
ระทึก!คานรถไฟฟ้าร่วงแยกเตาปูน
เกิดเหตุคานก่อสร้างรถไฟฟ้าร่วงแยกเตาปูนทับรถพังแล้ว 4 มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย ด้าน'ปชช.เตาปูน'ผวาสิ่งก่อสร้างร่วงซ้ำ จี้'รฟม.-กทม.'เข้มความปลอดภัย
เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 6 มิถุนายน ร.ต.ท.สมชาย รอดแป้น พนักงานสอบสวน สน.เตาปูน รับแจ้งเหตุเหล็กโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบริเวณสถานีเตาปูน ถ.ประชาราษฎร์บำเพ็ญ สาย 2 แขวงและเขตบางซื่อ กทม. ร่วงหล่นขณะเครนยกมัดเหล็กขึ้นไปก่อสร้างลงมาทับรถยนต์ประชาชนที่กำลังจอดติดไฟแดงสามแยกเตาปูนพังเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบแล้วเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุพบเหล็กกล่องขนาด 4 นิ้ว ยาวประมาณ 9 เมตร จำนวน 9 เส้น หล่นทับรถยนต์ที่จอดติดไฟแดง และตกกระจายเกลื่อนถนน มีประชาชนและคนที่อยู่ในเหตุการณ์ยืนมองด้วยอาการตื่นตกใจ ตรวจสอบพบรถยนต์ถูกเหล็กหล่นทับเสียหาย 4 คัน เป็นรถแท็กซี่ ยี่ห้อ โตโยต้า สีชมพู ทะเบียน ทษ 7685 กทม.เสียหายที่ฝากระโปรงหน้ารถเล็กน้อย รถแท็กซี่ ยี่ห้อ โตโยต้า สีเหลือง ทะเบียน ทษ 4748 กทม. สภาพหลังคายุบ กระจกหน้าแตกร้าว และกระจกหลังแตกละเอียด ฝากระโปรงท้ายยุบ มีผู้โดยสารชื่อ น.ส.ชวัลรัตน์ คำนุ้ย อายุ 17 ปี ได้รับบาดเจ็บศีรษะบวมปูด อยู่ในอาการตกใจกลัวจนร้องไห้ เจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลแล้วนำตัวส่งรักษาที่ รพ.บางโพ ถัดมาพบรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีดำ ทะเบียน กต 517 สุราษฎร์ธานี ได้รับความเสียหายหลังคายุบ กระจกหน้าแตกร้าว กระจกหลังแตกละเอียด ห่างออกไปพบรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กธ 9196 นนทบุรี สภาพกระจกหลังแตก ไฟท้ายด้านซ้ายแตก เจ้าหน้าที่จึงทำการเคลื่อนย้ายเพื่อเร่งระบายการจราจร ก่อนจะนำรถทั้งหมดไปที่ สน.เตาปูน เพื่อลงบันทึกประจำวัน
นอกจากนี้ ในจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นห้องแถวเปิดเป็นบริษัทรักษาความปลอดภัยชื่อ บริษัทนวนคร อินเตอร์เนชั่นแนล การ์ด จำกัด เลขที่ 495/3-4 ตั้งอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเหล็กที่หล่นลงมาพุ่งไปกระแทกกระจกหน้าบริษัทแตกเสียหาย โดยเหล็กเฉียดร่าง นายชาย ปรีเดชา อายุ 55 ปี ซึ่งกำลังทำความสะอาดเช็ดกระจกอยู่ด้านหน้าไปอย่างหวุดหวิด
นายชาย เล่าเหตุการณ์เฉียดตายครั้งนี้ว่า ตนมารับจ้างทำความสะอาด และเช็ดกระจกให้บริษัทนวนครฯ แห่งนี้เป็นประจำ เคยเห็นมีสิ่งของจากการก่อสร้างที่สถานีรถไฟฟ้าแห่งนี้หล่นลงมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง แต่ครั้งนี้รุนแรงที่สุด และตนอยู่ในเหตุการณ์เฉียดความตาย เนื่องจากขณะกำลังเช็ดกระจกอยู่ด้านหน้าบริษัทอยู่นั้น ได้ยินเสียงเหล็กหล่นลงมากระแทกกับพื้นถนนดังสนั่น และทับรถของชาวบ้านที่จอดติดไฟแดงอยู่แล้วเหล็กอีกเส้นก็พุ่งมาทางที่ตนยืนอยู่ แต่สามารถหลบได้ทัน จากนั้นเหล็กก็พุ่งไปโดนกระจกแตก สร้างความตกใจให้กับตน และพนักงานที่กำลังทำงานกันอยู่ด้านใน
