
รักยืนยง30ปียิ่งผูกพัน
รักยืนยง 30 ปี ยิ่งผูกพัน : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน /พงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์
เมื่อสามสิบปีก่อน ผู้หญิงอีสานที่แต่งงานกับฝรั่ง มักถูกมองอย่างเย้ยหยัน แต่สำหรับความรักของ "อรพินท์ สายลาม -มาร์คูส ชูริพ์ฟ" ทั้งคู่ร่วมจับมือฟันฝ่าอุปสรรค มาถึงวันนี้เกือบ 30 ปีแล้ว ที่ความรักยังมั่นคงหวานชื่นไม่เปลี่ยนแปลง
วันที่ 20 ธันวาคม 2528 พิธีแต่งงานลูกเขยฝรั่งวัย 20 ปี กับสาวไทยอายุมากกว่า 7 ปี ที่ ต.อีหล่ำ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ญาติมิตรผู้เฒ่าผู้แก่ต่างมาผูกแขนรับหลานเขยกันอย่างยินดี "มาร์คูส" น้ำตาคลอเบ้า ตื้นตันใจในวัฒนธรรมอันดีงามของคนอีสาน ชาวบ้านมากันทั้งหมู่บ้าน สัมผัสได้ถึงความรักอย่างแท้จริง แม้ว่าจะฟังคำอวยพรไม่ออก แต่ก็สัมผัสได้ถึงความรักของชาวบ้านที่มอบให้ด้วยบริสุทธิ์ใจ ตื้นตันจนทำให้ความรักที่มีต่อเจ้าสาวเพิ่มพูนขึ้นทวีคูณ
หลังแต่งงาน ฝรั่งใช้ชีวิตอยู่บ้านนอกที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้กลางวันไปหาปลา ไปเก็บผักในป่ามาทำกับข้าว อยู่กับธรรมชาติและผู้คนที่มีแต่ความจริงใจ "มาร์คูส" ตัดสินใจแน่วแน่จะใช้ชีวิตบั้นปลายกับภรรยา ณ ที่แห่งนี้
ทั้งคู่คบหาก่อนแต่งงานเพียงปีเดียว ขณะอรพินท์ ทำงานเป็นหัวหน้าแผนกที่บริษัทขายนมเปรี้ยวยี่ห้อหนึ่งในกรุงเทพฯ พักอาศัยอยู่ที่แฟลตกับน้องสาว มีเพื่อนแวะเวียนมาร่วมรับประทานอาหารบ่อยๆ และวันหนึ่งน้องสาวก็แนะนำให้รู้จักกับมาร์คูส ก็คิดแค่ว่าเป็นเพื่อนของน้องสาว หลังจากนั้นก็มาขอผูกปิ่นโตกินข้าวด้วยกันทุกวัน
วันหนึ่งได้ไปซื้อของมาทำกับข้าว มาร์คูสอาสาไปช่วยถือของ ขากลับลงรถสองแถวปากซอย มีเด็กวัยรุ่นพูดแซวว่า "คนไทยไม่เอา ไปเอาผัวต่างชาติ สงสัยเป็นอีตัวแน่เลย" อรพินท์หันไปตามเสียง เดินตรงดิ่งไปหาพร้อมกับพูดว่าเมื่อกี้พูดอะไร ว่าใคร ว่าพี่ใช่ไหม จากนั้นใช้มือตบไปที่ปากของเด็กวัยรุ่นคนนั้น โดยไม่คิดเลยว่าเขาจะเอาคืน เพราะพวกเขาก็นั่งกันอยู่หลายคน
ดีที่เด็กไม่ได้พูดอะไรต่อ และต่างแยกย้ายกันไป ต่อหน้า มาร์คูส ที่ยืนดูอย่างงงๆ แต่ก็ประทับใจในความกล้า เด็ดเดี่ยวของผู้หญิงคนนี้
หลังกินข้าววันนั้น มาร์คูส สารภาพรักต่อหน้าทุกคน กำลังจะเดินทางกลับประเทศ แต่สัญญาว่าจะกลับมาขอแต่งงานด้วย ทำให้อรพินท์ตกใจ ชักสีหน้าไม่ถูก แต่ลึกๆ ก็คิดว่าเขาคงล้อเล่น เพราะเธอเคยมีลูกมีครอบครัวมาแล้ว จะน่าสนใจเหมือนสาวโสดได้อย่างไร ระหว่างเดินไปส่งที่ปากซอย เขายังยืนยันคำเดิม และบอกให้ไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมจะได้สื่อสารกันรู้เรื่อง จึงเชื่อว่าคิดเช่นนั้นจริงๆ
