
'บุญเลิศ'ฉะ'ปรีชา'ปูดยุบ'อบจ.'
นายกอบจ.เชียงใหม่ ฉะ 'ปรีชา' ปูดยุบอบจ. ไล่จัดการระทรวงของตัวเองก่อน เลขานายกอบจ.เลยชี้ต้องขอความเห็นจากประชาชนให้ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
4มิ.ย.2556 นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เปิดผยว่า กรณีนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุพรรคเพื่อไทยมีแนวคิดที่จะเสนอให้มีการยุบองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เนื่องจากมองว่าเป็นการทำงานซ้ำซ้อนกับทางเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) นั้น นายปรีชาอาจจะไม่เข้าใจบทบาทของอบจ.
ทั้งนี้การบริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีการแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ระดับคือ ระดับของ อบจ.และระดับของเทศบาลและ อบต.โดยหน้าที่ของทางอบจ.จะเข้าไปช่วยเหลือท้องถิ่นในระดับล่าง เพื่อให้การบริหารงานของท้องถิ่นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่นในเรื่องของการดูแลพื้นที่สีขาว หรือพื้นที่ทับซ้อนว่าอยู่ในความดูแลของหน่วยงานใด ทางอบจ.ก็จะทำหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ หรืออุดช่องว่างของท้องถิ่น รวมทั้งเรื่องของถนนทางหลวงที่เชื่อมระหว่างตำบล อำเภอ ที่นอกเหนือจากกรมทางหลวง หรือกรมทางหลวงชนบท ซึ่งทางอบจ.จะต้องเป็นผู้ดูแลด้วย ตลอดจนจะต้องเป็นที่พึ่งให้กับเทศบาลและอบต. ในการทำงานร่วมกัน เพื่อการทำงานของท้องถิ่นสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด
นายบุญเสิศ กล่าวว่า นอกจากนี้ในเรื่องของการศึกษาส่งเสริมในส่วนที่ขาดหรือพื้นที่สีเทา อบจ.มีพื้นที่ในการทำการงาน คาดว่าเรื่องดังกล่าวน่าจะเกิดจากความเข้าใจผิดของทางรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรฯ เนื่องจากหากไม่ได้ทำงานท้องถิ่นจะไม่ทราบกระบวนการทำงานของทางท้องถิ่นด้วย และมีบทบาทอย่างไร รวมทั้งฝากให้อบจ.ทุกพื้นที่ออกมาแสดงบทบาท และหน้าที่ของตนเองให้มากขึ้นด้วย
พร้อมกันนี้ยังได้ฝากแนวให้ทางรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรฯ ให้ดำเนินการดูแลกระทรวงของตนเองก่อนให้มีความสมบูรณ์มีประสิทธิภาพ เนื่องจากพบว่ามีหลายกรมในกระทรวงก็มีการทำงานที่ทับซ้อนกัน และให้ทำหน้าที่ของตนเองมากกว่า เพราะเข้าใจว่างานของกระทรวงทรัพยากรฯ มีงานล้นมืออยู่แล้ว และให้ทำความเข้าใจเรื่องบทบาทหน้าที่ของอบจ.ด้วย
เลขานายกอบจ.เลยชี้ต้องขอความเห็นจากประชาชน
