ข่าว

เปิดปูมเจ้าพ่อ'รถหรู'เส้นทาง'อินวอยซ์ลอย'

เปิดปูมเจ้าพ่อ'รถหรู'เส้นทาง'อินวอยซ์ลอย'

05 มิ.ย. 2556

เปิดปูมเจ้าพ่อ'รถหรู'เส้นทาง'อินวอยซ์ลอย' : ทีมข่าวรายงานพิเศษ


               หลังคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2555 ให้ยกเลิกการนำเข้าโครงรถยนต์และรถจักรยานยนต์เก่าจากต่างประเทศ ทำให้เกิดความระส่ำระสายในแวดวงธุรกิจรถหรูนำเข้าจากต่างประเทศและแวดวงรถจดประกอบ รวมถึงผู้ที่มีรถประเภทนี้อยู่ในครอบครองเป็นอย่างยิ่ง

               แต่มาตรการดังกล่าวของภาครัฐกลับเอื้อประโยชน์ให้แก่คนบางกลุ่มที่มีความสนิทสนมกับ "บิ๊กการเมือง" และ "ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่" ในกรมกองบางแห่งที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้า และระบบการจัดเก็บภาษี

               แหล่งข่าวในแวดวงผู้ประกอบการรถยนต์จดประกอบ ให้ข้อมูลว่า ก่อนวันที่ 4 กันยายน 2555 มีผู้ประกอบการนำเข้ารถยนต์เก่าจากต่างประเทศโดยมีใบอินวอยซ์ นำเข้าสินค้าระบุหมายเลขตัวถัง (แชสซีส์) และหมายเลขเครื่องยนต์ แจ้งเป็นอะไหล่รถยนต์ใช้แล้วนำมาประกอบภายในประเทศ โดยยังไม่ผ่านขั้นตอนจ่ายภาษีกับกรมสรรพสามิต เพื่อดำเนินการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกตามกฎหมายอยู่ประมาณ 800-1,200 คัน รถยนต์เหล่านี้กระจัดกระจายอยู่ตามโรงงานประกอบรถยนต์ บางส่วนวิ่งอยู่บนท้องถนนในลักษณะรถยนต์หนีภาษี

               นอกจากรถนำเข้าจำนวนดังกล่าวแล้ว ยังมีใบอินวอยซ์ลอย คือ ใบนำเข้ารถยนต์เก่าที่ยังไม่มีการระบุหมายเลขตัวถังและหมายเลขเครื่องยนต์ ซึ่งอยู่ในความครอบครองของ "วู้ดดี้" ผู้กว้างขวางแห่งวงการรถยนต์จดประกอบรายหนึ่ง ซึ่งมีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับบิ๊กข้าราชการในกรมศุลกากร จำนวน 3,000 ใบ ซึ่งรอการนำรถยนต์หรูจากต่างประเทศเข้ามาเพื่อสวมกับใบอินวอยซ์จำนวนดังกล่าว

               "วู้ดดี้ เป็นอดีตนักเรียนเตรียมทหารแต่เรียนไม่จบ ก่อนเบนเข็มเข้าสู่วงการรถหรูนำเข้าจากต่างประเทศ มีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับข้าราชการระดับบิ๊กในกรมศุลกากร ทำให้ได้ใบอินวอยซ์ดังกล่าวออกมาทั้งที่มีมติครม.ยกเลิกการนำเข้าโครงรถยนต์เก่าแล้ว โดย "วู้ดดี้" จะขายใบอินวอยซ์ที่ว่านี้ให้แก่ผู้ที่นำรถหลบหนีเข้ามาจากต่างประเทศเพื่อให้เป็นการนำเข้าที่ถูกต้อง" แหล่งข่าวรายเดิมบอก

               เป็นที่ทราบดีในวงการนักธุรกิจรถจดประกอบว่า เครือข่ายของ "วู้ดดี้" เป็นเครือข่ายใหญ่ รถยนต์หรูที่เกิดเพลิงไหม้ใน จ.นครราชสีมา ก็น่าจะเกี่ยวข้องกับเครือข่ายของ "วู้ดดี้" โดยรถดังกล่าวน่าจะนำเข้ามาสวมกับใบอินวอยซ์ลอยที่ "วู้ดดี้" มีอยู่ในครอบครอง แล้วนำเข้าสู่กระบวนการจ่ายภาษีสรรพสามิตหลังจากนั้นจึงส่งไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก 