“ถ้าเกิดผมไม่สนใจหันไปมองเสียงเหล็กที่หล่นแล้วก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ ผมคงหลบเส้นเหล็กที่พุ่งมาไม่ทัน คงโดนเหล็กพุ่งชน และอาจถึงตาย อยากให้เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนให้หาทางควบคุมการทำงานด้วยความปลอดภัยต่อชีวิตคนที่อาศัย และคนที่ใช้รถใช้ถนนในระแวกนี้ด้วย” นายชาย กล่าว
จากการสอบถาม นายเฉลิมภพ อุบล อายุ 34 ปี ผู้ขับขี่รถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีดำ กล่าวว่า ตนเป็นวิศกรโยธา ขับรถออกจากบางโพ เพื่อไปทำงานที่กรมโยธาและผังเมือง แต่เมื่อมาถึงสามแยกเตาปูนรถจอดติดไฟแดง โดยบริเวณแห่งนี้เป็นโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ระหว่างที่รถจอดติดไฟแดงอยู่นั้น จู่ๆ เหล็กก็ล่วงลงมากระแทกที่หลังคารถดังโครมคราม ตนตกใจก้มลงหมอบกับเบาะ หลังจากนั้นก็ออกมาดู พบว่าเป็นเหล็กกล่องขนาด 4 นิ้ว ซึ่งรถเครนของไซค์งานกำลังยกขึ้นไปก่อสร้างบนสถานีล่วงลงมา นอกจากรถของตนแล้วยังมีรถคันอื่นที่ได้รับความเสียหาย
“ผมรู้สึกโชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ในฐานะที่ผมเป็นวิศวกรมองดูการทำงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าแห่งนี้แล้วไม่มีความปลอดภัย โดยเฉพาะมาเกิดขึ้นกับผมเอง ที่ถือว่าเป็นชาวบ้านใช้ถนนสัญจรไปมา นับว่าอันตรายเป็นอย่างมาก เพราะไม่มีระบบเซฟตี้ ไม่มีการกั้นพื้นที่ ก่อนจะมีการยกสิ่งของใดๆ โดยใช้เครน ไม่มีสิ่งกีดขวางเพื่อรองรับหากมีสิ่งของในการก่อสร้างร่วงลงมา เพื่อป้องกันเหตุที่ไม่คาดคิดเหมือนครั้งนี้ มองแล้วทำงานกันประมาท ไม่ถูกขั้นตอนของหลักการสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ก่อสร้าง” นายเฉลิมภพ กล่าว
ด้านนายไสว สุระโส อายุ 37 ปี คนขับแท็กซี่สีเหลือง กล่าวด้วยอาการตื่นตกใจว่า ตนรับผู้โดยสารเป็นเด็กสาววัยรุ่นจากแยกบางโพ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุก็จอดติดไฟแดงเหมือนรถคันอื่นๆ พอติดไฟแดงได้ไม่นานก็เกิดเหตุขึ้น มีเหล็กขนาดใหญ่และยาวร่วงลงมากระแทกรถ ตนตกใจกลัวก้มมุดหลบกับเบาะรถ ส่วนน้องผู้โดยสารถูกหลังคารถที่เหล็กตกมากระแทกยุบถูกศีรษะ ส่งเสียงร้องกรี๊ดด้วยความตกใจจนตัวสั่นและร้องไห้ ถือว่าโชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก
“ผมไม่รู้หลักวิศวะอะไรหรอกนะครับ แต่พอเกิดเรื่องแบบนี้รู้สึกไม่ปลอดภัย ตอนนี้ยังรู้สึกผวา ใจสั่นอยู่เลย ที่จริงการก่อสร้างด้านบนที่มีคนใช้รถใช้ถนนอยู้ด้านล่างแบบนี้ ควรมีระบบความปลอดภัยให้มากกว่านี้ ผมรู้ว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ถ้าไม่ประมาททั้งคนทั้งอุปกรณ์ในการทำงานก็คงดีกว่านี้ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้าน” นายไสว กล่าว
ขณะที่ พล.อ.กิตติศักดิ์ รัฐประสริฐ อดีตผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายเสนาธิการทหาร กระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ตนอยู่อาศัยในละแวกนี้ โดยที่ของตนก็ถูกเวนคืนเพื่อก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง เหตุการณ์ในวันนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นครั้งที่นับไม่ถ้วน ตั้งแต่ก่อสร้างมาไม่มีระบบความปลอดภัยเลย มีสิ่งของจากการก่อสร้างร่วงหล่นลงมาเป็นประจำ โดยเฉพาะลูกไฟจากการเชื่อมเหล็ก ตนเห็นหล่นประจำ นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดมลภาวะทางเสียง และมีฝุ่นคลุ้งกระจายจากการก่อสร้างด้วย การทำงานก็เหมาช่วงกันเป็นทอดๆ และตนมองว่าวิศกรที่ควบคุมงานไม่มีคุณภาพ มองข้ามความปลอดภัยของชาวบ้าน อยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ กำกับดูแลให้เกิดความปลอดภัยกว่านี้
