ข่าว

เรื่องดีๆจากศิษย์เก่าวิศวะจุฬา

เรื่องดีๆจากศิษย์เก่าวิศวะจุฬา

06 มิ.ย. 2556

สวัสดีเศรษฐกิจ : เรื่องดีๆ จากศิษย์เก่าวิศวะ จุฬา : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

 

                          ผมอ่านข่าวสารชิ้นหนึ่งที่มีข้อมูลน่าสนใจมากๆ และอยากนำมาเล่าต่อให้ท่านผู้อ่านได้ลองนำไปคิดต่อเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยเราในระยะต่อไป ในบางจุดบางประเด็น เรื่องนี้มาจากงานประชุมของศิษย์เก่าวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เขาระดมคนเก่งๆ มาบรรยายถึงเรื่องที่มีผลต่อประเทศไทยในหลายด้าน โดยที่ผมอยากนำมาเผยแพร่ต่อมีอยู่อย่างน้อย 3 เรื่องดังนี้

                          1. ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนปัจจุบันระบุว่า เศรษฐกิจไทยน่าจะเติบโตได้ไม่รวดเร็วอย่างคาดการณ์ไว้ แต่แนวโน้มที่น่าสนใจสำหรับประเทศไทยในอนาคต คือ การแข่งขันในภาคธุรกิจที่ควรให้น้ำหนักกับการสร้างคุณภาพและมูลค่าเพิ่ม แนวโน้มการเติบโตของชนชั้นกลางและการเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิตของไทยกับโลก (global supply chain) ซึ่งจะต้องปรับตัวและเชื่อมโยงแนวโน้มทั้งหมดเข้าด้วยกัน

                          ทั้งนี้ ประเทศไทยไม่สามารถผลิตสินค้าต้นทุนต่ำอีกต่อไป และหลายประเทศมีความได้เปรียบในการผลิตสินค้าราคาต่ำมากกว่าไทยแล้ว ดังนั้น ต้องมองเรื่องการขยายฐานการผลิตที่กว้างกว่าในประเทศ การผลิตสินค้าเชิงสร้างสรรค์ นำเทคโนโลยีมาใช้ และสร้างเอกลักษณ์ให้สินค้ามากขึ้น ความท้าทายในขณะนี้คือความอ่อนแอของเศรษฐกิจโลก ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังโตช้ากว่าที่คาดไว้ การไหลเข้าออกของเงินทุนที่ยังมีความผันผวนอยู่

                          2. ประธานกรรมการบริหารคนปัจจุบัน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงสร้างเศรษฐกิจไทยมีความสมดุลค่อนข้างมาก มีความหลากหลายทั้งภาคอุตสาหกรรม การเกษตร การท่องเที่ยว การแพทย์ และมีความได้เปรียบหลายประเทศในอาเซียนและเต็มไปด้วยโอกาสที่ต่างชาติต้องการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าประเทศไทยจะผ่านวิกฤติการเงินที่รุนแรงมากในปี 2540 แต่ในความเป็นจริงแล้ววิกฤติยังเกิดขึ้นได้อีกอย่างต่อเนื่องและจะเกิดถี่มากขึ้นด้วย ดังนั้น ต้องเร่งปรับตัว เช่น ใช้เทคโนโลยี มีการสร้างเครือข่ายและห่วงโซ่คุณค่า (value chain) การที่เศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งขึ้น เพราะได้เรียนรู้จากวิกฤติในอดีต "ถ้าอ่านโจทย์แล้วเห็นว่าพายุกำลังจะมาทิศไหนก็ต้องพร้อมปรับตัวต้องกล้าเปลี่ยนแปลง กล้ายอมรับและเรียนรู้จากความผิดพลาด"

                          3. ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่คนปัจจุบันของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ประเทศไทยต้องทำให้สินค้าพลังงาน เช่น ก๊าซหุงต้มและน้ำมัน ไม่เป็นสินค้าการเมือง โดยต้องปล่อยตามกลไกตลาด สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง" เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าตามหลักเศรษฐศาสตร์ เพราะราคาพลังงานมีแนวโน้มสูงขึ้นในอนาคต หากยังมีนโยบายอุดหนุนราคา จะทำให้มีการใช้พลังงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพ และเป็นภาระแก่เศรษฐกิจของประเทศ การจัดการพลังงานของประเทศในอนาคต รัฐจะต้องหันมาให้ความสำคัญในเรื่อง "การจัดการความต้องการพลังงาน ทั้งมาตรการด้านกฎหมาย และการรณรงค์การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสิ้นเปลือง

                          น่าภาคภูมิใจในสถาบันที่ผลิตบุคลากรเหล่านี้ออกมาสู่สังคมไทย ผมขอแสดงความชื่นชมและมีความหวังว่าประเทศไทยของเราอย่างน้อยก็ไม่สิ้นหวังไปกับความขัดแย้งทางการเมือง เรายังมีคนดี คนเก่งอีกมากที่จะสร้างความวัฒนาถาวรให้กับประเทศอันเป็นที่รักของเราให้รุ่งเรืองสถาพรในอนาคต

 

 

--------------------

(สวัสดีเศรษฐกิจ : เรื่องดีๆ จากศิษย์เก่าวิศวะ จุฬา : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)