นายธรรมนูญ ภาคธูป เลขานุการนายก อบจ.เลย กล่าวว่า ต้องแยกออกเป็นสองส่วน คือ เป็นความเห็นส่วนตัวของนายปรีชาเองหรือเป็นนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเท่าที่ทราบมานั้นทางรัฐบาลยังไม่มีนโยบายปรับเปลี่ยนรูปแบบการปกครองท้องถิ่น การที่นายปรีชาออกมาให้ความเห็นเช่นนี้ตนมองว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ข้ามกระทรวง เรื่องนี้กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ดูแล การจะยุบ อบจ.หรือเปลี่ยนแปลงใดๆนั้น ต้องมีการศึกษาให้รอบด้านเสียก่อนว่าจะจัดสรรงบประมาณหรือบุคลากรกันอย่างไร
และสุดท้ายต้องถามความเห็นของประชาชน ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมตัดสินใจด้วย เพราะ อบจ.องค์กรรูปแบบหนึ่งของการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ขณะเดียวกัน ภารกิจ อำนาจหน้าที่ของ อบจ.มีกฎหมายรองรับ ให้เข้าไปมีส่วนช่วยพัฒนาท้องถิ่น ในส่วนที่เป็นช่องว่างระหว่างรอยต่อ อบต.หรือเทศบาล การทำงานของ อบจ.มีความคล่องตัว สามารถออกไปช่วยเหลือประชาชนได้รวดเร็ว อย่างกรณีเกิดภัยพิบัติต่างๆ เครื่องจักร อบจ.ก็พร้อม หรือการช่วยเหลือประชาชนด้านการให้บริการทางการแพทย์ ที่ทางหน่วยงานของรัฐดูแลไม่ทั่วถึง เช่น การส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน หรือการผ่าตัดต้อกระจก ซึ่งทาง อบจ.เลยได้ทำมาแล้ว ไม่มีความซ้ำซ้อนกันอย่างแน่นอน
เลขานุการนายก อบจ.เลยกล่าวอีกว่า ในส่วนเรื่องการเมืองนั้น ทาง อบจ.ไม่ได้แบ่งแยกเรื่องขั้วการเมืองในท้องถิ่น ที่ผ่านมา ยินดีสนับสนุนการทำงานของทุกฝ่ายอยู่แล้ว หากนายปรีชามองว่า อบจ.มีอิทธิพลเหนือผู้ว่าฯหรือผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคงไม่ถูกต้องนัก อย่างเช่น งานการขุดลอกแหล่งน้ำของกระทรวงทรัพยากรฯที่นายปรีชาดูแลอยู่ อบจ.ก็สนับสนุนเครื่องจักรไปปฏิบัติหน้าที่ด้วย นักการเมือง มาแล้วก็ไป ทำงาน 4 ปี ประชาชนจะเป็นคนตัดสินว่าจะเลือกอีกหรือไม่
นายกอบจ.เมืองบั้งไฟชี้อบจ.ถือว่าเป็นองค์กรหลัก
ดร.สถิรพร นาคสุข นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร กล่าวว่า ตนพร้อมทั้ง ส.อบจ.และเจ้าหน้าที่ทั้งอบจ.ไม่เห็นด้วยเพราะอบจ.ถือว่าเป็นองค์กรหลักมีข้าราชการจำนวนมาก และยังมีทรัพย์สินจำนวนมาก และยังภาระหน้าที่ต้องพัฒนาในชนบทไม่ว่าจะเป็นถนน ส่งเสริมอาชีพ ดูแลทุกข์สุข อบจ.ได้มีกรอบที่ต้องบริหาร ดูแลทุกข์สุขของประชาชนอยู่แล้ว ซึ่งเป็นภารกิจหลักของอบจ.ที่ต้องรับผิดชอบ ทาง ส.อบจ.แต่ละเขตก็ต้องดูแลความต้องการของพี่น้องประชาชนอยู่แล้วไม่ถือว่าการบริหารงานซ้ำซ้อน
ส่วนการดูแลทุกข์สุขของประชาชนนั้น อบจ.ทั่วประเทศยังได้มีภารกิจดูแลแต่ละกองขึ้นตรงกับสำนักปลัดอบจ.เป็นผู้ดูแลข้าราชการประจำอยู่แล้ว ถ้ามีการยุบอบจ.จะเอาข้าราชการไปไว้ส่วนไหน เพราะทั้งประเทศมีข้าราชการระดับสูงจำนวนมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ตนและนายกอบจ.ทั้ง 77 จังหวัดจะได้ปรึกษาหารือ เพื่อคัดค้านการยุบอบจ. ต่อไป
