ข่าว

'บิ๊กตู่'บอก'ปู'ไม่ต้องห่วง'ปฏิวัติ'

'บิ๊กตู่'บอก'ปู'ไม่ต้องห่วง'ปฏิวัติ'

05 มิ.ย. 2556

'สุกำพล'เผย'บิ๊กตู่'บอก'ปู'ไม่ต้องห่วง'ปฏิวัติ'มั่นใจทหารไม่ปฏิวัติแน่ กระตุ้นรบ.ลุยแก้กม. อย่ากลัว'หน้ากากขาว' ฮึ่มตีปากคนวิจารณ์ทหารแก้ใต้ จวกพวกเก่งแต่ปาก

                5 มิ.ย.56 พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก รับปากว่า จะไม่ปฏิวัติในวงกินข้าวร่วมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีว่า เขาคุยกันธรรมดาในวงกินข้าวถึงเรื่องสถานการณ์ต่างๆ โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้พูดว่า ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ ท่านทำงานไปเถอะครับ ไม่มีอะไร ซึ่งพูดกันแค่นั้น ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ คงรำคาญ เพราะเรื่องปฏิวัติพูดมาเป็นร้อยเที่ยวแล้ว

                “ผมมั่นใจว่า เขาไม่ทำปฏิวัติแน่ เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมามีอยู่ว่า การปฏิวัติทำให้ประเทศชาติยุ่งยาก ไม่ได้ทำให้ประเทศดีขึ้นมา แต่อย่าเพิ่งไปพูดว่า การปฏิวัติจะไม่เกิดขึ้น หรือปิดประตูไปเลย เหมือนไม่มีใครพูดว่า ฝนจะตกหรือไม่ตก 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้คิดว่า การปฏิวัติไม่เกี่ยวกับการโยกย้าย เพราะที่ผ่านมามีเพียงครั้งที่คณะรักษาความสงบเรียบร้อย (รสช.)ปฏิวัติเท่านั้นที่เกี่ยวกับการโยกย้าย ส่วนการปรับย้ายในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ต้องว่ากันมาตามกติกา ผบ.เหล่าทัพต้องเลือกคนของเขา เพื่อให้ทำงานเข้าขากัน ส่วนผมในฐานะที่ดูกระทรวงกลาโหม ก็ต้องเป็นคนเลือกปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อจะได้มาทำงานร่วมกับผม แต่ผมไม่ได้เข้าไปล้วงลูก เราเคารพกติกากัน เมื่อก่อนมีคนพูดว่า ผมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จะมีปัญหากัน แต่ถึงขณะนี้ผมกับผบ.ทบ.ก็คุยกันมาตลอด ต่างคนต่างให้เกียรติ วันนี้ผมพูดกับ พล.อ.ประยุทธ์ ขอไปร้อยได้กลับมาร้อย แต่ไม่ใช่ว่า จะขอทุกเรื่อง”พล.อ.อ.สุกำพล กล่าว

                เมื่อถามถึงความจำเป็นที่ต้องขยับ พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นมาเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผบ.ทบ.มา 3 ปีแล้ว พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้ลงในรายละเอียดว่า ตำแหน่ง ผบ.ทบ.จะต้องอยู่ 3 ปีหรือ 4 ปี แต่ส่วนใหญ่ตำแหน่งนี้จะเป็นกันประมาณ 1-2 ปีเท่านั้น แต่เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ อายุน้อย จึงได้เป็นนาน ส่วนใจตนคิดอย่างไรนั้น ไม่อยากบอกใคร เพราะเรื่องนี้ยังไม่ถึงเวลา อย่าเพิ่งไปคิด เมื่อถามว่า พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ทำงานเข้าตาหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล ย้อนถามว่า มีอะไรที่ไม่เข้าตาบ้าง ผู้สื่อข่าวรู้ดีกว่าตนอีก หากอะไรดีหรือไม่ดีก็เรียกมาพูดคุยกัน แต่ถ้าไม่มีอะไรก็ไม่เตือนเพราะโตกันแล้ว ตนรู้ตัวดีว่า ตนกำกับนโยบายอยู่ข้างบน อย่าไปยุ่งกับข้างล่างมาก เป็นพ่อบ้าน อย่าไปทำกับข้าว เดี๋ยวเขาจะหารู้ดีกว่าเขา ปล่อยให้ข้างล่างทำหน้าที่กันไป

               
 

 

กระตุ้น"รบ."ลุยแก้กม. อย่ากลัว"หน้ากากขาว"ต้าน ลั่นทหารไม่จุ้นม็อบ

 

                พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มหน้ากากสีขาวออกมาชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาลว่า บ้านเราอุณหภูมิเหมาะทุกอย่าง ยกเว้นอุณหภูมิภายในที่ไม่เหมาะ คนข้างนอกอยากกระโดดเข้ามาในประเทศไทย แต่แหยงอุณหภูมิภายในที่เป็นตัวถ่วงพอควร เรื่องนี้แก้ไขยาก การที่เขาออกมาเคลื่อนไหวเพราะเขาไม่ยอม วันนี้เมื่อวิถีทางการแก้ไข หรือการเดินหน้าของรัฐบาล เป็นวิธีการที่ถูกต้อง ก็อย่าไปกลัว ให้ลุยไปเลย ถ้าทำถูกต้องตามกฎหมายและขั้นตอนก็ให้ลุยไป มิเช่นนั้นจะไม่มีการแก้เกิดขึ้น เพราะมัวแต่ไปกลัวคนพวกนี้ อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด เพราะเราทำถูกแล้ว มีคนที่คิด และมองเรื่องนี้เงียบๆหลายคน บางคนอ้างว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ควรกลับมาติดคุกก่อน แต่ถามว่า ตั้งแต่ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) ถูกต้องหรือไม่ กระบวนการยุติธรรมไม่ใช่ว่า ระบบยุติธรรม แล้วคนไม่ยุติธรรมนั้นไม่ได้ หากมีกลุ่มอะไรออกมาเคลื่อนไหว รัฐบาลต้องเดินหน้า กล้าทำ ถ้าคิดว่า รัฐบาลทำถูกต้อง ก็ไม่ต้องห่วง อย่าไปกลัว

                เมื่อถามว่า หากเกิดเหตุวุ่นวายกองทัพจะออกมาดูแลความสงบหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า กองทัพเป็นหนทางสุดท้าย ปัญหาคราวที่แล้วเกิดจากคนมายุ่งกองทัพ สู้กับกองทัพ เหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่ใช่คนสองกลุ่มมาตีกัน เพียงแต่คนกลุ่มหนึ่งตีกองทัพ และรัฐบาล ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งที่ผ่านมา กองทัพจะไม่เข้าไปยุ่ง อยากตีก็ตีกันไป ตำรวจจะเป็นผู้แล แต่ถ้าทนไม่ไหว หากต้องใช้กองทัพก็จะต้องมีการร้องขอกำลังสนับสนุน แต่ไม่ใช่ว่า กองทัพจะไปเข้าข้างฝ่ายใด คราวที่แล้วมีการเข้าข้าง ใช้กองทัพในทางที่ไม่ถูกต้อง กองทัพต้องอยู่ตรงกลาง เพื่อไม่ให้สองฝ่ายตีกัน ผบ.เหล่าทัพรู้กันทั้งนั้น เราทำตามกติกา

               
 

 

ฮึ่มตีปากคนวิจารณ์ทหารแก้ใต้ จวกพวกเก่งแต่ปาก ลั่นไม่เคยกลัวโจรใต้

               
               พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มบีอาร์เอ็นออกมายื่นข้อเสนอ 5 ข้อในการพูดคุยสันติภาพว่า ต้องเข้าใจว่า เราพูดคุยกับผู้ก่อความไม่สงบ โดยเราให้โอกาสเขาคุยและให้ประกันตัว เพื่อให้เกิดความสงบสุข แต่ถ้าออกมาขออย่างนี้ก็คุยไม่รู้เรื่อง ต้องรู้สถานะตัวเองด้วยว่า เป็นใคร เขาคือผู้ก่อความไม่สงบ ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายเราไม่ได้แสดงออกมากนัก เมื่อไม่พูดจึงเรียกร้องกันใหญ่ และขอมากไปหน่อย ไม่ถูกต้อง การเจรจาต้องอยู่ในกรอบรัฐธรรมนูญไทย ส่วนการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของไทย เชื่อว่า สิ้นปีนี้จะดีขึ้น ซึ่งการทำงานและการพูดคุยต้องทำขนานกันไป ตอนนื้ทหารสามารถเข้าไปได้ทุกพื้นที่

                “กองกำลังอาร์เคเคที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เป็นคนรุ่นใหม่ มีประสบการณ์น้อย เมื่อก่อเหตุจึงผิดพลาดเป้าบ่อย คนหนุ่มอาจมีดี ตรงขยันก่อเหตุ แต่ไม่เก๋า ไม่มีประสบการณ์ ทำให้งานของเขาพลาดบ่อย แต่ที่เรายังแก้ไม่ได้และเป็นห่วงอยู่ คือ การลอบวางระเบิด ไม่ใช่แค่ถนนเท่านั้น ยังมีตรงสะพาน และอีกหลายแห่ง ที่เขาใช้เวลาทำไม่ถึง 15 นาทีก็เสร็จ ทำให้เวลาทหารไปลาดตระเวนก่อนไม่เจออะไร อีกทั้งเขายังรู้กำหนดการต่างๆของเจ้าหน้าที่หมดว่า ไปทำอะไร ที่ไหน กี่โมง มีป้ายบอกหมด ทำให้ก่อเหตุได้ง่าย ทุกคนต้องเข้าใจการทำงานด้วย อย่าเอาแต่ด่า คนพูดไม่ได้อยู่ตรงนั้น ทหารตายทุกวัน ผมเสียใจที่มีการสูญเสีย แต่เราไม่ได้กลัว บ้านเรามีแต่พวกเก่งแต่ปาก พวกนี้ต้องตบปาก วันนี้เรามาถูกทาง โดยมีกองทัพป็นหลัก หากไม่มีกองทัพก็ตาย ทหารเราเข้าไปได้ทุกพื้นที่ แต่อยู่ตลอดไม่ได้ เพราะกำลังไม่พอ ตำรวจเพิ่งลงไป 1.7 พันคน อาสามัครก็ยังไม่แข็งแรง”รมว.กลาโหม กล่าว

