ข่าว

ศรีสะเกษ'รถหรู'หายเกลี้ยงเมือง

ศรีสะเกษ'รถหรู'หายเกลี้ยงเมือง

04 มิ.ย. 2556

ขนส่งศรีสะเกษเข้าสำนักงานเก็บของใช้ส่วนตัวเตรียมเดินทาง ขณะที่รถหรูหายไปจากเมืองศรีสะเกษ ตำรวจห้ามกรมศุลกากรเคลื่อนย้ายของกลาง


               วันที่ 4 มิถุนายน 2556 นายดนัย โคตรอาษา ขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ เดินทางเข้าสำนักงานขนส่งจังหวัดตั้งแต่เช้า เพื่อเก็บเอกสารของใช้ส่วนตัว พร้อมตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เพื่อเตรียมส่งมอบงาน หลังได้รับคำสั่งจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบกให้มาช่วยราชการที่กรมการขนส่งทางบก ขณะเดียวกันมีโทรศัพท์เข้ามาให้กำลังใจนายดนัยจำนวนหลายร้อยสาย สำหรับการย้ายครั้งนี้เนื่องจากเหตุการณ์ไฟไหม้รถยนต์หรู 4 คัน เกือบ 100 ล้านบาท ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา มีการระบุว่ารถดังกล่าวจะนำมาส่งที่ จ.ศรีสะเกษ

               นายดนัย กล่าวว่า เมื่อมีคำสั่งย้ายมาตนก็พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด และการทำงานที่ผ่านมาปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งบ่ายนี้ได้รับหนังสือส่งตัว ลงนามโดยผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษแล้ว  ก็จะเดินทางในช่วงเช้าวันที่  5 มิ.ย. เพื่อไปเข้ารายงานตัวที่กรมการขนส่งทางบก พร้อมกันนี้ได้กำชับเจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ ทุกคนขอให้ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบที่วางไว้  เพื่อเป็นการรักษาประโยชน์ของทางราชการ และช่วงที่มารับตำแหน่งที่จังหวัดศรีสะเกษ ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2555  เป็นต้นมา มีการจดทะเบียนรถหรูไปเพียง  7  คัน มีเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ครบถ้วนถูกต้อง พร้อมที่จะให้ตรวจสอบ

               อย่างไรก็ดี บรรยากาศในตัวเมืองศรีสะเกษ โดยเฉพาะในเขตเทศบาล ซึ่งปกติทุกเย็นจะพบเห็นรถหรูติดป้ายแดงออกมาวิ่ง ขับอวดกันอยู่เป็นประจำ 5 - 6 คัน ภายหลังจากที่มีข่าวรถหรูถูกไฟไหม้ และมีคดีเกิดขึ้นมาเกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนที่ขนส่งศรีสะเกษ ปรากฏว่า ในระยะ 2 - 3 วันนี้ไม่พบรถหรูมาวิ่งอีกเลย


ตำรวจห้ามกรมศุลกากรเคลื่อนย้ายรถหรู

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจสำนักงานสืบสวนและปราบปรามกรมศุลกากร  พร้อมด้วยรถบรรทุกแบบสไลด์ จำนวน  6  คัน เดินทางไปที่   สภ. กลางดง  อ. ปากช่อง  จ. นครราชสีมา   เพื่อทำการขนย้ายรถหรูไฟไหม้ทั้งหมดไปยังกรมศุลกากร กทม.  เพื่อตรวจสอบหาหลักฐานโดยละเอียด  โดยรถ  2  คัน ที่ยังไม่ถูกไฟไหม้ ที่ยังอยู่บนรถเทลเลอร์  คือรถเบนซ์  รุ่น E300  และ เบลย์ลี่   เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร   ได้นำลงมายังด้านล่าง  เพื่อให้สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน 3  นครราชสีมา  ตรวจสอบเลขเครื่องยนต์  ทั้ง 2 คัน  จากนั้นจะนำรถทั้งหมด  ขึ้นรถบรรทุกแบบสไลด์  นำเข้า  กทม. รวมทั้งรถเทลล์เลอร์ขนส่งด้วย ที่จะนำไปยังกรมศุลกากร อย่างไรก็ตาม         

