
'ณัฐวุฒิ'ซัด'หน้ากากขาว'พวกหน้าเดิม
'เต้น' ซัด 'หน้ากากขาว' พวกหน้าเดิม ขู่พร้อมจัดการหากชุมนุมเกินขอบเขต ปัด 'หน้ากากแดง' เอี่ยว 'นปช.' ชี้ยังไม่เห็นรายงานโครงการจำนำข้าวเจ๊ง 2.6 แสนล้าน
4 มิ.ย.56 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มหน้ากากขาวว่า ถ้าเปิดหน้ากากก็จะได้เห็นคนหน้าเดิมเป็นขาเก่าเจ้าประจำ ที่พยายามใช้หลายวิธีเล่นแล้วไม่ประสบผล เที่ยวนี้เลยเอาหน้ากากมาครอบดูบ้าง เพื่อว่าจะได้เป็นสีสันน่าตื่นเต้น เป็นขบวนการเดิมที่จำมือกันเคลื่อนไหวขับไล่ ตั้งแต่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ,นายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี แล้วก็จะเอามาใช้กับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อีก ตนเรียกว่าเหตุการณ์ไม่เหมือนเดิม 6-7 ปีที่ผ่านมา ประชาชนเรียนรู้สถานการณ์ทางการเมืองและเข้าใจหมดแล้ว ว่าใครเป็นใครจุดยืนเป็นแบบไหน เอาหน้ากากมาบังหน้าไม่ได้ผล เพราะประชาชนเห็นทุกคนถึงก้นบึ้งของหัวใจ เห็นถึงรากเหง้าความคิด เห็นซากทัศนะ ว่าใครมีวิญญาณเผด็จการสิงสู่อยู่ เพียงแต่ตนอยากจะสื่อสารมวลชนที่สนับสนุนรัฐบาล ว่าจะต้องรอบครอบอดทนระมัดระวัง อย่าไปเข้าเกมยั่วยุ อย่าไปเผชิญหน้า จนเขาสร้างให้มีเงื่อนไขใหม่เข้ามาได้
ส่วนการเคลื่อนไหวของหน้ากากแดงนั้น แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวว่า ก็อาจจะเป็นกลุ่มมวลชนกลุ่มหนึ่งที่อาจจะเห็นต่าง กับกลุ่มคนที่ใส่หน้ากากขาว และไม่ว่าจะเป็นหน้ากากสีอะไรก็ขอให้มีสติ รับผิดชอบต่อการเคลื่อนไหว หากใครเคลื่อนไหวโดยมีจุดยืนคือประชาธิปไตย ตนว่าเป็นเรื่องที่สังคมยอมรับได้ แต่ถ้าเป็นการเคลื่อนไหวรับใช้เผด็จการก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง ตอนนี้มีคนพยายามเอาหน้ากากขาวออกมา แล้วมายั่วยุให้มีหน้ากากแดง เพื่อให้มาชนกับหน้ากากขาว โดยมีคนกลุ่มหนึ่งนั่งรอหน้ากากเสืออยู่ หมายความว่า จะมีอำนาจบางอำนาจใส่หน้ากากเสือออกมาล้มรัฐบาล ตนก็เลยบอกว่าไม่มีหน้ากากอะไรทั้งนั้น วันนี้ประเทศไทยเดินได้หน้าเดียว คือหน้าตาที่เป็นประชาธิปไตย ส่วนใครเห็นต่างอยากได้เผด็จการ อยากได้อำนาจนอกระบบ ตนแนะนำให้ถอดหน้ากากทั้งหมดแล้วหาปี๊ปสีอะไรก็ได้คลุมหัวไว้
ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มหน้ากากขาวที่ออกมาจะจุดกระแสไม่ติดหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนไม่ได้ประมาทใครเลย ทุกอย่างต้องจับตาโดยรอบครอบ และไม่ได้ไปพูดจายั่วยุ ท่านมีสิทธิที่จะแสดงออกทางการเมืองตราบเท่าที่ยังอย่าในกฎหมาย เพียงแต่ตนเห็นว่า นี้เป็นการทำงานของกลุ่มคนหน้าเดิมที่เคลื่อนไหวรวมกันมาตลอด เพียงแต่สลับหน้าเปลี่ยนวิธีการเท่านั้นเอง อย่าไปว่าเขาจะจุดติดหรือไม่ เพราะเดี๋ยวเขาจะมาว่ารัฐมนตรีในรัฐบาลไปยั่วยุ ไปปรามาส ตนไม่ได้พูดอย่างนั้น ตนเคารพการเคลื่อนไหวของประชาชนทุกกลุ่ม เพียงแต่ปฏิเสธการเคลื่อนไหวที่เผด็จการเท่านั้นเอง
