
10 ปีแห่งการอคอย สมาคมยิมนาสติกไทยได้ที่ซ้อมใหม่
10 ปีแห่งการรอคอย สมาคมยิมนาสติกไทยได้ศูนย์ฝึกซ้อมแห่งใหม่ ที่ซอยวัชรพล ถนนรามอินทรา หลังเอาโรงงานเฟอร์นิเจอร์เก่ามาปัดฝุ่นใหม่ พร้อมใช้งบกว่า 2 ล้านบาท สร้างทุกอย่างครบครัน เพื่อรองรับนักกีฬาทีมชาติ ด้าน นาวาตรีศรายุทธ พัฒนศักดิ์ เลขาธิการสมาคม ระบุอนาค
นาวาตรีศรายุทธ พัฒนศักดิ์ เลขาธิการสมาคมยิมนาสติกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากสมาคมมีแนวทางที่จะสร้างศูนย์ฝึกกีฬายิมนาสติก และที่ทำการสมาคมแห่งใหม่ให้เทียบเท่าระดับสากล เพื่อไว้ใช้เป็นที่เก็บตัวนักกีฬาทีมชาติไทยทั้งชุดใหญ่และระดับเยาวชน หลังสถานที่เดิมคับแคบไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยสมาคมได้หาสถานที่ก่อสร้างมานานพอสมควรทั้งใน กทม.และปริมณฑล นอกจากนี้ยังได้ทำหนังสือที่จะขอใช้สถานที่ภายใน กกท.หัวหมาก เป็นศูนย์ฝึกซ้อมอีกด้วย แต่เรื่องทั้งหมดอยู่ระหว่างการพิจารณาของบอร์ด กกท.
"ล่าสุดสมาคมทุ่มงบประมาณกว่า 2 ล้านบาท ในการปรับปรุงอาคารเก่าจากเดิมเป็นโรงงานเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ ให้มาเป็นศูนย์ฝึกกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ที่ปากซอยวัชรพล ถนนรามอินทรา แยกเป็นห้องฝึกซ้อม ยิมส์ศิลป์, ยิมส์ลีลา และ สปอร์ตแอโรบิก พร้อมห้องประชุมขนาดใหญ่ และห้องอบรมผู้ตัดสินในการพัฒนาไปสู่ระดับนานาชาติในอนาคตอีกด้วย หลังนายสวัสดิ์ โสภะ นายกสมาคม ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก เพราะจะได้เป็นแหล่งชุบตัวฝึกซ้อมนักกีฬาได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องแยกกันซ้อมตามสโมสรต่างๆ ซึ่งยิมแห่งนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ที่สำคัญยังเปิดโอกาสให้อดีตนักกีฬาทีมชาติไทยมาทำงานเป็นสตาฟฟ์โค้ชถ่ายทอดวิชาความรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนที่สนใจอีกด้วย"
พ่อบ้านสมาคมยิมนาสติกไทย เผยอีกว่า ศูนย์ฝึกยิมนาสติกแห่งนี้ สมาคมต้องใช้เวลาในการรอคอยมานานกว่า 10 ปี เพราะตั้งแต่สมัย "ป๋า ช." นายชัยรัตน์ คำนวณ อดีตนายกสมาคมที่เสียชีวิตไปแล้ว กระทั่งมาถึงยุค "บิ๊กอ๊อด" พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา อดีตนายกสมาคม ก็พยายามเรื่องนี้มาโดยตลอด ก่อนจะมาประสบความสำเร็จมียิมฝึกซ้อมเป็นของตัวเองในสมัย นายสวัสดิ์ โสภะ นายกสมาคมคนปัจจุบัน คาดว่าจะเป็นแหล่งศูนย์รวมพัฒนาฝีมือนักห้อยโหนทีมชาติไทยได้อีกมาก ก่อนจะไปหวังผลสร้างผลงานที่ดีกลับมาในศึกเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่เมืองกวางโจว ประเทศจีน
"ศูนย์ฝึกยิมนาสติกแห่งนี้จะเป็นบันไดสำคัญให้นักกีฬาทีมชาติทุกคน เพื่อจะได้พัฒนาในทิศทางเดียวกันตั้งแต่เด็กไปจนถึงทีมชาติชุดใหญ่ เช่นเดียวกับศูนย์ฝึกยิมนาสติกที่ประเทศจีน ที่จะนำเอานักกีฬาฝีมือดีมาฝึกซ้อมีรวมกัน คาดว่าในอนาคตสมาคมจะกระจายศูนย์ฝึกลักษณะนี้ออกไป 4 ภาคทั่วประเทศ โดยจะให้ศูนย์ฝึกแห่งนี้เป็นต้นแบบในการพัฒนานักกีฬายิมนาสติกในบ้านเราให้มีมาตรฐานที่ดีขึ้น เชื่อว่าจากนี้ไปเราจะพัฒนาทุกอย่างทั้งระบบก่อนจะก้าวไปสู่ความเป็นเลิศได้" นาวาตรีศรายุทธ กล้าวทิ้งท้าย