               ขณะที่เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร   กำลังนำรถที่ถูกไฟไหม้ขึ้นรถบรรทุก 4  พ.ต.อ. บุญส่ง   อัตตวรอนันต์  รอง ผบก. จ. นครราชสีมา ได้เดินทางมาที่  สภ. กลางดง  พร้องทั้งสั่งให้เจ้าหน้าที่หยุดนำรถขึ้น   พร้อมทั้งเจรจากับหัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจ โดยยืนยันว่ายังไม่อนุญาตให้นำรถทั้งหมดออกจาก  สภ. กลางดง   พร้อมทั้งให้นำรถที่ขึ้นรถบรรทุกแล้วลงกลับมาไว้ที่เดิม   โดยให้เหตุผลว่า  จะขอตรวจสอบโดยละเอียดก่อน  และจะแจ้งกรมศุลฯ  ให้มารับรถภายหลัง  เจ้าหน้าที่กรมศุลฯ  จึงนำรถทั้งหมดไปจอดไว้ที่เดิมพร้อมทั้งตีตราซีลไว้ที่พวงมาลัย -   ประตู 
 

ภาค3ระงับการขนย้ายรถหรูไฟไหม้เข้าศุลกากร

               ทั้งนี้เมื่อเวลา 11.30 น. ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้เดินทางไปที่ สภ.กลางดงเพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่ศุลกากร และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ร่วมกันทำงานในการคลี่คลายคดี  ดร.วินัย  กล่าวว่าในกรณีที่รถยนต์เกิดเพลิงไหม้ ซึ่งเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ จึงกับชับให้ทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่อย่างรอบคอบ  
 
               นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จากกรมศุลกากรนำช่างซ่อมรถ ซ่อมหัวลากให้ใช้การได้ เพื่อที่จะนำรถเข้าไปเก็บรักษาที่กรมศุลกากรพร้อมกันทั้ง  6 คัน  ซึ่งหน้าที่จากกรมศุลกากรได้นำรถเบนท์ลีย์และรถเบนซ์ ลงจากรถหัวลากเพื่อให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานทำการตรวจหาหลักฐานทั้ง 2 คัน โดยซีลด้วยลวดพร้อมตีตราตะกั่วที่ประตูรถและพวงมาลัยเพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายโดยไม่ได้รับอนุญาต  เพราะได้ทำการอายัดรถทั้งหมดไว้แล้ว  

               พร้อมกันนี้ทางกรมศุลกากรนำรถยกจำนวน 4 คันมาทำการบรรทุกรถยนต์ที่เกิดไฟไหม้ เตรียมขนย้ายไปไว้ที่กรมศุลการ  แต่ไม่สามารถขนย้ายได้ เนื่องจากตำรวจภูธรภาค 3 ได้ขอให้ระงับการขนย้ายรถทั้งหมด โดยให้เหตุผลว่ายังคงต้องตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติม ทำให้เจ้าหน้าที่จากศุลกากรต้องนำรถทั้งหมดลงจากรถยก  นำเก็บไว้ที่ สภ.กลางดงตามเดิม

               พ.ต.อ.มาโนช เกิดขวัญ ผกก.สภ.กลางดง กล่าวว่า หลังจากที่ ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษ ได้มีการติดต่อในการขอเอกสารต่างๆ เกี่ยวกับคดีเพื่อไปดำเนินการต่อ  ส่วนด้านกรมศุลกากรได้มีหนังสือการอายัดรถทั้งหมดและจะนำรถทั้งหมดเข้าไปเก็บไว้ที่กรมศุลการ ซึ่งทางกรมศุลกากรจะได้ติดตามเจ้าของรถมาดำเนินคดีต่อไป ส่วนเหตุผลที่ไม่สามารถมอบรถของกลางทั้งหมดให้กับทางศุลกากร เพราะยังตรวจหาหลักฐานยังไม่ครบถ้วน