิติบุคคลเป็นเวลา 7-10 ปี การยินยอมให้เช่าที่ดินเพื่อประกอบธุรกิจในระยะเวลา 35-70 ปี และหากลงทุน 5 แสนดอลลาร์ จะได้รับสิทธิ์ในการซื้อที่ดินในประเทศลาวได้ไม่เกิน 200 ตร.ว. แต่หากลงทุนมากขึ้นก็สามารถซื้อที่ดินได้มากขึ้นตามไปด้วย รวมทั้งการอำนวยความสะดวกในเรื่องต่างๆ แก่นักลงทุน
โครงการดังกล่าวข้างต้น เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนจากต่างประเทศที่คาดหมายว่าจะมีเพิ่มขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้ และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนานครหลวงเวียงจันทน์ไปสู่นครที่ทันสมัย สอดคล้องกับนโยบายผลักดันให้ลาวเป็นศูนย์กลางของการคมนาคมในอนุภูมิภาคนี้ เช่นการสร้างรถไฟความเร็วสูงสายคุนหมิง-เวียงจันทน์ การปรับปรุงสนามบินนานาชาติวัดไต การปรับปรุงทางหลวงที่เชื่อมโยงกับประเทศเวียดนาม รวมทั้งการพัฒนาการเดินเรือในแม่น้ำโขงเพื่อการค้าและการท่องเที่ยวกับจีนและประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขง
ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น เวียงจันทน์ก็อาจกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวจากภาคอีสานของไทยที่อยู่ไม่ไกลจากเวียงจันทน์นัก หลังจากที่ชาวลาวจากเวียงจันทน์ข้ามมาเที่ยวและจับจ่ายใช้สอยแถวหนองคายและอุดรธานีมานานแล้ว



