ข่าว

'ปชป.'จี้'ปู'หยุดละเมิดสิทธิปชช.

'ปชป.'จี้'ปู'หยุดละเมิดสิทธิปชช.

03 มิ.ย. 2556

'มัลลิกา' จี้ 'นายกฯ' หยุดละเมิดสิทธิปชช. พร้อมแฉ 'อำนาจแฝง' สั่งฝ่ายความมั่นคงค้นธุรกรรม-หาแกนนำหน้ากากขาว เผย 'ปชป.' ตั้งวอร์รูมเกาะติดสถานการณ์การชุมนุม

 

                       3 มิ.ย.56 น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการเคลื่อนไหวของกลุ่มหน้ากากขาวเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า เป็นปรากฏการณ์ประชาชนทนไม่ไหวจากหลายอย่างที่รัฐบาลทำ ซึ่งเคยท้วงติงให้รัฐบาลหันมาใส่ใจปัญหาปากท้องประชาชน ใส่ใจในการใช้ธรรมาภิบาลในการบริหารแผ่นดิน และใส่ใจนโยบายแก้ไขไม่แก้แค้น แต่สิ่งที่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลทำนั้นกลับตรงข้าม

                       ทั้งนี้ตนได้รับรายงานว่ามีคำสั่งด้วยวาจาจากอำนาจแฝงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงไปค้นหาคนที่สวมหน้ากากขาวว่า ใครคือแกนนำ ทำธุรกรรมอะไร มีที่อยู่ที่ไหน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะประชาชนเหล่านั้นแสดงออกภายใต้กฎหมาย ไม่ได้กระทำผิดกฎหมายใดๆ แต่พฤติกรรมการใช้อำนาจรัฐคุกคาม และข่มขู่ของรัฐบาลนั้นเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน เช่นเดียวกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอซีที) มีคำสั่งค้นหาและปิดเว็บไซต์ที่มีความเห็นต่างรัฐบาลหรือตรวจสอบการทำงานของนายกฯ รวมทั้งพฤติกรรมที่ใช้องค์กรใต้การกำกับดูแลของนายกฯ รองนายกฯ อาทิ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) อัยการสูงสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบบุคคลที่เห็นต่าง ซึ่งไม่แตกต่างกับสมัยยึดโยงอำนาจของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ขณะเดียวกันกลับละเลยกลุ่มบุคคลที่คุกคามการเคลื่อนไหวของคนที่มีความเห็นต่างจากรัฐบาล ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่กลับไม่มีการห้ามปรามหรือดำเนินคดีใดๆ ซึ่งเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

                       “พรรคขอเรียกร้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ และรัฐบาลหยุดการใช้อำนาจในทางมิชอบ และการใช้พฤติกรรมที่ไม่ให้พื้นที่และเสรีภาพของประชาชน ซึ่งขอเตือนว่าหากน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่อยากให้มีปรากฏการณ์ลักษณะเดียวกันกับพี่ชาย คือพ.ต.ท.ทักษิณและยังคิดว่าอยากมีแผ่นดินอยู่ในประเทศไทยควรหยุดพฤติกรรมทั้งหมด ไม่เช่นนั้นวิกฤติที่ประชาชนทนไม่ไหวจะมากขึ้น” รองโฆษกฯปชป. กล่าว

                       น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า สำนักโฆษกและคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์กำลังจัดทำวอร์รูมเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของประชาชนทุกกลุ่ม ซึ่งจะติดตามพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แง่คิดทางกฎหมายแก่ประชาชน และให้ข้อมูลเพื่อปรามฝ่ายอำนาจรัฐ เพื่อไม่ให้มีพฤติกรรมซ้ำรอยกรณีการชุมนุมของกลุ่มองค์กรพิทักษ์สยาม

 

'มัลลิกา' จี้ 'รัฐบาล' เร่งแก้ปัญหาไข่แพง

 

                       น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีปัญหาราคาไข่แพงนั้นว่า วันนี้รัฐบาลยังไม่มีทีท่าแก้ปัญหาไข่แพง หรือไข่นายทุนรวยตามวิธีที่ควรจะเป็น นอกจากการแก้ผ้าเอาหน้ารอด ซึ่งตนรู้สึกไม่สบายใจกับข่าวลือในกระทรวงพาณิชย์ว่ามีคนหิ้วกระเป๋าไปให้ใครบางคน โดยในกระเป๋ามีจำนวนเงินเกิน 10 ล้านบาททำให้ใครบางคนยิ้มไม่หุบ ซึ่งหากข่าวลือนี้เป็นเรื่องจริงก็จะเป็นการซ้ำเติมประชาชน

