ข่าว

หญิงเหล็กคนใหม่แห่งแดนภารต

หญิงเหล็กคนใหม่แห่งแดนภารต

08 มิ.ย. 2552

ตอนนี้แดนภารตอินเดียกำลังมีนางสิงห์ 2 ตัวแต่อยู่กันอย่างสันติคนละถ้ำ นางสิงห์ตัวแรกก็คือนางซอนยา คานธี หัวหน้าพรรคคองเกรส ที่กำลังรอวันเวลาสุกงอมที่จะผลักดันราหุล คานธี บุตรชายให้เดินตามรอยเท้าของบรรพบุรุษที่นั่งแป้นนายกรัฐมนตรีมา 3 ชั่วรุ่น

นางสิงห์ตัวที่ 2 ก็คือนาง ไมรา กุมาร อดีตนักการทูตหญิงและ ส.ส.หญิง 5 สมัยวัย 64 ปีจากพวกนอกวรรณะหรือจัณฑาลหรือที่มหาตมะ คานธี ตั้งชื่อใหม่ว่าเป็นพวกหริชน ที่เพิ่งได้รับเลือกด้วยเสียงเอกฉันท์โดยปราศจากคู่แข่งใดๆ ให้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรหญิงคนแรกของประเทศ

 ถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ให้แก่ชมพูทวีปแห่งนี้อีกครั้ง หลังจากเคยมีนายกรัฐมนตรีหญิงเหล็กมาแล้วชื่ออินทิรา คานธี ตามด้วยการมีประธานาธิบดีหญิงคนแรกชื่อประติภา ปาติล เมื่อปี 2550

 การเลือกนางไมรา กุมารเป็นประธานโลกสภาหญิงคนแรกจึงเท่ากับตอกย้ำนโยบายของพรรคคองเกรสว่ามุ่งส่งเสริมสิทธิสตรีให้มีความเสมอภาคกับเพศชาย อีกทั้งเปิดเวทีกว้างให้แก่พวกชนชั้นต่ำสุดของสังคมซึ่งมีอยู่ราว 160 ล้านคนทั่วประเทศที่ยังคงถูกสังคมเหยียดหยามอยู่เหมือนเดิม

 "การมีซอนญา คานธี เป็นหัวหน้าพรรคคองเกรส ทำให้มีความพยายามร่วมกันที่จะดึงดูดคะแนนเสียงจากผู้มีสิทธิออกเสียง ด้วยการใช้เรื่องเพศมาเป็นเครื่องมือ" นักวิเคราะห์ผู้หนึ่งให้ความเห็น

 จุดยืนนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากสื่อมวลชนท้องถิ่นที่มองว่านางไมราคงจะสามารถนำประสบการณ์หลายปีของเธอทั้งในฐานะ ส.ส. และรัฐมนตรีมากำราบเหล่าเสือสิงห์กระทิงแรดซึ่งมักจะป่วนการประชุมจนล่มอยู่บ่อยๆ ให้อยู่หมัดได้ อันเนื่องจากมีคุณสมบัติของความเป็นหญิงที่ยากหาชายใดเสมอเหมือนไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเป็นมิตร ความอดทน และการยอมรับถึงการดำเนินบทบาทด้วยความยุติธรรม

 ไมรา กุมาร เป็นบุตรสาวของบาบู จักจิวัน ราม อดีตรองนายกรัฐมนตรีและผู้นำกลุ่มดาลิตส์ อันเป็นกลุ่มใหญ่ของพวกจัณฑาล เธอเป็นนักกฎหมายและนักการทูตก่อนที่จะหันเหชีวิตมาเล่นการเมืองจนได้รับเลือกเป็น ส.ส.ถึง 5 สมัยนับตั้งแต่ปี 2528 ในการเลือกตั้งทั่วประเทศครั้งล่าสุด เธอชนะเลือกตั้งได้เป็น ส.ส.จากรัฐพิหาร รัฐที่มีฐานะยากจนทางภาคตะวันออกของประเทศ จนได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีความยุติธรรมในสังคม

 ไม่ใช่เรื่องแปลกที่นายมันโมฮัน ซิงห์ นายกรัฐมนตรีได้ออกปากชื่นชมการเลือกเธอเป็นประธานโลกสภาว่าเป็น "โอกาสครั้งประวัติศาสตร์...การเลือกครั้งนี้ พวกเราขอแสดงความเคารพต่อผู้หญิงของประเทศเรา และความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของผู้หญิงเหล่านี้"

บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์