คนพรรคเพื่อไทยอุดรฯโยนยุบ อบจ.เป็นความเห็นส่วนตัว
นายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย อดีต ส.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ตนคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นความเห็นส่วนตัวของคุณปรีชาฯ เอง ไม่ได้เป็นมติของพรรคฯแต่อย่างใด ซึ่งความเห็นส่วนตัวของตน ในฐานะที่เคยเป็นผู้หนึ่งที่เมื่อครั้งเป็น ส.จ.อุดรธานี ได้ร่วมเดินขบวนเรียกร้องให้สภาจังหวัด ยกฐานะขึ้นเป็น อบจ.หากมีการจะยุบ อบจ.จริง ตนก็คงไม่เห็นด้วย เรื่องนี้ตนยืนยันว่าทางพรรคเพื่อไทย ยังไม่มีการพูดคุยกัน การประชุมพรรคฯก็ไม่เคยคุยกันถึงเรื่องนี้ หากทางท่านรัฐมนตรีจะนำเข้ามาพูดคุยในพรรคฯ ก็ต้องมีสมาชิกพรรคฯขึ้นอภิปราย ทั้งคนที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย
“เนื่องจากการบริหารงานส่วนท้องถิ่นนั้น เป็นนโยบายของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว และเป็นนโยบายของอดีตนายกทักษิณฯ ที่ท่านต้องการจะให้กระจายอำนาจการปกครองออกไปสู่ท้องถิ่น โดยมี อบจ.เป็นพี่ใหญ่ ในฐานะนายก อปท. ที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน ที่มีการแบ่งแยกชัดเจน ฝ่ายบริหารประเทศ คือ รัฐบาล ฝ่ายบริหารท้องถิ่น ก็คือ อปท. ซึ่งเรื่องนี้ตนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง หากจะมีการยุบ อบจ.ไป
ด้านนายวิเชียร ขาวขำ นายก อบจ.อุดรธานี อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพี่อไทย เปิดเผยว่า เรื่องยุบ อบจ.คงเป็นความเห็นส่วนตัวของรัฐมนตรีปรีชาเอง คงไม่ใช่ข้อยุติของพรรคเพื่อไทย ซึ่งตนได้สอบถามไปยังพรรคพวกที่อยู่ในพรรคแล้ว ทราบว่ายังไม่มีการนำเข้าหารือเป็นมติของพรรคแต่อย่างใด แต่ความเห็นส่วนตัวก็แตกต่างกันได้ คือ ถ้ามองว่า อบจ.เป็นผู้ช่วยรัฐบาล ก็น่าที่จะคงไว้ แต่หากมองว่ามันซ้ำซ้อน จะให้เทศบาล อบต.ทำงานเอง โดยยุบ อบจ.ก็ไม่มีปัญหา เพราะพวกนายก อบจ.ก็มีเวทีเล่น กลับมาลง ส.ส.หรือ ส.ว. เรื่องนี้ไม่ยาก
“การทำงานที่ใกล้ชิดประชาชน นายก อบจ.จะใกล้ชิดกว่า เพราะอยู่ในพื้นที่มากกว่า ส.ส.หรือ ส.ว. แต่ถามว่าถ้าให้ อบจ.เป็นเครื่องมือของรัฐบาล ผมว่าน่าจะดีกว่า ซึ่งขณะนี้ อบจ.สามารถบริหารงบประมาณได้คล่องตัวถูกที่ถูกทางกว่า สามารถจัดงบประมาณลงไปช่วยเหลือชาวบ้านได้ทันที ตามอำนาจของนายก อบจ.ซึ่งการที่รัฐมนตรีปรีชาพูด คงจะพูดในที่ประชุมนายกเทศบาล และนายก อบต.ที่มองว่ามันซ้ำซ้อนกันกับ อบจ.และแสดงความเห็นว่า ถ้าจะไม่ให้ซ้ำซ้อน ก็ควรจะยุบ อบจ.ท่านคงคิดตามความเห็นส่วนตัวของท่าน โดยที่ประชุมวันนั้นคงไม่มีนายก อบจ.อยู่ด้วย หากจะมีการยุบ อบจ.จริง ยังต้องผ่านขั้นตอนต่าง ๆ อีกมาก จากในพรรคฯ กว่าจะเข้าสู่ ครม.ซึ่งจะเห็นด้วยหรือไม่ก็อยู่ที่การประชุม ครม.”
