
'ปลอดประสพ'จุดอ่อนของรัฐบาล
'ปลอดประสพ'จุดอ่อนของรัฐบาล ระวังกระทบงานใหญ่ : รายงานโดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ
อาจจะเรียกได้ว่า ผ่านช่วงฮันนีมูนสำหรับรัฐบาลนี้ไปเรียบร้อยแล้ว แม้จะยังมีพลังหนุนที่ดีจากคนเสื้อแดง แต่การกระทำต่างๆของรัฐบาลก็ใช่ว่าจะถูกใจมวลชนไปเสียหมด เพราะเริ่มมีบางเรื่องที่ถูกตั้งคำถาม ไม่ว่าจะเป็นการใช้อำนาจแบบเลือกปฏิบัติ หรือโครงการรับจำนำข้าวที่เริ่มเผยให้เห็นปัญหาทีละเล็กละน้อย
กระทั่งเรื่อง พ.ร.บ.ปรองดอง ที่ทำให้แม้แต่คนเสื้อแดงเองก็ออกมาต่อต้าน ด้วยเกรงว่า คนที่ฝั่งตัวเองกล่าวหามาโดยตลอดว่าสั่งฆ่าประชาชนจะพ้นผิดด้วยกฎหมายฉบับนี้ จนครอบครัวเหยื่อสลายการชุมนุมประกาศว่า หากรัฐบาลผลักดันเมื่อไหร่ก็จะออกมาต่อต้าน
ที่ผ่านมาเราจึงเห็นคนเสื้อแดง หรือคนที่ไม่พอใจกับการกระทำกลุ่มใหม่ๆ ทยอยกันออกมาแสดงตัว ไม่นับกลุ่มเดิมที่มักเห็นตรงข้ามกับรัฐบาล อย่างกลุ่มหน้ากากขาว กลุ่มไทยสปริง กลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม หรือกลุ่มแนวร่วมคนไทยรักชาติ ที่ปักหลักอยู่ที่สนามหลวง นอกจากนี้ยังมี "แนวร่วมไซเบอร์" ที่คอยโจมตีเมื่อรัฐบาลเกิดความผิดพลาด
แต่รัฐบาลแทนที่จะตั้งรับให้ดีกลับออกอาการการ์ดหลวมบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในงานใหญ่ และดูเหมือนว่า คนที่จะเป็นจุดบอดจุดอ่อนใหญ่ของรัฐบาลกลับเป็นถึงระดับรองนายกรัฐมนตรี ที่มีภาระหน้าที่ดูแลโครงการบริหารจัดการน้ำ ที่ต้องกู้เงินจากต่างชาติ 3.5 แสนล้านบาท อย่าง "ปลอดประสพ สุรัสวดี"
บุคลิกของ "ปลอดประสพ" นั้น ใครๆ ก็รู้ว่าออกแนวเจ้าขุนมูลนาย มั่นใจในตัวเอง ยืนยันแนวคิดของตัวเองชนิดหัวชนฝา จนทำให้หลายคนห่วงว่า โครงการบริหารจัดการน้ำจะไม่ "ปลอดโปร่ง"
และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อกระแสต่อต้านโครงการนี้รุนแรงมาก เพราะเป็นโครงการที่กระทบต่อชาวบ้าน ต้องเวนคืนพื้นที่ ซึ่งใครๆก็รู้ว่าต้องทำความเข้าใจกับชาวบ้านและคนที่เห็นต่างเพื่อความร่วมมือให้มากที่สุด แต่ "ปลอดประสพ" กลับเลือกวิธีสร้างศัตรูมากกว่ามิตร ยืนตอบโต้กับคนที่ไม่เห็นด้วยชนิดหมัดต่อหมัด จนใครต่อใครต่างส่ายหน้า
ยิ่งตอกย้ำด้วยคำพูดกับคนที่จะมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับโครงการบริหารจัดการน้ำในการประชุมผู้นำด้านน้ำที่เชียงใหม่ว่าเป็นพวก "ขยะ" คำนี้ทำให้เอ็นจีโอ นักเคลื่อนไหว นักสิทธิมนุษยชน ถึงกับสะดุ้งโหยง เพราะไม่คิดว่า "ปลอดประสพ" จะมองคนเห็นต่างเป็นเพียง "ขยะ"
ครั้งนั้น "แกนนอนเสื้อแดง" อย่าง "สมบัติ บุญงามอนงค์" ถึงขนาดโพสต์แสดงความไม่เห็นด้วย เช่นเดียวกับ "สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล" และนักเคลื่อนไหวอีกหลายคน
