ข่าว

'ธาริต'ล็อกเป้า40บ.สงสัยพันรถหรู

'ธาริต'ล็อกเป้า40บ.สงสัยพันรถหรู

05 มิ.ย. 2556

'ธาริต'ยันรู้ตัวขบวนการสวมทะเบียนรถลัมโบกินีสีขาวแล้ว ลั่นเตรียมนำตัวดำเนินคดีทั้งหมด พร้อมล็อกเป้า 40 บริษัทต้องสงสัย แฉพัวพันนักการเมือง-ขรก.หลายกลุ่ม


               5มิ.ย.2556 ยังคงดำเนินการตรวจสอบเพื่อหาขบวนการนำเข้ารถหรูเลี่ยงภาษีที่ประสบอุบัติเหตุไฟไหม้ขณะนำส่งลูกค้าในจ.ศรีสะเกษอย่างต่อเนื่อง แม้ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษจะรับคดีรถหรูเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากเห็นว่าคดีดงกล่าวมีกลุ่มขบวนการที่โยงใยระดับประเทศ

               นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวถึงความคืบหน้าในคดีดังกล่าวว่า วันนี้ผู้บัญชาการสำนักคดีพิเศษภาคได้ดำเนินการขอรับสำนวนจากโรงพักกลางดง จ.นครราชสีมา ซึ่งคิดว่าน่าจะมีรายละเอียดข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวนี้ด้วย ส่วนที่มีกระแสข่าวอ้างถึงหลานชายนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น ยืนยันว่า ดีเอสไอให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพราะการที่พบแผ่นป้ายทะเบียนตกอยู่ในรถจะไปเหมาว่า สิ่งดังกล่าวผิดทั้งหมดคงจะไม่ใช่ แต่สิ่งที่แน่นอนที่สุดหลังจากตรวจสอบหลักฐานทั้ง 18 รายการภายในรถลัมโบกินีสีขาว ทำให้ทราบว่า มีบุคคลใดเข้ามาเกี่ยวข้องกับรถคันนี้บ้าง ซึ่งตอนนี้ดีเอสไอทราบข้อมูลต่างๆ ครบถ้วนหมดแล้ว โดยบุคคลเหล่านี้จะต้องอยู่ในข่ายที่จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องป้ายทะเบียนที่พบดีเอสไอจะต้องตรวจสอบและดำเนินการต่อ

               เมื่อถามว่า จากข้อมูลพบว่ามีรถหรูที่ต้องตรวจสอบเกือบ 8 พันคัน ไม่ทราบว่า ดีเอสไอจะต้องเข้าไปตรวจสอบทั้งหมดใหม่หรือไม่ นายธาริต กล่าวว่า เรื่องนี้ถือว่าเป็นคดีพิเศษ ซึ่งเป็นหน้าที่ของดีเอสไอจะต้องเข้าตรวจสอบทั้งหมด ส่วนคดีที่เกี่ยวข้องกับรถหรูนั้น ทางดีเอสไอดำเนินการมาไม่น้อยกว่า 6 เดือนมาแล้ว ทำให้มีข้อมูลทุกด้านครบถ้วน ดังนั้นยืนยันว่า เจ้าหน้าที่จะต้องเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบอย่างแน่นอน เพราะดีเอสไอเดินเรื่องมาไกลมากแล้ว ดังนั้นขอยืนยันว่าในที่สุดแล้วเรื่องนี้จะต้องมีการดำเนิคดีในภาพใหญ่อย่างแน่นอน


เรียกเจ้าของรถ5พันคันสอบเรียงตัว

               เมื่อถามถึงการตรวจสอบรถจดประกอบและรถนำเข้าที่หลบเลี่ยงภาษีศุลกากร นายธาริต กล่าวว่า ขณะนี้ดีเอสไอมีข้อมูลผู้ครอบครองรถจดประกอบจำนวน 5,832 คัน ครบถ้วนแล้วทั้งชื่อที่อยู่ที่มาที่ไปของรถยนต์ หลังจากนี้จะเรียกตรวจสอบเอกสารจากผู้ครอบครองรถยนต์จดประกอบเป็นรายคัน หากพบความผิดจะต้องนำเงินมาชำระภาษีให้ครบ ในส่วนของผู้ครอบครองที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหลังยินยอมชำระภาษีครบถ้วนแล้วสามารถระงับคดีได้ ส่วนผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายรถหรูที่แจ้งเท็จและสำแดงเอกสารเท็จถือว่า มีความผิดอาญาไม่สามารถยอมความได้

               อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอยังไม่ได้ประเมินมูลค่าความเสียหายจากการจัดเก็บภาษีไม่ได้เต็มจำนวน แต่จากจำนวนรถที่นำเข้าเลี่ยงภาษีหลายพันคันต้องเสียงภาษี 200% แต่กลับยื่นเสียภาษีเป็นรถจดประกอบซึ่งคิดภาษีเพียง 30% จึงคาดว่าความเสียหายที่เกิดจากการจัดเก็บภาษีไม่ได้ตามจริงจะมีมูลค่ามหาศาล
ล็อกเป้าสอบ 40 บริษัทนำเข้า

               เกี่ยวกับขบวนการนำเข้ารถหรูที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในการทำให้ประเทศชาติสูญเสียรายได้หลายหมื่นล้านบาทนั้น รายงานข่าวจากดีเอสไอ เปิดเผยว่า เครือข่ายนำเข้ารถหรูมีนายทุนที่ประกอบกิจการรถซูเปอร์คาร์จะเป็นผู้ลงทุนสั่งซื้อและนำเข้ารถหรูและรถซูเปอร์คาร์จากต่างประเทศ ขณะนี้พบว่ามีบริษัทในลักษณะดังกล่าวประมาณ 40 บริษัท แต่มีเจ้าของจริงประมาณ 10 บริษัท ส่วนที่เหลือเป็นการเปิดชั่วคราว เมื่อมีปัญหาจะปิดและไปเปิดใหม่ หรือที่เรียกว่า เปเปอร์คอมพานี สำหรับจุดใหญ่ที่นำเข้ารถคือท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือคลองเตย โดยกระบวนการปล่อยรถจะต้องใช้ใบสั่งการเมืองไปยังศุลกากรให้รับราคาและตรวจปล่อยรถ

               ทั้งนี้กลุ่มนำเข้ารถอิสระจะวิ่งเข้าหาเครือญาตินักการเมืองเพื่อให้ช่วยเหลือในการวิ่งเต้น อาทิ กลุ่มปากน้ำ กลุ่มกำแพงเพชร กลุ่มนครปฐม กลุ่มลูกเจ๊คนดัง และกลุ่มเพื่อน “อ.” ลูกชายนักการเมืองใหญ่ และกลุ่มฝั่งธนบุรี เดิมเงินใต้โต๊ะที่จัดส่งให้ฝ่ายการเมืองมีประมาณ คันละ 1 ล้านบาท แต่ปัจจุบันที่มีการตรวจสอบเข้มงวด ทำให้ไม่สามารถใช้ใบอินวอยซ์มาสำแดงราคาต่ำเกินจริงได้ จึงมีการต่อรองจ่ายใต้โต๊ะลดลงเหลือคันละ 5 แสนบาท อย่างไรก็ตาม ขบวนการนำเข้ารถหรูยังคงมีการนำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง มีรถรอการปล่อยอยู่ที่ด่านจำนวนมากโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรบางรายต้องพยายามปล่อยรถให้ได้เพื่อนำเงินจัดส่งรายเดือนให้ฝ่ายการเมือง
 