                       ทั้งนี้จากมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 12 มี.ค.56 รัฐบาลได้อนุมัติเงิน 131 ล้านบาท ตามข้อเสนอกระทรวงพาณิชย์เพื่ออุ้มผู้ผลิตไข่ไก่ โดยใช้เงิน 98 ล้านบาท เพื่อซื้อไข่ออกจากระบบ แต่ผ่านไป 2 เดือน ไข่ไม่ออกไปจากระบบเลย และรัฐมนตรีคนที่เคยเสนอซื้อไข่ออกจากระบบกลับอนุมัติให้ขายไข่คละหน้าฟาร์มเพิ่มขึ้นอีก 10 สตางค์ ทำให้ผู้ผลิตไข่ไก่ได้กำไรต่อฟอง 67 สตางค์ ตนจึงอยากถามว่าหากจะแก้ปัญหาแบบนี้ ก็ควรเอาเงิน 131 ล้านบาทคืน และขอตั้งข้อสังเกตว่าการกระทำลักษณะนี้ส่อทุจริต และไม่จริงใจต่อการแก้ปัญหาประชาชนหรือไม่ เพราะทำให้นายทุนรายยักษ์ใหญ่ที่ขายส่งไข่ไก่ได้กำไรมหาศาล

                       “ขอเรียกร้องให้นายกฯและรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบกระทรวงพาณิชย์ในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน ในการใช้เงินตามมติครม.ที่ทำให้ส่วนต่างกำไรราคาไข่เพิ่มขึ้น และขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาไข่แพงอย่างเร่งด่วน โดยให้กระทรวงพาณิชย์เข้าไปลดค่าครองชีพกรณีราคาไข่ และเปลี่ยนแปลงวิธีการแก้ปัญหา”

 

'หมอวรงค์' เตรียมบุก 'ป.ป.ช.' ยื่นสอบทุจริตระบายข้าว

 

                       นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ในวันพุธที่ 5 มิ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่สนามบินน้ำ เพื่อให้ตรวจสอบการระบายข้าวเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.54 ตามเนื้อหาที่ตนได้อภิปรายในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 สัปดาห์ที่ผ่านมาทั้งนี้ ในการยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบครั้งนี้ ​จะเรียกร้องให้ตรวจสอบ คณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าวทั้ง 10 คน ซึ่งมีนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ เป็นประธาน และ คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ที่มีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ เป็นประธาน และมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรมว.พาณิชย์ เป็นรองประธาน

                       นพ.วรงค์ กล่าวว่า ในรายละเอียดที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. จะขอให้ตรวจสอบต่อเนื่องไปถึงการระบายข้าวในสมัยนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ซึ่งเป็นช่วงคาบเกี่ยวของการระบายข้าว โดยครั้งนี้จะยื่นเรื่องให้ตรวจสอบไปถึงข้าราชการด้วย ต่างจากครั้งที่แล้วที่ยื่นให้ป.ป.ช.ตรวจสอบเฉพาะฝ่ายการเมือง แต่เห็นว่าการระบายข้าวครั้งนี้จะไม่สามารถสำเร็จได้หากไม่มีการสมรู้ร่วมคิดกับข้าราชและฝ่ายการเมืองรวมทั้งจะให้ยื่นเรื่องตรวจสอบไปถึงภาคธุรกิจด้วย

                       นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตนเองยังได้เตรียมที่จะนำข้อมูลการระบายข้าวที่มีรายละเอียดยากๆ มาทำเป็นแอนิเมชั่นยาว 2 นาที เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปที่สนใจติดตาม ผ่านโซเชียลได้เข้า ใจง่ายๆ ส่วนรายละเอียดก็จะนำไปทำเป็นพ๊อกเก็ตบุ๊คเผยแพร่ต่อไป​ และพรรคเพื่อไทยไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจเพราะขณะนี้มีข้อมูลหลั่งไหลเข้ามายังตนเองจำนวนมากและได้เตรียมตั้งชื่อการอภิปรายฯ ภาค 3 แล้วว่าจะตั้งชื่อ "จุดจบจำนำข้าว" หรือ "อวสานรัฐบาลยิ่งลักษณ์"