และล่าสุด เขาได้พูดสิ่งที่ทำให้ทุกคนถึงกับอ้าปากค้าง ในการชุมนุมคนเสื้อแดงที่ จ.เชียงใหม่ ที่แสดงว่าเขาไม่ได้รู้สึกผิดกับความปากไวและซ้ำเติมสถานการณ์ว่า ใจจริงแล้วเขาอยากเปรียบคนที่จะมาเห็นต่างเป็น "สัตว์เลื้อยคลานประเภทหนึ่ง" ด้วยซ้ำ
และตามด้วยข้อความที่นักการเมืองที่อ้างตนว่าอยู่ในระบอบประชาธิปไตยไม่ควรพูด คือ พูดถึงการก่อสร้างศูนย์ประชุมนานาชาติที่ภูเก็ต ที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้ทำว่า "ก็ไม่สร้างให้จะมีปัญหาไหมล่ะ วันหน้าจะสร้างให้แน่นอนเมื่อภูเก็ตเห็นความดีของพวกเราและเลือกคนของเรา วันนั้นผมจะไปทำให้ วันนี้ไม่มีอารมณ์จะทำ"
เรื่องดังกล่าวทำเอากองเชียร์รัฐบาลถึงกับกุมขมับ เพราะคำพูดเช่นว่านี้ไม่เป็นผลดีต่อฝั่งรัฐใดๆ ทั้งสิ้น หากจำได้ "ทักษิณ ชินวัตร" ก็เคยเสียผู้เสียคนด้วยคำพูดลักษณะนี้มาแล้ว
งานนี้ "ปลอดประสพ" ถูกรุมถล่มจากทุกสีเสื้อในโลกออนไลน์ โดยเป็นการโจมตีทั้งแบบดุเด็ดเผ็ดมัน และแบบขำ ฮา เชิงประชด กระแทกแดกดัน เช่นกรณีที่มีผู้ใช้นามในแฟนเพจเฟซบุ๊กว่า "สหายเดียร์" และชื่อในยูทูบว่า "Sahaideer Rebel" ได้เผยแพร่คลิปล้อเลียน โดยเป็นการตัดต่อสลับระหว่างการปราศรัยของ "ปลอดประสพ" กับรายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซึ่งกำลังเป็นทอล์ก ออฟ เดอะทาวน์ จากกรณีของผู้เข้าประกวดที่ใช้ชื่อว่า "สิทธัตถะ เอ็มเมอรัล" โดยตัดต่อภาพการปราศรัย สลับด้วยภาพการทำท่ารังเกียจของพิธีกร
ซึ่งจากครั้งนี้ทำให้หลายคนจับตาว่า การนัดชุม "แฟลชม็อบ" ของกลุ่มคนสวมหน้ากากวี ที่จะจัดขึ้นทั่วประเทศในวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายนนี้ โดยเฉพาะการชุมนุมที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นสถานที่ที่ "ปลอดประสพ" ระบุ
นอกจากนี้กลุ่มคนหน้ากากวี ยังนัดกันรวมตัวเพื่อขับไล่ "ปลอดประสพ" ถึงหน้าทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 6 มิถุนายน
จะเห็นได้ว่า แรงต้านต่อตัว "ปลอดประสพ" นั้น เริ่มหนักหน่วงและขยายไปถึงงานที่ทำอยู่ ต่างจากโครงการกู้เงิน 2 ล้านล้านพัฒนาโครงสร้างประเทศ ที่แม้ตัวโครงการจะกว้างและมีผลกระทบ แต่แรงต่อต้านกลับไม่มากเท่า เนื่องจากเจ้าของโครงการอย่าง "ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" นั้น ท่าทีอ่อนนุ่มกว่ากันมาก
ต้องดูว่า รัฐบาลจะทนแบกรับปัญหา และแรงกดดันที่มาจาก "ปลอดประสพ" ได้อีกนานแค่ไหน
-----------
(หมายเหตุ : 'ปลอดประสพ'จุดอ่อนของรัฐบาล ระวังกระทบงานใหญ่ : รายงานโดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ)