               หลังเกิดเพลิงไหม้รถหรู ตำรวจเชิญตัว "เอ้ นครปฐม" มาสอบสวนเพื่อหาข้อมูลแต่ยังไม่ได้รายละเอียด ทั้งนี้ "เอ้ นครปฐม" เป็นผู้ค้ารถหรูรายใหญ่ใน จ.นครปฐม ทำธุรกิจเกี่ยวกับการจัดหารถยนต์หรูนำเข้าจากต่างประเทศมาจำหน่ายให้แก่ลูกค้าที่ชื่นชอบรถประเภทนี้ เคยถูกตำรวจปราบปรามโจรกรรมรถจับกุมมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อราวปี 2549 ในข้อหาสวมทะเบียนรถยนต์หรู แต่ก็ไม่เข็ดหลาบ ยังคงทำธุรกิจประเภทนี้อยู่อย่างต่อเนื่อง เพราะมีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับบุตรชายนักการเมืองดัง

               "เท่าที่ทราบ "เอ้ นครปฐม" เป็นผู้ดำเนินการในการจดทะเบียนรถยนต์ลอตนี้ โดยรถดังกล่าวถูกนำเข้ามาทั้งคัน ไม่ได้แยกชิ้นส่วนมาประกอบใหม่ในไทย แต่มีการซื้อขายใบอินวอยซ์จาก "วู้ดดี้" แล้วนำไปสวมกับรถเลย หลังจากนั้นจึงนำไปติดตั้งแก๊สแบบหลอกๆ เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบมาตรฐาน สมอ. ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง 1.2 แสนบาทต่อคัน และต้องใช้เวลาในการตรวจสอบนานถึง 6 วันต่อคัน สาเหตุที่ไปรอจดทะเบียนในศรีสะเกษเพราะที่นั่นมีการเรียกเก็บภาษีโดยการคำนวณภาษีหน้าโรงงานซึ่งจะถูกกว่าที่อื่นๆ อีกทั้งน่าจะมีการประสานงานจากบิ๊กบางคนไว้ล่วงหน้า" แหล่งข่าวรายเดิม เปิดเผย

               ผู้กว้างขวางในแวดวงรถยนต์จดประกอบรายนี้ ให้ข้อมูลด้วยว่า ปัญหาการหลบเลี่ยงภาษีรถยนต์หรูจะไม่เกิดขึ้นหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมาตรการดำเนินการที่ชัดเจน อย่างเช่น กรณีโครงรถยนต์ที่นำเข้ามาก่อนมติ ครม. เมื่อเดือนกันยายน 2555 จะออกมา ซึ่งคาดว่ามีอยู่ระหว่าง 800-1,200 คัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างไร ไม่ใช่ปล่อยให้คาราคาซังอย่างที่เป็นอยู่ และให้มีการตรวจสอบการทำงานของกรมศุลกากรด้วยว่า ใบอินวอยซ์ที่ออกมาอยู่ในความครอบครองของ "วู้ดดี้" จำนวน 3,000 ใบ ที่ออกมาภายหลังมีมติครม. ยกเลิกการนำเข้าโครงรถยนต์และรถจักรยานยนต์เก่าจากต่างประเทศ มาได้อย่างไร และให้เร่งยกเลิกใบอินวอยซ์ดังกล่าวเสียโดยเร็ว

               "ใบอินวอยซ์ลอย สร้างปัญหาอย่างมาก เพราะเป็นช่องทางให้มีการนำรถขโมยจากต่างประเทศเข้ามาสวมใบอินวอยซ์ เสร็จแล้วจึงนำเข้าสู่กระบวนการจดทะเบียน ซึ่งอย่าปฏิเสธว่าทำไม่ได้ เพียงแค่มีบิ๊กๆ ประสานงานไปเจ้าหน้าที่ก็ต้องกุลีกุจอจดทะเบียนให้แล้ว นี่ยังไม่นับรวมเรื่องการหลบเลี่ยงภาษีซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง" ผู้ประกอบการรถจดประกอบ ให้ข้อมูล

               ผู้ประกอบการรถจดประกอบรายนี้ ยังให้ข้อมูลด้วยว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดกับรถยนต์นำเข้าที่มีการแจ้งว่าจะนำไปประเทศที่สาม มีการนำมาจัดเก็บไว้ในพื้นที่สินค้าผ่านแดน หรือที่เรียกว่า "ฟรีโซน" ต่างๆ ปัจจุบันขบวนการมีการอาศัยช่องโหว่ดังกล่าว นำรถยนต์หรูเข้าประเทศไทย โดยนำรถหรูมาจอดพักไว้ในพื้นที่เหล่านี้ แล้วส่งเฉพาะเอกสารไปต่างประเทศ ขณะที่ตัวรถได้นำออกไปซื้อขายกันภายในประเทศ

