
'เฉลิม'ชี้'หน้ากากขาว'ปลุกไม่ขึ้น
'เฉลิม' ฟันธง 'กลุ่มหน้ากากขาว' คือ 'เสื้อเหลือง' แปลงร่าง ด้าน 'หมวดเจี๊ยบ' ชี้ 'ม็อบหน้ากากสีต่างๆ' เคลื่อนไหว สะท้อนสังคมคิดต่าง
3 มิ.ย. 56 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มหน้ากากแดงที่ออกมาต่อต้านกลุ่มหน้ากากขาวว่า หน้ากากแดงตนไม่รู้ แต่ถ้าหน้ากากขาวคือ กลุ่มเสื้อเหลืองเพราะการเคลื่อนไหวที่ผ่านมาตนได้ลงไปดูด้วยตัวเอง เห็นว่าเป็นพวกเสื้อเหลืองแปลงร่าง เพราะหน้าตาคุ้น ๆ เมื่อนำมาเทียบเคียงกับรูปที่ตำรวจสันติบาลถ่ายไว้ ตั้งแต่มีการชุลมุนมประท้วง ส่วนแกนนำสำคัญที่อยู่เบื้องหลังยังไม่รู้เพราะยังไม่โผล่หน้ามา และคนเหล่านี้ยังไม่มั่นใจ จึงส่งพวกปลาซิวปลาสร้อยมาก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้ได้อย่างไรว่าหน้าขาวคือ กลุ่มเสื้อเหลือง แต่ทำไมจึงไม่รู้ว่ากลุ่มหน้ากากแดงเป็นใคร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กลุ่มแดงตนไม่ได้ยุ่ง จะทำอะไรแต่ไหนแต่ไรตนไม่เคยเกี่ยวข้อง และที่ปราศรัยที่ต่างจังหวัดก็ไม่เคยขึ้นเวทีเสื้อแดง แต่เสื้อแดงขึ้นเวทีตนได้ แต่ห้ามแตะ ศาล ทหาร เจ้า
“ผมไม่เคยเชื่อสันติบาล ไม่เคยเชื่อ สมช. และก็ไม่มั่นใจว่าพวกนี้จะเก่งกว่าผม ผมมีทีมข่าวของตัวเอง ผมไม่ได้เชื่อทั้งหมด และผมไม่เคยเชื่อ พวกนี้หน้าโง่ ผมไปอยู่เดนมาร์ก 1 ปียังไม่รู้ ส่วนสมช.ก็เป็นแค่เสมียน ผมเอาพวกนี้อยู่บอกได้เลยว่าเอาอยู่ ผมไม่มีพวกกรุงเทพฯหรอก ทุกปราศรัยมาเป็นแสน เดี๋ยวขอแรงสักวัน ให้เห็นว่าคนเชียร์รัฐบาลก็มี เพราะไอ้พวกนี้มันเหิมเกริม มันต้องยึดหลักยึดกติกา ฝากถามว่าที่ออกมาเคลื่อนไหว จะเอาใครเป็นนายกฯ หรือจะเอาอภิสิทธ์มาอย่างเก่า ก็ไม่มีใครเอาด้วยแล้ว ไอ้ชุดนี้เป็นมะพร้าวไม่มีกะทิ คั้นมาแกงไม่ได้ ผมห่วง ไม่ได้ขู่นะ ไอ้พวกที่มีศัตรูเยอะแล้วออกมาเปิดประเด็นสร้างศัตรูเพิ่ม วันหนึ่งถ้ามีปัญหาอะไรอย่ามาโทษรัฐบาล” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะที่เป็นรัฐบาลจะดูแลกลุ่มคนที่ออกมาเคลื่อนไหว และสถานการณ์อย่างไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่เป็นไรให้มันเสียค่าใช้จ่ายไปทุกอาทิตย์ พวกนี้ปลุกไม่ขึ้นหรอก ส่วนมาตรการการดูแลกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านรัฐบาลนั้น เราต้องดูว่าเป็นกลุ่มไหน แต่ถ้าเป็นกลุ่มไทยสปริง คือ พวกที่ไม่มีงานทำ เช่น นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกับกลุ่มกรีน รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต รศ.แก้วสรร อติโพธิ อดีตคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน (คตส.) ในฐานะผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Thai Spring รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการอิสระ
