
เฟ้นหานักออกแบบประดับวงการอัญมณีไทย
เฟ้นหานักออกแบบ ประดับวงการอัญมณีไทย
ในโอกาสครบ 20 ปีที่สถาบันการศึกษาด้านอัญมณีศาสตร์แห่งอเมริกา (จีไอเอ) ประเทศไทยเปิดสอนและสร้างนักอัญมณีศาสตร์สู่ทั่วโลก จึงร่วมกับแบรนด์จิวเวลรี่ชั้นนำอย่าง บิวตี้เจมส์ บลูริเวอร์ ฟาดามัส โมฮาว็าด และเซตเต้ จัดกิจกรรมเฟ้นหาสุดยอดนักออกแบบอัญมณีไทยรุ่นใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาและบุคคลทั่วไปที่มีความฝันต้องการเป็นนักออกแบบเครื่องประดับอัญมณี ได้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอก ภายใต้แนวคิด "ครีเอท บาย โอน เลกาซี่" หรือ จากจินตนาการ บันดาลใจ สู่ความงามที่เป็นหนึ่ง
เคนเนท สคาร์แรทท์ กรรมการผู้จัดการสถาบันอัญมณีศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและตรวจวิเคราะห์อัญมณี จีไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า กิจกรรมนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้น และส่งเสริมศักยภาพให้เกิดนักออกแบบเครื่องประดับอัญมณีชั้นนำที่เป็นคนไทย และส่งเสริมเอกลักษณ์ภายในตัวนักออกแบบให้เป็นเหมือนสมบัติแห่งความภูมิใจที่พร้อมจะส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น โดยขั้นตอนและวิธีการคัดเลือกจะยึดภายใต้หัวใจของการสร้างนักอัญมณีศาสตร์ที่สำคัญ 3 ประการคือ ความรู้ ความหลงใหล และการสร้างสรรค์ คณะกรรมการทั้งนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้แทนของ 5 จิวเวลรี่แบรนด์จะทำการคัดเลือก 5 ชิ้นงานเพื่อสร้างสรรค์จากจินตนาการสู่ผลงานจริง
ภายในงานวันแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ ซึ่งจัดขึ้นที่ห้องอเนกประสงค์ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร วันก่อน จีไอเอยังได้เชิญนักออกแบบเครื่องประดับอัญมณีระดับระดับโลก ร่วมบอกเล่าประสบการณ์และแรงบันดาลใจ ตลอดเส้นทางสู่ความสำเร็จพร้อมโชว์ผลงานชิ้นเอก โดย เจมส์ ดับบลิว เคอเรนส์ แห่งแบรนด์ไฟดี ผู้ออกแบบผลงานให้แบรนด์ระดับโลกมานานกว่า 4 ทศวรรษ เผยว่า หลักในการออกแบบของเขาคือ ก่อนจะออกแบบอัญมณีแต่ละชิ้น ต้องมีการพูดคุยกับคนคนนั้นก่อนว่าเขาชอบแบบไหน อย่างไร และจึงออกแบบด้วยไอเดียที่สะท้อนความเป็นตัวตน โดยนำข้อมูลที่ได้มาเป็นส่วนประกอบ ทั้งนี้สไตล์การออกแบบของเขาจะเน้นที่ความคลาสสิก ไม่มากจนเกินไปเพราะจุดเด่นของเครื่องประดับแต่ละชิ้นจะอยู่ที่ตัวอัญมณีเป็นส่วนสำคัญ
ขณะที่ "พี" พีรพรรณ สงวนปิยะพันธ์ บอสสาวแห่งแบรนด์เซตเต้ บอกว่า ปัจจุบันจิวเวลรี่มีความใกล้เคียงกับแฟชั่นมากขึ้น จึงมองว่าการที่จีไอเอจัดการประกวดครั้งนี้จะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่จะเกิดการตื่นตัวในเรื่องการออกแบบ รวมถึงการศึกษา และผลักดันให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาสู่ธุรกิจด้านนี้มากขึ้น
"ปัจจุบันจิวเวลรี่ไม่ใช่เป็นเพียงแค่เครื่องประดับ แต่ยังเป็นไลฟ์สไตล์แอคเซสเซอรี่ที่มีความใกล้ชิดกับแฟชั่นมากขึ้นด้วย เซตเต้จึงนำจุดนี้มาสร้างเป็นอัตลักษณ์ของแบรนด์ 4 อย่าง คือ เรดดี้ ทู แวร์ คือ รูปลักษณ์เรียบง่าย หรูหรา ทันสมัย และคงไว้ซึ่งฝีมือการผลิตที่ละเอียดและประณีต ที่สำคัญต้องสวมใส่สบาย มีน้ำหนักเหมาะสม มีส่วนโค้งรับกับสรีระของร่างกาย ถัดมาคือ คัลเลอร์ฟูล คือสามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทช์กับเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าได้อย่างไม่ตกเทรนด์ ต่อด้วย มัลติ ฟังก์ชั่น คือการใช้งานที่หลากหลาย สามารถถอดเปลี่ยนหรือปรับขนาดได้ และสุดท้ายคือ การสร้างซิกเนเจอร์ให้เป็นที่จดจำ" บอสสาวเผยเทคนิคการนำพาแบรนด์ก้าวสู่ความสำเร็จ
ทั้งนี้ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม สามารถดูรายละเอียด และดาวน์โหลดใบสมัครที่ www.facebook.com/GIAThailand หรือ www.giathai.net หมดเขตส่งผลงาน 15 กรกฎาคมนี้



