ข่าว

แม่ทัพ 4 : ไฟใต้ไม่ใช่กดสวิตช์แล้วจบ

แม่ทัพ 4 : ไฟใต้ไม่ใช่กดสวิตช์แล้วจบ

08 มิ.ย. 2552

ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ “กลุ่มก่อการร้าย” ยังทรงอิทธิพลเหนืออำนาจรัฐ ในการปฏิบัติการก่อเหตุร้ายรายวัน โดยเฉพาะเผาสถานที่ราชการสำคัญ รวมถึงการฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์

 ทำให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ต้องเรียก “หน่วยงานด้านความมั่นคง” ทั้ง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

 รวมไปถึง ผบ.เหล่าทัพ ทั้ง พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.พัชราวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวมไปถึงกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงยุติธรรม

 ส่วนที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ดูแลภาคใต้อย่าง พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดใจต่อ "ทีมข่าวความมั่นคง" ถึงสถานการณ์ที่ “กลุ่มก่อการร้าย” ยังสามารถก่อเหตุ “เผา-ฆ่า” รายวันว่า จริงๆ แล้ว สถานการณ์ในพื้นที่ดีขึ้นตามลำดับ และสามารถจับตัวแกนสำคัญได้หลายคน การที่เจ้าหน้าที่รัฐจับตัวแกนนำในพื้นที่ได้หลายคนกลุ่มก่อความไม่สงบก็พยายามแก้เกม แต่ขณะนี้ประชาชนให้ข่าวแก่ทางการมากขึ้น

 “ในเมื่อกลุ่มก่อความไม่สงบเป็นฝ่ายตรงข้ามกับเจ้าหน้าที่รัฐก็จะต้องดำเนินการทุกรูปแบบ ทั้งเรื่องการดิสเครดิตรัฐและตัวผม หรือดำเนินการเป้าหมายที่อ่อนแอเขาก็พยายามทำทุกอย่างเพราะเป็นการต่อสู้กัน แต่เหตุการณ์ก็หยุดไปนาน แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ทำงานทุกวันก็ย่อมเหนื่อยล้าทุกคนจะต้องให้กำลังใจ เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ อีกทั้งฝ่ายตรงข้ามมันจ้องที่จะก่อเหตุการณ์อยู่แล้ว”

 ส่วนที่กลุ่มก่อความไม่สงบพยายามมุ่งเป้าหมายไปที่การ “ฆ่า” ครูในพื้นที่มากขึ้นนั้น พล.ท.พิเชษฐ์ กล่าวว่า ตอนที่หารือกับผู้ใต้บังคับบัญชาถึงประเด็นนี้มาก ว่าเราจะแก้จุดอ่อนเรื่องนี้อย่างไร แต่รายละเอียดคงบอกสื่อมวลชนไม่ได้

 “การที่กลุ่มก่อความไม่สงบหันมาทำร้ายครู จะก่อเหตุในช่วงที่ครูต้องเดินทางไปโรงเรียน หรือกลับจากโรงเรียน ซึ่งเป็นเวลาปกติทำให้กลุ่มก่อความไม่สงบอาศัยช่องว่างดังกล่าวในการก่อเหตุ ดังนั้นเราจึงต้องปรับแผนให้เข้มข้นในการดูแลครูมากยิ่งขึ้น เพราะเป้าหมายครูถือเป็นเป้าหมายที่อ่อนแอ และเป็นเป้าหมายที่ง่ายต่อการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบมากที่สุด”

 พล.ท.พิเชษฐ์ กล่าวว่า เดิมที่อาเยาะจะมีกรรมการทุกหมู่บ้าน เดี๋ยวนี้อาเยาะจะคุม 4-5 หมู่บ้าน และตัวอาร์เคเค และกำลังทหารที่ถูกจับ และหนีไปอยู่ที่อื่น เมื่อ 2 เดือนก่อนเข้ามาที่บาเจาะ และอยู่ได้เพียงวันเดียวก็ถูกจับ เพราะประชาชนแจ้งเบาะแส เมื่อเราสอบสวนเขาบอกว่าถ้าเขาหนีก็หนีได้ แต่ไม่รู้ว่าจะหนีไปทางไหน เนื่องจากไม่มีคนนำออกไป และพื้นที่มาคือพื้นที่ที่ได้รับคำสั่งมาทำงานทางการเมือง เพราะพื้นที่ดังกล่าวเสียการเมืองไปเยอะ

 การเมืองของเขามันไม่ง่าย เขาจึงพยายามต้องใช้ความรุนแรง ซึ่งเราทำงานแก้เกมของเขาอย่างเต็มที่ แต่จะต้องให้เวลา ไม่ใช่กดสวิตช์ปัญหาก็จบ แต่มันเป็นเรื่องของสังคม จิตวิทยา ที่ผ่านมาเขาเล่นให้ถึงนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นโอไอซี หรือระหว่างประเทศ

 ที่ผ่านมาทูตยุโรปเข้ามาในพื้นที่ เขาบอกว่า สิ่งที่ได้รับทราบมา และสิ่งที่มาเห็นไม่เหมือนกัน จากเดิมคิดว่ารัฐบาลไทยไม่สนใจใช้ความรุนแรง แต่มาดูเองไม่เป็นอย่างที่ได้รับทราบมา ซึ่งเขาพอใจต่อการกระทำของเรา แม้กระทั่งผู้นำฝ่ายค้านของมาเลย์ มาดูเขาก็พอใจเช่นกัน
 
 สำหรับเงินทุนที่เข้ามาซับพอร์ตในพื้นที่ไม่เยอะเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเข้ามาจากยาเสพติด

 ทั้งนี้ทิศทางของกองทัพภาคที่ 4 จะพยายามดูแลและกดดันกลุ่มก่อความไม่สงบ เป้าหมาย โดยจะทำงานการเมือง ช่วยเหลือประชาชน

 ใครทำร้ายประชาชนก็จะต้องใช้กระบวนการยุติธรรมเข้าไปดำเนินการ ซึ่งตัวเลขเราสามารถจับแกนนำสำคัญโดยใน จ.นราธิวาส จาก 6 คน เราจับได้ 4 คนแล้ว

 “ตอนนี้กลุ่มก่อความไม่สงบพยายามดิ้นเพื่อให้ดำรงอยู่ในการปฏิบัติการเป้าหมายที่อ่อนแอ แต่การทำงานแก้ไขปัญหาในพื้นที่เราต้องใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน แต่เป็นเรื่องธรรมดาเพราะเราทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง กำลังพลในพื้นที่ทำงานอย่างเต็มความสามารถ ทุกคนไม่อยากให้เกิดเหตุร้ายต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราจะต้องช่วยกันทุกฝ่ายเพื่อให้เกิดความสงบสุข"

ทีมข่าวความมั่นคง