เมื่อถามว่า ช่วงหลังมีการเคลื่อนไหวต่อต้านที่ไม่ใช่แต่ในเฟซบุค แต่ออกมาชุมนุมจะมีผลกระทบต่อรัฐบาลหรือไม่ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวว่า รัฐบาลเองก็ต้องดูแล โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มวลชนที่สนับสนุนก็ต้องรอบครอบระมัดระวัง ส่วนที่เขาจะเคลื่อนไหวอะไรที่เป็นเท็จก็ต้องชี้แจง หากเกินกฎหมายเจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินการ
ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มหน้ากากแดงที่ออกมาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคนเสื้อแดงหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ไม่ใช่ ฟังชื่อก็ต่างอยู่แล้ว เพราะเสื้อแดงก็คือเสื้อแดง อันนั้นหน้ากากแดงก็อาจจะเป็นมวลชนอีกกลุ่มหนึ่งที่เขาเห็นต่างกับกลุ่มหน้ากากขาว เพราะกลุ่มหน้ากากแดงอธิบายว่า กลุ่มหน้ากากขาวเป็นสัญลักษณ์ที่ไม่ประสงค์ดีต่อสถาบันเบื้องสูง สำหรับบางประเทศที่ผ่านมา ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่เขาใช้โต้แย้งหักล้างกัน ซึ่งตนไม่ไปก้าวล่วงในประเด็นเหล่านั้น
'ณัฐวุฒิ' ชี้ยังไม่เห็นรายงานโครงการรับจำนำข้าวเจ๊ง 2.6 แสนล้าน
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวถึงโครงการรับจำนำข้าว ที่มีการอ้างรายงานจากกระทรวงการคลังว่าขาดทุนไปแล้ว 260,000 ล้านบาท ว่า ส่วนตัวตนยังไม่เห็นรายงานฉบับนั้น แต่ตนยืนยันได้ว่าตัวเลขนั้น ไม่เป็นตัวเลขที่คำนวณได้ถูกต้องตามข้อเท็จจริงของโครงการ เพราะขณะนี้เฉพาะเงินที่หมุนคืนจากการระบายข้าว ก็ประมาณ 140,000 ล้านบาท บวกกับกับปริมาณที่อยู่ในโกดัง ของโครงการที่ยังไม่ได้ระบายออกก็น่าจะได้ตัวเลขอีกจำนวนหนึ่ง แต่ต้องรอความชัดเจนจากกระทรวงการคลัง
รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ตนทราบจากปลัดกระทรวงพาณิชย์ว่า พยายามขอข้อมูลจากกระทรวงการคลัง ซึ่งเจ้าหน้าบอกว่าให้ไม่ได้เพราะเป็นความลับ แต่ในวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา คนในพรรคประชาธิปัตย์โพสเฟซบุกส์ ว่า โครงการรับจำนำข้าวขาดทุน 260,000ล้าน ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกับรายงานของกระทรวงการคลัง ที่อ้างถึง ตนจึงแปลกใจ ว่าทำไมพรรคประชาธิปัตย์ถึงได้รู้ข้อมูลได้รวดเร็ว ซึ่งตนยังไม่ได้กล่าวใครทั้งสิ้น แต่เมื่อกระทรวงพาณิชย์ได้รับรายงานฉบับดังกล่าว ก็ต้องมีการตั้งคณะทำงานศึกษาตรวจสอบ วิธีการคำนวณ และปิดบัญชีโครงการ และแถลงให้สังคมได้รับทราบ เพื่อให้เข้าใจข้อเท็จจริงต่อไป
'ณัฐวุฒิ' ผุดไอเดียจัดเวทีจำนำข้าวสัญจร
นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ กล่าวถึงกรณีการวิพากษ์วิจาเรื่องโครงการรับจำนำข้าวว่า หลายเรื่องไม่เป็นความจริง โดยเฉพาะการเสนอตัวเลขหลายรายการที่ทำให้สังคมสับสน ดังนั้นตนจึงได้หารือกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยนายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้ดำเนินโครงการ “จำนำข้าวสัญจร จับเข่าคุยเกษตรกรชาวนา” โดยตนจะเป็นผู้รับผิดชอบในโครงการนี้ ซึ่งจะเริ่มโครงการให้เร็วที่สุด เบื้องต้นในวันที่ 9 มิ.ย.นี้จะเปิดเวทีจำนำข้าวสัญจร จับเข่าคุยเกษตรกรชาวนา ที่จังหวัดพิษณุโลกเป็นเวทีแรก
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ในโครงการดังกล่าวจะอธิบายการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ โดยเชิญนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะกำกับดูแลธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ที่เป็นแหล่งงบประมาณหลักในการดำเนินโครงการ ไปพูดคุยเพื่ออธิบายเกษตรกรในเรื่องนี้ด้วย และสร้างความมั่นใจในเรื่องการทุจริต และหลังจากนี้จะตนจะตระเวณไปพบกับเกษตรกรชาวนาในทุกภูมิภาคของประเทศเพื่อให้เกษตรกรสัมผัสข้อมูลโดยตรงจากหน่วยงานรัฐในการดำเนินโครงการ และจะอธิบายในหลายๆประเด็นที่ทำให้เกิดความสับสนด้วย
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีตัวเลขขาดทุน 2.6 แสนล้านนั้น ยังเป็นตัวเลขที่ยังมีความสับสนอยู่ว่าอาจจะเป็นการคาดการณ์และเป็นตัวเลขที่ได้จากคณะกรรมการปิดบัญชีจากกระทรวงการคลังรายงานหรือไม่ ดังนั้นจะมีการตั้งคณะกรรมการของกระทรวงพาณิชย์เพื่อศึกษารายละเอียดวิธีการคำนวณตลอดจนวิธีการต่างๆ ในรายงานฉบับดังกล่าวและจะมีการแถลงข่าวต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการอีกครั้งภายในสัปดาห์นี้
'เต้น' เหน็บ 'ปชป.' สร้างปัญหาราคาไข่สมัยเป็น 'รบ.'
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์แถลงว่า ตนของบประมาณแสวงหาประโยชน์มิชอบจากสถานการณ์ราคาไข่ไก่ ว่า ตนรู้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ต้องพยายามทุกทาง ในการทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล และทีมโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องแข่งกันพูดเพื่อให้ได้ลงหนังสือพิมพ์ แต่สิ่งเดียวที่ตนไม่รู้คือไม่รู้ว่าเขาเอาอะไรมาพูดกัน ตนขออธิบายเรื่องงบประมาณ 131 ล้านบาทว่า เป็นมติจากคณะกรรมการพัฒนาไข่ไก่และผลิตภัณฑ์ หรือ เอ้กบอร์ด โดยเป็นมติจากการประชุมเมื่อเดือน ธ.ค.55 ซึ่งขณะนั้นไข่ไก่ล้นตลาด มีราคาตกต่ำ จึงขอเงินจากคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) เพื่อมาดึงไข่ไก่ออกจากตลาดเป้าหมาย 195 ล้านฟอง เพื่อลดซัพพลายไข่ไก่ลง
รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า สิ่งที่น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าตนขอเงิน ครม.131 ล้านบาท เมื่อวันที่ 12 มี.ค.นั้น ก็ไม่ใช่ แต่เป็นเรื่องที่เอ้กบอร์ด รายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อรับทราบความคืบหน้าในการดำเนินงานโครงการดังกล่าว ไม่เกี่ยวกับกระทรวงพาณิชย์หรือตนเลย เพราะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้บริหารจัดการงบประมาณและมีผลทำให้ราคาไข่ไก่ขยับตัวสูงขึ้นได้จริง
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า สาเหตุที่ราคาไข่ไก่ตก หากไปถามเกษตรกรผู้เลี้ยงไข่ไก่ก็จะทราบว่ามีติครม.เมื่อวันที่ 13 ก.ค.53 ในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้อนุมัติให้มีการเปิดเสรีการนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่ ซึ่งครม.พรรคประชาธิปัตย์ก็อนุมัติทั้งที่ เอ้กบอร์ดไม่ได้เสนอเรื่องนี้ รมต.เกษตรและสหกรณ์ขณะนั้นก็ได้ทักท้วงว่าไข่จะล้นตลาด และราคาจะตกก็ไม่ฟัง และในปี 54 แม่พันธุ์ไข่ไก่ที่มีการนำเข้าก็จำนวนมากขึ้น ทำให้ไข่ไก่ล้นตลาด ทำให้เอ้กบอร์ดมาขอเงินจาก คชก. เพื่อแก้ปัญหาเมื่อปลายปี 55 เรื่องนี้ตนก็อยากให้เข้าใจอย่างชัดเจน ไม่ใช่ไปอ่านหนังสือพิมพ์มา 2-3 บรรทัดแล้วมามั่วยกเมฆ พูดจาให้สังคมเข้าใจไขว้เขว
สำหรับเรื่องการตรึงราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มที่ 3.50 บาท เป็นเรื่องที่ตนได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการ ให้ทำหน้าที่รองประธานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ และในการประชุมคณะกรรมการพัฒนาโครงสร้างระบบราชการ (กพร.) ของกระทรวงพาณิชย์ ก็พบว่าสถานการณ์ไข่ไก่น่าเป็นห่วง จึงได้ให้กรมการค้าภายในไปเชิญผู้ประกอบการมาพูดคุยหารือ โดยผู้ประกอบการอยากให้มีการขึ้นราคาไข่ไก่ขึ้นอีก ซึ่งตนได้กำชับว่าหากจะขึ้นราคาก็อย่าให้เกินที่ 3.30 บาทและก็ตรึงราคากันอยู่ในขณะนี้
“ไม่มีเหตุอะไรเลยที่พรรคประชาธิปัตย์จะมากล่าวหา ผมเรียนว่า ผมเกลียดวิธีการทางการเมืองแบบนี้ และผมต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ทำงานมีสมาธิ ไม่ต้องมารู้สึกรำคาญกับความเท็จ ที่ไม่ได้มีข้อเท็จจริงรองรับ ผมเห็นคนรุ่นใหม่ๆ ที่ออกมาทำหน้าที่สื่อมวลชนของพรรคประชาธิปัตย์หลายคน ผมก็แปลกใจจริงๆ พรรคประชาธิปัตย์อยู่มา 60 กว่าปี มีหลายวิชาให้เรียนรู้หลายวิชา แต่คนกลุ่มนี้ออกมานั่งหน้าจอทีวี นั่งหน้าไมค์ เลือกเรียนวิชาก้นหีบ คือการโกหกไว้ก่อน พอจับได้ก็ไปโกหกเรื่องใหม่ ผมว่าคนไทยส่วนใหญ่รู้ทัน” นายณัฐวุฒิ กล่าว
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า วันนี้ (4 มิ.ย.) กระทรวงพาณิชย์มีหนังสือแสดงความเห็นไปถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ชะลอการส่งออกไข่ไก่เอาไว้ก่อน เพื่อจะนำผลผลิตมาขายในตลาดประเทศ จนกว่าผลผลิตจะออกมาในระดับปกติ และไม่เกิดผลกรทบต่อไป