                รมว.กลาโหม กล่าวต่อว่า เราต้องทำงานคู่ขนานควบคู่ไปกับการเจรจาสันติภาพ ซึ่งต้องใช้เวลา แต่ไม่ใช่เลี้ยงไข้ ให้ทหารตายทุกวัน ต้องเข้าใจว่างบประมาณที่ลงไป 80 % เป็นเรื่องของเบี้ยเลี้ยง เงินเดือน เงินตอบแทนพิเศษ ซึ่งข้าราชการกระทรวงอื่นๆ ที่ลงไปก็ได้รับเหมือนกัน ส่วนการจัดซื้อจัดจ้างก็ต้องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ผ่านการเสนอของนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (ผอ.รมน.) รวมถึง ศูนย์อำนวยการบริหารงานจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ก็ต้องนำโครงการที่จะใช้งบประมาณให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติเช่นกัน โดยให้งานพัฒนาที่ออกมาต้องเหมาะสมและสอดคล้องกับพื้นที่ ทั้งนี้ เลขาธิการศอ.บต. กับ แม่ทัพภาคที่ 4 ทั้งคนเก่า และคนใหม่ คุยกันตลอด ทำงานเป็นเอกภาพ เข้าขากันเพราะเป็นลูกน้องของนายกรัฐมนตรี ตามกฎหมาย ปัจจัยที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ คือ ต้องให้คนในพื้นที่บอกข้อมูลมากที่สุด วันนี้ ศอ.บต.ทำโพลล์ โดยไปถามความคิดเห็นเขา เขาไม่ต้องการรัฐปัตตานี เขาต้องการความปลอดภัย ไม่มีระเบิด ไม่มีทหารเดินเต็มไปหมด เขาต้องการให้พัฒนา ปัญหาใต้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องใช้เวลา อย่าใจร้อน กองทัพเป็นส่วนที่ดับไฟ ไม่ใช่เป็นคนไปแก้เงื่อนไข หรือ ต้นเหตุ ฝ่ายงานมั่นคงต้องนำหน้า

                ด้านพ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า การดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงนี้ยังดำเนินการไปตามแผนมาตรการที่กำหนด เพิ่มความระมัดระวังให้เป้าหมายอ่อนแอและไม่มองข้ามมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับตัวเจ้าหน้าที่ เพราะฝ่ายตรงข้ามยังคงจ้องหาโอกาสและยังพยายามที่จะปฏิบัติการต่อเป้าหมายต่างๆ สำหรับการปฏิบัติเชิงรุกในการสืบค้นหาผู้กระทำผิดด้วยการเข้าปิดล้อมตรวจค้นบุคคลเป้าหมายก็มีผลงานต่อเนื่องทุกวัน แต่บางรายยังคงใช้ความรุนแรงต่อสู้ขัดขวางการจับกุม เป็นเหตุให้เราจำเป็นต้องตอบโต้ด้วยอาวุธจนถึงขั้นมีการสูญเสียเกิดขี้น และผลสืบเนื่องจากปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ทำให้สามารถขยายผลได้จากอาวุธที่ตรวจยึดได้ในที่เกิดเหตุ พบว่าเคยถูกนำไปก่อเหตุ มาแล้วจำนวนหลายครั้งหลายคดี จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ยืนยันให้สังคมได้ทราบตัวตนแท้จริงของผู้ก่อเหตุรุนแรง โดยที่ไม่สามารถหยิบยกเหตุการณ์นั้นๆมาอ้างหาความชอบธรรมใดๆให้กับกลุ่มได้เลย ส่วนการพูดคุยสันติภาพกับนายฮัสซัน ตอยิบ แกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็นที่จะมีขึ้นในอนาคตนี้ เป็นอีกแนวทางการดำเนินงาน 1 ใน 6 กลุ่มงานที่กระทำควบคู่ไปกับกลุ่มงานอื่นๆ เพื่อให้ผลภาพรวมในการแก้ปัญหาครบถ้วนในทุกมิติ แต่ต้องติดตามต่อไป เพราะปัญหายังมีความซับซ้อนในหลายมิติ ทั้งจากกลุ่มที่มีแนวความคิดแบ่งแยกดินแดนและกลุ่มผลประโยชน์ในพื้นที่ หรือกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ในเรื่องธุรกิจผิดกฏหมาย