แฉโดนกดดันเปลี่ยนวิธีเลี่ยงภาษี

               แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า ก่อนหน้านี้กลุ่มผู้ประกอบการค่ายรถยนต์ที่จดทะเบียนเสียภาษีนำเข้าถูกต้องตามกฎหมาย มีการรวมตัวยื่นเรื่องร้องเรียนว่า รถยนต์จากผู้นำเข้าอิสระไม่ผ่านการตรวจมาตรฐานอุตสาหกรรม จึงมีการประสานขอความร่วมมือไปยังกรมการขนส่งทางบก ไม่ให้อนุญาตออกทะเบียนให้กับรถที่ไม่ผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม(สมอ.) แต่ผู้นำเข้าอิสระจะเลี่ยงด้วยการส่งตรวจรถเป็นรายคันทั้งที่กฎหมายกำหนดให้ส่งตรวจทั้งล็อตที่นำเข้า ล่าสุดกรมศุลกากรทำหนังสือถึงสมอ.ขอให้ยกเว้นไม่ต้องส่งตรวจสินค้าประเภทรถยนต์เพียงรายการเดียว ทั้งที่ระเบียบกำหนดให้สินค้านำเข้ากว่า 200 รายการต้องตรวจสอบมาตรฐานอุตสาหกรรม เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งการยกเว้นดังกล่าวไม่มีการให้เหตุผลอ้างแค่ขอให้ยกเว้นรายการรถยนต์เพียงรายการเดียวเท่านั้น

               แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า เมื่อมีความเข้มงวดในกระบวนการนำเข้าของศุลกากรที่ถูกจับตาอย่างหนัก ทำให้ขบวนการนำเข้ารถหันไปใช้วิธีนำเข้าผ่านกระทรวงพาณิชย์โดยระบุว่าเป็นรถมือสอง โดยผู้ครอบครองเป็นนักศึกษาหรือผู้ใช้รถอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งช่องทางนี้สามารถนำเข้ารถได้ปีละ 200 คัน ซึ่งผู้มีอำนาจอนุมัติ คือ รมว.พาณิชย์ สำหรับรถหรูที่ถูกไฟไหม้เชื่อว่า อาจเป็นรถที่นำเข้าในวิธีการดังกล่าวคือผ่านด่านศุลกากรหรือกระทรวงพาณิชย์ โดยผู้ซื้อต้องนำไปจดทะเบียนเองจึงนำไปติดถังก๊าซตบตาเจ้าหน้าที่เพื่อเลี่ยงการส่งตรวจสอบมาตรฐานกับสมอ. และหากเกิดปัญหาจดทะเบียนไม่ได้ก็จะนำรถออกไปทางประเทศเพื่อนบ้านแล้วนำกลับมาจดทะเบียนใหม่โดยอ้างว่าเป็นรถใหม่ ที่ผ่านมาเคยมีกรณีตัวอย่างการนำเข้ารถจากประเทศกัมพูชา และลาว อาทิ รถเรนจ์โรเวอร์ มีราคาขายในประเทศไทยประมาณ 4 ล้านบาท มีการสำแดงราคาตามใบอินวอยซ์ 1 ล้านบาท แล้วนำมายื่นศุลกากรจังหวัดศรีสะเกษ เสียภาษี 200% ก็จะมีราคาเพียง 2 ล้านบาท จากนั้นนำมาออกทะเบียนที่ขนส่งจังหวัด

               นายภักดี โพธิศิริ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบการทุจริตเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการนำเข้ารถยนต์ว่า ก่อนหน้านี้พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) ส่งสำนวนพร้อมหลักฐานให้ป.ป.ช. ไต่สวนก่อนถูกโยกย้ายไปออกจากตำแหน่ง ล่าสุดตนได้เสนอคำสั่งแต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงประเด็นที่เกิดความเสียหายจากการที่รัฐไม่สามารถจัดเก็บรายได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งข้อมูลของป.ป.ท.มีหลักฐานชัดเจนระดับหนึ่งแล้ว หากนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานป.ป.ช. ลงนามคำสั่ง ตนในฐานะประธานอนุกรรมการก็จะเร่งดำเนินการทันที โดยจะทำการไต่สวนเฉพาะคดีที่พ.ต.อ.ดุษฎี ส่งมาก่อน ส่วนคดีที่เกิดขึ้นล่าสุดจะดำเนินการเป็นลำดับต่อไป