ข่าว

ตั้ง'ซูซาน ไรซ์'เป็นที่ปรึกษาความมั่นคง

ตั้ง'ซูซาน ไรซ์'เป็นที่ปรึกษาความมั่นคง

06 มิ.ย. 2556

'บารัก โอบามา' ประกาศแต่งตั้ง 'ซูซาน ไรซ์' เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ เป็นที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ โดยไม่สนเสียงวิจารณ์ของพรรครีพับลิกัน

 

                          6 มิ.ย. 56  ประธานาธิบดีโอบามาแถลงข่าวการปรับเปลี่ยนทีมงานด้านความมั่นคงครั้งสำคัญเมื่อวาน โดยแต่งตั้ง ไรซ์ วัย 48 ปีเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ แทนนายทอม โดนิลอน ที่ลาออกหลังดำรงตำแหน่งครบ 4 ปี และแต่งตั้งนางซาแมนธา พาวเวอร์ นักเขียนรางวัลพูลิตเซอร์ที่มีผลงานเกี่ยวกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และอดีตเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว เป็นเอกอัครราชทูตประจำสหประชาชาติคนใหม่

                          โอบามา กล่าวชื่นชม โดนิลอน ที่ได้วางแนวทางนโยบายด้านความมั่นคงให้กับเขารอบด้านทุกอย่าง รวมถึงนโยบายหันมาให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับเอเชียมากขึ้น นอกจากนี้เขากล่าวชื่นชมนางไรซ์ ว่าเป็นสุดยอดข้าราชการที่อุทิศตนเพื่อชาติเป็นอันดับแรก มีความแข็งแกร่ง และไม่เกรงกลัวใคร เธอเข้าใจถึงบทบทความเป็นผู้นำของสหรัฐอย่างแท้จริง และทุกคนคงรู้ดีว่า เธอยึดมั่นเรื่องความยุติธรรมและเกียรติศักดิ์ศรีของมนุษย์ และตระหนักดีว่าสหรัฐจะต้องใช้อำนาจอย่างสุขุมรอบคอบและชาญฉลาด

                          ก่อนหน้านี้โอบามาพยายามแต่งตั้งไรซ์ เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ แต่ถูกคัดค้านจากพรรครีพับลิกัน ว่าเธอไม่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้สืบเนื่องจากความผิดพลาดในการรับมือเหตุก่อการร้ายที่สถานกงสุลสหรัฐในเมืองเบงกาซีเมื่อ 11 ก.ย.ปีที่แล้ว ซึ่งเธอระบุในตอนแรกว่า เป็นเพียงการโจมตีจากกระแสโกรธแค้นเรื่องภาพยนตร์ดูหมิ่นศาสนาอิสลาม ทำให้ถูกพรรครีพับลิกัน กล่าวหาว่าพยายามปกปิดความจริง เธอตัดสินใจถอนตัวก่อนที่วุฒิสภาจะอภิปรายเพื่อพิจารณารับรองการแต่งตั้ง แต่ตำแหน่งที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติไม่ต้องผ่านมติรับรองจากวุฒิสภา

                          ไรซ์ ซึ่งจะเข้ารับตำแหน่งใหม่ในเดือนหน้า กล่าวเมื่อวานว่า เธอพร้อมจะทำงานร่วมกับสมาชิกสภาจากทั้งสองพรรคเพื่อปกป้องสหรัฐ ส่งเสริมบทบาทความเป็นผู้นำของสหรัฐในเวทีโลก และส่งเสริมค่านิยมของชาวอเมริกัน

                          แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าการแต่งตั้งนางไรซ์และนางพาวเวอร์ครั้งนี้จะเป็นการส่งสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงแนวนโยบายต่างประเทศของสหรัฐหรือไม่ โดยเฉพาะในเรื่อง ซีเรีย ขณะที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าสหรัฐอาจให้ความสำคัญเรื่องสิทธิมนุษยชนมากขึ้น ทั้งสองคนเคยสนับสนุนปฏิบัติการแทรกแซงทางทหารในลิเบีย เพื่อปกป้องพลเรือนจากการโจมตีของรัฐบาลเผด็จการ และผู้เชี่ยวชาญมองว่า ทั้งคู่อาจสนับสนุนการแทรกแซงในต่างประเทศมากขึ้น

                          แต่มีคำถามว่าสหรัฐได้เรียนรู้จากบทเรียนจากปฏิบัติการในลิเบียแล้วหรือไม่เพราะครั้งนั้นทำให้สหรัฐสูญเสียความไว้วางใจจากทั้งรัสเซียและจีน และนักวิจารณ์บางคนเชื่อว่า สหรัฐจะยังไม่เปลี่ยนจุดยืนต่อซีเรีย โดยจะยังไม่เลือกใช้กำลังทางทหารต่อซีเรีย ที่กำลังเผชิญสงครามกลางเมืองยืดเยื้อกว่าสองปี

 

 

---------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : BLOOMBERG)