ข่าว

นักธุรกิจผวาคอร์รัปชั่นไทยพุ่งแรง

นักธุรกิจผวาคอร์รัปชั่นไทยพุ่งแรง

03 มิ.ย. 2556

ไอโอดีเผยผลสำรวจมุมมองนักธุรกิจไทยพบ 93% ระบุการคอร์รัปชั่นในประเทศรุนแรงขึ้น หวั่นส่งผลให้ต้นทุนทำธุรกิจสูงขึ้น ระบุกิจการโทรคมนาคมเสี่ยงสูงสุด


            นายบัณฑิต นิจถาวร กรรมการผู้อำนวยการ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย หรือไอโอดี เปิดเผยถึงผลสำรวจความคิดเห็นผู้นำภาคธุรกิจ 1,066 บริษัทเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นในประเทศไทย ช่วงเดือนมกราคม-เมษายน พบว่า ภาคธุรกิจส่วนใหญ่ 93% เห็นว่าปัญหาการทุจริตในประเทศไทยยังไม่ได้รับการแก้ไขและการทุจริตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงจาก 2 ปีก่อนมาก

            “ผู้นำทางธุรกิจส่วนใหญ่มองว่าการทุจริตส่งผลต่อประสิทธิภาพในการแข่งขันกับภูมิภาค ความตกต่ำทางจริยธรรมของสังคม กระทบต่อชื่อเสียงของประเทศ และทำให้เศรษฐกิจเติบโตช้า โดยหากไม่มีการทุจริตจะทำให้ประเทศมีเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 50% โดยไอโอดีเห็นว่าทั้งหมดนี้อาจจะนำมาสู่ความไม่น่าเชื่อถือในการทำธุรกิจของไทยในอนาคต นักลงทุนต่างชาติอาจไม่มาลงทุน ทำให้ไทยเสียโอกาสทางธุรกิจ" นายบัณฑิต กล่าว

            สำหรับผลกระทบต่อการทำธุรกิจนั้น ผู้บริหาร 63% เห็นว่าผลกระทบอยู่ในระดับที่สูงถึงสูงมาก โดยเฉพาะผลกระทบต่อต้นทุน 54% เห็นว่ากระทบต่อต้นทุนที่ต้องจ่ายเพิ่มประมาณ 10% ขณะที่มีผู้บริหาร 8% ระบุว่ามีต้นทุนที่ต้องจ่ายเพิ่มมากกว่า 30%

            สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเกิดการทุจริตมีถึง 11 กลุ่ม  โดยกลุ่มที่มีแนวโน้มเกิดการทุจริตมากที่สุด คือ กลุ่มโทรคมนาคม 15% รองลงมา กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค 14% กลุ่มเกษตร 11% กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 10% และกลุ่มวัสดุก่อสร้าง 9% ขณะที่กระบวนการที่มีโอกาสในการเกิดทุจริตมากที่สุด คือ การจัดซื้อจัดจ้าง การจดทะเบียน ขออนุญาตต่างๆ การจัดประมูลโครงการของภาครัฐ และการจัดจ้างระหว่างภาคเอกชน

            ขณะที่รูปแบบของการทุจริต ผู้บริหารส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นการใช้ตำแหน่งทางการเมืองเพื่อเอื้อประโยชน์แก่พรรคพวกของตนเอง การให้ของขวัญ หรือติดสินบน และการทุจริตเชิงนโยบาย โดยผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเอง ส่วนสาเหตุที่ก่อให้เกิดการทุจริต ผู้บริหารมองว่า เกิดจากกฎหมาย กฎระเบียบ หรือคำสั่ง ต่างๆ นอกจากนี้กระบวนการทางการเมืองยังขาดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ยาก และยังเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทางการเมืองด้วย โดยภาคเอกชนส่วนใหญ่ พร้อมที่จะร่วมมือในการแก้ไขปัญหา แม้ว่าส่วนใหญ่กว่า 70% มีความเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหานี้ค่อนข้างต่ำ