
'น้ำมันร่วง-บาทแข็ง'ฉุดเงินเฟ้อพ.ค.
พาณิชย์หมดห่วง เงินเฟ้อเดือนพฤษภาคม ขยับแค่ 2.27% ต่ำสุดในรอบ 42 เดือน เหตุราคาน้ำมันโลกลด-บาทแข็ง "กิตติรัตน์" เชื่อแบงก์รอจังหวะลดดอกเบี้ยเงินกู้
นางวัชรี วิมุกตายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อ) เดือนพฤษภาคม 2556 ว่า เงินเฟ้อทั่วไปเท่ากับ 105.15 เพิ่มขึ้น 2.27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา และเป็นการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 42 เดือน นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2552 ที่ขยายตัว 1.9%
สำหรับเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 5 เดือนแรกของปีสูงขึ้น 2.80% อยู่ในกรอบต่ำสุดที่กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปีไว้ที่ 2.80-3.40% ถือเป็นระดับปกติและอยู่ในเกณฑ์ที่คาดการณ์ไว้ สาเหตุที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ในเกณฑ์ต่ำ เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลง ประกอบกับเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ขณะที่สินค้าหมวดอาหารเพิ่มขึ้นจากภาวะอากาศร้อนจัด และความต้องการซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นในช่วงเปิดภาคเรียน
"แนวโน้มเงินเฟ้อปีนี้น่าจะอยู่ในเกณฑ์ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกโดยรวมไม่แตกต่างจากปีก่อน ราคาสินค้าทั้งอุปโภคบริโภคไม่ได้ปรับสูงขึ้น มีเพียงสถานการณ์ราคาไข่ไก่เท่านั้นที่เข้ามามีผลกระทบเพียงระยะสั้น ซึ่งไม่กระทบต่อภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ ส่วนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% นั้น จะมีผลกระทบต่อเงินเฟ้อให้สูงขึ้นไม่มากนัก" นางวัชรีกล่าว
ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีธนาคารพาณิชย์ยังไม่มีการปรับลดดอกเบี้ย หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ว่า คงต้องให้เวลาสถาบันการเงินระยะหนึ่ง เชื่อว่าในเร็วๆ นี้จะเห็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปรับลดลงบ้าง ส่วนดอกเบี้ยเงินฝาก ปัจจุบันก็ถือว่าต่ำอยู่แล้ว และเมื่อพิจารณาส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้แล้ว มองว่าสถาบันการเงินสามารถปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ลง โดยไม่ต้องลดดอกเบี้ยเงินฝากได้
นายวีระศักดิ์ สุตัณฑวิบูลย์ รองผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เงินบาทของไทยขณะนี้อยู่ระดับที่ผู้ประกอบการสบายใจได้มากขึ้น แต่ผู้ประกอบการต้องการให้ค่าเงินบาทนิ่งไม่ผันผวนเกินไป ส่วนการลดดอกเบี้ยนโยบายของ กนง.จะยังไม่มีผลให้ธนาคารพาณิชย์ปรับลดดอกเบี้ยลงในทันที เพราะจะต้องพิจารณาสภาพการแข่งขันและเศรษฐกิจของประเทศ แต่การปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้มีผลโดยตรงต่อผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้ที่ต่างชาตินำเงินเข้ามาลงทุนจำนวนมาก และอาจทำให้การลงทุนในตลาดตราสารหนี้ชะลอตัวลง