ระหว่างนั้น ใจต่อใจสื่อถึงกันได้ด้วยจดหมาย เพราะสมัยนั้นยังไม่มีโทรศัพท์เขียนจดหมายตอบกันไปตอบกันมาตลอดระยะเวลา 3 เดือน และวันหนึ่งจดหมายฉบับสำคัญก็มาถึง "มาร์คูส" บอกว่าเขากำลังจะมาหาเพื่อมาแต่งงานด้วย "อรพินท์" อ่านทวนแล้วทวนอีก ตื่นเต้นมาก ไม่เชื่อสายตาตนเอง
เมื่อเขามาถึงฝ่ายหญิงลองใจขอให้เขาพาไปเที่ยวเกาะสมุยก่อน 1 สัปดาห์ หากนิสัยใจคอเข้ากันได้ก็จะแต่งงานด้วย ตลอดอาทิตย์นอนห้องเดียวกัน แต่ฝ่ายชายก็เป็นสุภาพบุรุษพอที่จะไม่แตะเนื้อต้องตัว ให้เกียรติฝ่ายหญิงตลอดเวลา "อรพินท์" ตัดสินใจรับรัก ตอบตกลงแต่งงานด้วย พอกลับไปกรุงเทพฯ ก็ลาออกจากงานที่ทำอยู่กลับบ้าน "มาร์คูส" ดีใจมาก รีบช่วยเก็บข้าวของและเร่งเดินทางกลับมาที่บ้านนอกด้วย ซึ่งในสมัยนั้นมีรถไฟขบวนเดียวออกเช้า และเที่ยงอีกวันถึงเดินทางมาถึง จ.ศรีสะเกษ ลงรถแล้วก็ต่อรถโดยสารผ่านถนนลูกรัง ไปต่อรถที่ปากทางเข้าหมู่บ้านตามถนนดินเข้าสู่หมู่บ้าน มาถึงบ้านพ่อแม่ตกลงใจลูกสาวจะแต่งงานใหม่กับชาวต่างชาติ และเมื่อทั้งสองตกลงใจกันมาขนาดนี้แล้ว พ่อแม่ก็บอกว่าแต่งก็แต่ง<
หลังจากแต่งงานมีเวลาอยู่ด้วยกัน 2 สัปดาห์ มาร์คูส ก็จะต้องเดินทางกลับเยอรมัน เพราะนับตั้งแต่เดินทางมาไทยคราวนี้ แล้วได้ไปเที่ยวเกาะสมุยด้วยกัน จนมาแต่งงานก็ครบ 1 เดือนที่ลางานมา ต่างสัญญาว่าจะเขียนจดหมายหากัน จะรักกัน จะคิดถึงกันทุกวัน รอวันที่จะได้พบกันอีกใน 6 เดือนข้างหน้า ซึ่งในระยะเวลาอยู่ห่างกันทั้งสองก็ยังเขียนจดหมายหากัน
จนเวลาผ่านไปครบ 6 เดือน มาร์คูส ก็กลับมาโดยบอกว่าคราวนี้จะมาอยู่ที่ประเทศไทยเลย จะไม่ไปไหน และได้นำเงินมาลงทุนทำฟาร์มเลี้ยงสุกร ทำไปได้ 2 ปี มีกำไรมาตลอด จนมาประสบปัญหาสุกรลงราคาลงต่ำมาก ผู้เลี้ยงทั่วประเทศขาดทุนกันทั่วหน้า ประกอบกับภรรยากำลังตั้งครรภ์ มาร์คูส จึงตัดสินใจกลับไปทำงานที่ประเทศเยอรมนีบ้านเกิดอีกครั้ง โดยเขาต้องไปเรียนต่อเฉพาะทางในเรื่องเทคนิคการแพทย์ เมื่อเรียนจบ มีสัญญาต้องใช้ทุนกับประเทศของเขาซึ่งระยะยาวมากจนทุกวันนี้ และบริษัทก็ไม่ยอมให้ลาออก เพราะเขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษเกี่ยวกับเอ็นร้อยหวายในร่างกายคนไปแล้ว ซึ่งเพียงไม่กี่คนที่ทำได้ในประเทศที่สามารถผลิตเอ็นร้อยหวายไปใช้ผ่าตัดใส่เข้าไปแทนเอ็นร้อยหวายเดิมของร่างกายคนที่ชำรุดต้องผ่าตัดเอาออกเปลี่ยนใหม่ แม้เงินเดือนจะดีแต่ก็ไม่มีเวลาอยู่ด้วยกัน
ทุกวันนี้ 6 เดือนทั้งคู่จึงจะพบกันครั้งละ 1 เดือน มีบุตรชาย 2 คน ศึกษาระดับปริญญาตรี รอคอยนับถอยหลังจะได้ใช้ชีวิตครอบครัวอย่างสมบูรณ์เสียทีในอีก 2 ปีข้างหน้า หลังมาร์คูสหมดสัญญากับบริษัท จะกลับมาใช้ชีวิตเรียบง่ายที่บ้านนาอีกครั้ง
..............................................................
(รักยืนยง 30 ปี ยิ่งผูกพัน : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน /พงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์)