รายงานข่าวระบุว่า เหล็กที่ร่วงลงมาดังกล่าว คนงานได้ใช้เครนขนาดใหญ่เพื่อยกเหล็กกล่องขนาด 4 นิ้ว ยาว 9 เมตร จำนวน 9 เส้น โดยมัดรวมกันเพื่อยกขึ้นไปก่อสร้างโครงหลังคาสถานีรถไฟฟ้า สถานีเตาปูน แต่เหล็กที่ยกขึ้นไปนั้นอาจจะรัดไม่ดี จึงได้ไหลหลุดออกมา แล้วหล่นกระแทกรถที่จอดติดไฟแดง
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่จะเรียกวิศวกรผู้ควบคุมงานดังกล่าว รวมถึงคนงานที่อยู่ในเหตุการณ์ และคนขับรถเครนไปสอบปากคำ ขณะเดียวกันจะประสานผู้เชี่ยวชาญมาประเมินตรวจสอบอุปกรณ์ในการก่อสร้างที่ทำให้เกิดเหตุดังกล่าว เพื่อสรุปว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เกิดจากความประมาทของตัวบุคคล หรือการเสื่อมคุณภาพของวัสดุอุปกรณ์ ก่อนจะมีการแจ้งข้อหา กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ซึ่งจะมีการเยียวยาชดใช้ค่าเสียหายต่อไป
"ปชช.เตาปูน"ผวาสิ่งก่อสร้างรถไฟฟ้าหล่นซ้ำ จี้"รฟม.-กทม."เข้มความปลอดภัย
นายนเรศ อำรุงจิตชัย พนักงานบริษัทเอกชน วัย 30 ปี และเป็นประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ย่านเตาปูน กล่าวถึงกรณีคานเหล็กโครงสร้างหลังคารถไฟฟ้าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) หล่นทับรถยนต์เมื่อเช้าที่ผ่านมาว่า กรณีนี้น่าจะมีการรองรับความปลอดภัยให้มากขึ้น ซึ่งทุกวันนี้บริเวณพื้นที่ก่อสร้างด้านบนก็ทำงาน แต่พื้นที่ด้านล่างรถยนต์ก็วิ่งตามปรกติ จึงไม่มีความปลอดภัย หากเกิดเหตุขึ้นไม่รู้จะหาผู้รับผิดชอบอย่างไร อีกทั้งที่ผ่านมาการก่อสร้างด้านบนมักมีการปล่อยน้ำทิ้งลงมาตลอด ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นน้ำอะไร ทำให้รถยนต์ด้านล่างที่ขับมาก็อันตรายได้ ซึ่งกรณีนี้ก็เกิดมานาน และเป็นปัญหาที่อันตรายอยู่แล้ว
"สำหรับพื้นที่จุดนี้ถือว่าอันตรายมาก เพราะมีผลต่อชีวิตของประชาชน อยากให้หน่วยงานหามาตราการรักษาความปลอดภัย คนทำมาหากินด้านล่างก็ไม่รู้จะไปเรียกร้องกับใคร เพราะเหตุที่เกิดมันมากขึ้น อยากให้การรถไฟและกทม.ช่วยมากำกับดูแลการก่อสร้างของผู้รับเหมามากกว่านี้ เพราะถ้าให้ผู้รับเหมาทำเองจะรู้ได้อย่างไรว่ามีความปลอดภัย " นายนเรศ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงของรฟม.ในบริเวณดังกล่าว เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา บริเวณใกล้เคียงซอยกรุงเทพฯนนท์ 2 ก็เคยเกิดเหตุแผ่นคอนกรีตขนาดใหญ่ กว้าง 1 เมตร ยาว 3 เมตร หนา 10 เซนติเมตร จำนวน 4 แผ่น น้ำหนักประมาณ 800 กิโลกรัม ตกลงมาบริเวณพื้นถนน และทับกระโปรงรถแท็กซี่มาแล้ว ซึ่งครั้งนั้นมีคนงานก่อสร้างได้รับบาดเจ็บ 1 ราย โดยสาเหตุมาจากคนงานก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าได้ใช้เครนขนาดใหญ่ยกแผ่นคอนกรีตขึ้นไปด้านบน แต่สายรัดแผ่นคอนกรีตเกิดขาด ทำให้แผ่นคอนกรีตได้ร่วงตกลงมาด้านล่าง



