ข่าว

ทีดีอาร์ไอมองต่างเศรษฐกิจไตรมาส2มาตรการคลังเดินเต็มสูบหนุนจีดีพีพลิกเป็นบวก0.8%

ทีดีอาร์ไอมองต่างเศรษฐกิจไตรมาส2มาตรการคลังเดินเต็มสูบหนุนจีดีพีพลิกเป็นบวก0.8%

08 มิ.ย. 2552

ทีดีอาร์ไอมองต่างมุม คาดเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ปีนี้พลิกกลับเป็นบวก 0.8% ได้แรงหนุนจากมาตรการการคลังเต็มสูบ หนุนจีดีพีทั้งปีติดลบเพียง 2.3% ส่วนปีหน้าเศรษฐกิจโตไม่มากราว 1.4% เหตุเศรษฐกิจโลกไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ส่งออกขยายตัวติดลบ

 นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาเศรษฐกิจส่วนรวม สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ประเมินว่าในไตรมาส 2 ปีนี้ อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) จะกลับมาเป็นบวกที่อัตรา 0.8% เนื่องจากเชื่อว่างบประมาณกลางปีจำนวน 1.16 แสนล้านบาท จะมีการเบิกจ่ายในไตรมาสนี้สูงถึง 80% และอีก 20% จะเบิกจ่ายในไตรมาส 3 ขณะที่งบประมาณปกติในไตรมาส 2 จะมีการเบิกจ่ายสูงถึง 60% จึงทำให้เศรษฐกิจได้รับแรงหนุนจากมาตรการด้านการคลังเต็มที่

 "เราประเมินตรงกันข้ามจากทุกสำนักที่คาดว่าไตรมาสสองยังติดลบ บางแห่งยังมองว่าจะแย่กว่าไตรมาสแรกด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสสาม ก็น่าจะกลับมาติดลบอีกครั้งที่ระดับ 3.1% ก่อนที่จะกลับมาบวก 0.2% ในไตรมาสสี่ จึงทำให้ทั้งปีจีดีพีติดลบเพียง 2.3% เท่านั้น" นายสมชัยระบุ

 สำหรับปี 2553 เศรษฐกิจจะเริ่มเป็นบวกแต่ไม่สูงนัก โดยคาดว่าจะขยายตัว 1.4% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ทำให้การส่งออกขยายตัวติดลบ 0.7% จากปี 2552 ที่ติดลบ 16.5% ส่วนการนำเข้าในปีหน้า กลับมาบวกที่ 3.8% จากสมมติฐานการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน จากปีนี้ที่คาดว่านำเข้าจะติดลบ 19.4% อีกเหตุผลหนึ่งที่คาดว่าในปี 2553 เศรษฐกิจไม่ขยายตัวมากนัก เพราะการลงทุนภาครัฐหดตัวลง 10.6% เป็นผลมาจากการปรับลดงบประมาณปี 2553 เหลือเพียง 1.7 ล้านล้านบาท

 อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลมีการจัดสรรงบประมาณใหม่ เน้นมาทุ่มในปี 2553 หรืออาจจะมีงบประมาณกลางปี 2553 หากรัฐบาลกู้เงินเพิ่มปีหน้า อีก 1 แสนล้านบาท และไปลดวงเงินในปี 2554 และปี 2555 ปีละ 5 หมื่นล้านบาท ตามสูตรนี้จะทำให้เม็ดเงินสู่เศรษฐกิจในปีหน้าจะเพิ่มขึ้นจาก 2.32 แสนล้านบาท เป็น 3.3 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้จีดีพีปีหน้าบวกได้ถึง 2.0%

 นายสมชัยกล่าวด้วยว่า ดัชนีทางเศรษฐกิจหลายตัวบ่งชี้ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกน่าจะเป็นไปอย่างช้าๆ โดยมีลักษณะคล้าย "U-Shape" ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นส่วนใหญ่ของนักเศรษฐศาสตร์ ที่ติดตามวิกฤติเศรษฐกิจโลกในช่วงลากยาวของฐานตัว U อาจจะเห็นการเร่งตัวของเศรษฐกิจได้เป็นครั้งเป็นคราว

 ด้านนายนิพนธ์ พัวพงศกร ประธานทีดีอาร์ไอ เห็นว่าวิกฤติเศรษฐกิจที่ถดถอยในครั้งนี้มีลักษณะ 2 ประเด็น คือเป็นวิกฤติทางการเงินที่เกิดขึ้นในสหรัฐซึ่งเป็นศูนย์กลางทุนนิยมโลก และเป็นวิกฤติที่เกิดขึ้นหลายประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ จากปี 2503 พบว่ามีวิกฤติเกิดขึ้นทั่วโลกจำนวน 122 ประเทศ ที่มีลักษณะถดถอยเหมือนกัน แต่ที่เหมือนกับครั้งนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วใน 6 ประเทศ คือ ฝรั่งเศส ฟินแลนด์ เยอรมนี อิตาลี กรีซ และสวีเดน พบว่ากว่าจะฟื้นตัวมากกว่า 2 ปี ซึ่งวิกฤติในรอบนี้เพิ่งผ่านไปเพียง 18 เดือน ตามข้อมูลนั้นหลังเศรษฐกิจถดถอย จีดีพีจะลดลง 4.75%