               ด้านตำรวจชุดสืบสวนหน่วยปราบปรามการโจรกรรมรถ ยอมรับว่า ขบวนการนำเข้ารถหรู รถสปอร์ตเหล่านี้ จะใช้วิธีการไปประมูลรถยนต์มือสองจากต่างประเทศ หลักๆ 4 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และอังกฤษ จากนั้นจะสำแดงการนำเข้าว่าเป็นอะไหล่ เนื่องจากมีกฎหมายห้ามนำเข้ารถยนต์มือสองของกระทรวงพาณิชย์ ฉบับที่ 85 พ.ศ. 2534 บังคับใช้เพื่อคุ้มครองอุตสาหกรรมภายในประเทศ

               แต่การนำเข้าดังกล่าว จะนำเข้ารถเป็นคันโดยใส่ตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งทางเรือ ไม่ใช่เศษชิ้นส่วนอะไหล่ตามที่อ้าง เมื่อมาถึงประเทศไทยแล้ว ขบวนการจะนำรถยนต์หรูไปขอออกใบอินวอยซ์แสดงรายการสินค้าจากศุลกากร โดยเฉพาะหมายเลขโครงแชสซีส์ของรถเพื่อเสียภาษีศุลกากร หลังจากนั้นจะนำใบอินวอยซ์ที่ได้มาไปใช้ในขั้นตอนแจ้งประกอบรถยนต์ขึ้นมาใหม่ด้วยการหลีกเลี่ยงภาษีสรรพสามิตเพื่อให้รถยนต์เหล่านี้ นำไปขอจดทะเบียน

               ตำรวจชุดปราบปรามการโจรกรรมรถ ให้ข้อมูลด้วยว่า หลังจากได้ใบอินวอยซ์มา ขบวนการนี้จะนำรถยนต์ไปให้ผู้ประกอบรถยนต์ ซึ่งมีเพียงไม่กี่บริษัทประกอบรถขึ้นมา หรือที่เรียกกันว่าจดประกอบ ก่อนนำไปเสียภาษีสรรพสามิต ตาม พ.ร.บ.พิกัดภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 กำหนดต้องจ่ายภาษีราว 30% จากมูลค่ารถยนต์ โดยมีอัตราภาษีแตกต่างกันตามความจุของกระบอกสูบและกำลังแรงม้าเครื่องยนต์

               นอกจากนี้ ยังมีขั้นตอนตรวจมาตรฐานตาม สมอ. ที่มีการตรวจวัดมาตรฐาน เข้มงวด ขบวนการจึงใช้วิธีหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีและตรวจมาตรฐาน สมอ. ด้วยการสำแดงว่าเป็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานทดแทนเป็นเชื้อเพลิง โดยการนำไปติดตั้งแก๊สแอลพีจี หรือเอ็นจีวี แบบหลอกๆ หลังจากนั้นจึงไปขอจดทะเบียนที่กรมการขนส่งในต่างจังหวัด โดยมีการเจรจาให้เจ้าหน้าที่ล้างเล่มทะเบียนให้ใหม่ ไม่ให้มีการระบุในท้ายเล่มว่าเป็นรถที่ใช้พลังงานทดแทน เพื่อให้แนบเนียนในการจำหน่ายต่อให้ผู้ชื่นชอบรถราคาแพงในราคาต่ำกว่าท้องตลาด

               "ไม่ใช่เฉพาะรถประมูลจากต่างประเทศเท่านั้นที่ขบวนการซื้อขายรถหรูต่างประเทศทำกัน รถขโมยจากต่างประเทศโดยเฉพาะที่นำเข้ามาทางภาคใต้ของเราทุกวันนี้ ก็มีการกระทำลักษณะนี้เช่นกัน ซึ่งไม่อยากให้โทษว่าเป็นความผิดของกรมการขนส่งทางบกเพียงหน่วยงานเดียว เพราะถือว่าเป็นหน่วยงานปลายทางแล้ว ตามขั้นตอนแล้วการจดทะเบียนรถกรมการขนส่งทางบกจะตรวจสอบจากเอกสาร หากเอกสารถูกต้อง มีใบอินวอยซ์เข้ามา จ่ายภาษีสรรพสามิตเรียบร้อยแล้ว ผ่านกระบวนการสมอ.มาแล้ว เขาก็ต้องจดทะเบียนให้ เว้นเสียแต่เอกสารปลอมแปลงมาเมื่อตรวจสอบพบกรมการขนส่งทางบกก็จะยกเลิกทะเบียนรถนั้นในภายหลัง" มือปราบแก๊งโจรกรรมรถ ขยายความ

...........................

(หมายเหตุ : เปิดปูมเจ้าพ่อ'รถหรู'เส้นทาง'อินวอยซ์ลอย' : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)