นายวิเชียร กล่าวอีกว่า การยุบ อบจ.นั้น การลดความซ้ำซ้อนคือเรื่องที่ดีที่สุด แต่ต่อไปจะมี เทศบาล จะมี อบต.จะมี อบจ.หรือไม่นั้น คือคำถามที่ต้องมาคิดว่าใครควรจะดำรงอยู่ ถ้าถามว่า อบจ.ไม่ซ้ำซ้อนกับเทศบาล หรือ อบต.หรือไม่ เป็นคำถามที่ต้องมีการมาศึกษาวิจัยว่า ใครควรจะอยู่ ใครควรจะยุบ เพราะทางกลับกัน ถามว่า เทศบาล หรือ อบต.ซ้ำซ้อนกับ อบจ.หรือไม่ ซึ่งทั้ง 2 ทาง มันก็ซ้ำซ้อนกันจริง แต่ว่าหากมีการยุบแล้ว จะให้ใครถูกยกเลิกไป และจะให้ใครดำรงอยู่ต่อไป นี่คือความเห็นส่วนตัวของตน
สมาพันธ์ปลัดเทศบาลแห่งประเทศไทยยอมรับอบจ.มีภารกิจหน้าที่ซ้ำซ้อน
นายศักดิพงศ์ ธรรมอาชวกุล ประธานสมาพันธ์ปลัดเทศบาลแห่งประเทศไทย ได้กล่าวว่า ต้องยอมรับว่า อบจ.ทุกวันนี้นอกจากจะมีภารกิจซ้ำซ้อนกับท้องถิ่นเล็กๆแล้ว วันนี้ อบจ.เกือบร้อยละ 80 เปอร์เซ็นต์ ไม่ยอมทำโครงการใหญ่ๆ กลับมาสนใจที่จะทำงานเล็กๆน้อย ๆ ซึ่งก็ซ้ำซ้อนกับ อบต.เทศบาล อาจจะมีสาเหตุมาจากกฎหมายกำหนดให้ เลือก สจ. เขตเล็ก เขตเดียว เบอร์เดียว ต้องแย่งกันเอาใจประชาชนในพื้นที่ตนเอง มีเทศบาลบางแห่งมี สจ.มากถึง 2 คน ขณะที่มีนายกเทศมนตรีเพียง 1 คน โดยเฉพาะพื้นที่เทศบาลเมือง หรือเทศบาลนคร
ทั้งนี้ ไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย คิดจะยุบ อบจ.เพราะถึงว่าเป็นเรื่องของการกระจายอำนาจให้กับคนในท้องถิ่นได้พัฒนา แต่รับบาลควรจะส่งเสริม หรือได้กำหนด บทบาทภารกิจหน้าที่ของ อบจ.เสียใหม่ อาจจะให้ทำภารกิจ ด้านการศึกษา โรงพยาบาล หรือคมนาคม ขนส่งมวลชน เป็นต้นซึ่งมันสอดคล้องกับคนที่เลือกตั้งทั้งจังหวัด วันนี้มีหลาย อบจ.ได้ทำแล้ว ไม่ใช่ว่าปล่อย อบจ. มาทำงานเล็กๆ แข่งกับ อบต. เทศบาลอย่างนี้ทุกวันนี้ ถือว่าเป็นการซ้ำซ้อน
"นายก อบจ.พร้อมคณะผู้บริหาร ควรจะคงไว้ และให้มีการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน แต่ในส่วนที่มีปัญหา คือทีมาสมาชิกสภา อบจ. ควรยุบทิ้งเสีย เพราะภารกิจหน้าที่เพียงแค่เห็นชอบแผนงาน โครงการ เห็นชอบงบประมาณประจำปี และตรวจสอบการทำหน้าที่ของฝ่ายบริหาร หน้าที่ตรงนี้ เห็นควรมอบให้ นายก อบต. นายกเทศมนตรี ได้ทำหน้าที่แทนโดยตำแหน่ง เพราะนายก อบต. นายกเทศมนตรี ก็มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนในพื้นที่อยู่แล้วซึ่งสอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตย ย่อมรู้ เข้าใจเป็นอย่างดีว่าโครงการใดบ้างที่มีความจำเป็นในชุมชนตัวเอง และไม่ไปซ้ำซ้อนกับท้องถิ่นที่ตนเองเป็นผู้บริหารอยู่ โดยภาครัฐอาจจะจ่ายเป็นเบี้ยประชุมให้กับผู้บริหาร อบต. เทศบาล เวลาเข้าประชุมสภาฯเป็นคราวๆได้แม้ว่า บางจังหวัดหนึ่งอาจจะมีสภา อบจ.ประมาณ 100-200คนก็ไม่แปลก เพราะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีมากถึง500คนด้วยซ้ำไป หากยกเลิกสมาชิกสภา อบจ.และกำหนดบทบาท ภารกิจเสียใหม่ ก็จะทำให้ประหยัดงบประมาณท้องถิ่นจำนวนมากและไม่ซ้ำซ้อนได้เช่นกัน” นายศักดิพงศ์ กล่าวในที่สุด