เมื่อถามว่า การที่กลุ่มไทยสปริงและกลุ่มหน้ากากขาว ออกมาเคลื่อนไหวคิดว่าจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับรัฐบาลหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ไหนบอกมาซิ! จะเอาใครมาเป็นรัฐบาล หรือจะเป็น นายแก้วสรร หรือนายเจิมศักดิ์ พวกนี้ไล่รัฐบาล ไหนบอกมาซิ ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล ที่พูดตนไม่ได้ดูถูกเพราะรัฐบาลชุดนี้ มาตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย มาทำเป็นอีแอบ ถ้าหากรัฐบาลเอาจริงไปดำเนินคดีก็หาว่าไม่เป็นประชาธิปไตย แล้วที่พวกคุณทำทุกวันนี้มันเป็นประชาธิปไตยประเทศไหน ชาติไหนเขามี ไร้สาระ พวกไม่มีงานทำป่วนบ้านปั่นเมือง ถ้าชุมนุมสงบเรียบร้อยตนดูแลให้ จะไม่ทุบตีพวกหน้ากากขาวเสื้อเหลืองหรอก
เมื่อถามว่า ขณะนี้กลุ่มที่อออกมาเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาล โดยอ้างว่ารัฐบาลมีจุดตายหลายเรื่อง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เรื่องอะไร ทำไมไม่ไปบอกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน เพื่อที่จะได้นำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา ช่วงเดือนสิงหาคม วันนี้ใครห้ามพรรคประชาธิปัตย์ตรวจสอบไม่มี ขอย้ำว่า ถ้ารัฐบาลไม่ทุจริต รัฐบาลอยู่ยาว
เมื่อถามย้ำว่า กลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวจะไม่กระทบเสถียรรัฐบาลใช่หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่มี ลมพัดยอดหญ้า
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้นายกรัฐมนตรี คืนตำแหน่งเลขาธิสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)ให้นายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำว่า ตนไม่เข้าใจว่าสื่อมองเรื่องนี้อย่างไร ทำไมจึงให้ความสนใจนัก เพราะถือเป็นเรื่องปกติธรรมดามากไม่ว่าประเทศไหนในโลก ไม่มีใครใช้หน่วยข่าวของอีกรัฐบาลหรอก ซึ่งกรณีก็ชัดเจนว่า นายถวิล อยู่รัฐบาลไหน และที่ผ่านมารัฐบาลอภิสิทธิ์ ก็มีการโยกย้าย พล.อ.สุรพล เผื่อนอัยกา อดีตเลขาฯสมช. และพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาฯสมช.คนปัจจุบัน ไปเป็นที่ปรึกษานายกฯ ก็ต้องถามว่าทำไม 2 คนนี้จึงยอมรับสภาพ ก็เพราะเขารู้ว่าคนละขั้วกับรัฐบาล และรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ยังย้ายนายพีรพล ไตรทศาวิทย์ อดีตปลัดมหาดไทย ไปเป็นที่ปรึกษานายกฯ หรือแม้กระทั่งการสั่งย้าย นายพงษ์ศักดิ์ เสมสันต์ ปลัดกทม.ไปเป็นที่ปรึกษานายกฯ เช่นกัน ก็ต้องถามอีกว่าทำไมนายอภิสิทธิ์ ทำได้
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องตื่นเต้นอะไรเลย ไม่เห็นจำเป็นที่สื่อต้องเสนอข่าว เมื่อศาลปกครองกลางมีคำสั่งออกมาอย่างนี้ สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ก็หารือร่วมกับอัยการจะอุทธรณ์หรือไม่ อยู่ที่นายกฯจะตัดสินใจ ส่วนนายถวิล จะดำเนินการอย่างไรต่อก็เป็นสิทธิ แต่อยากจะบอกว่า อย่ามากดดันรัฐบาลด้วยเรื่องนี้ มันไร้ประโยชน์
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตกลงรัฐบาลจะอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลางหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ทราบเพราะไม่ได้เป็นนายกฯ แต่ถ้าตนมีอำนาจตนก็จะอุทธรณ์ตามสิทธิ
เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะทำให้กระทบกับการเจรจากับกลุ่มบีอาร์เอ็นหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่กระทบ เพราะพล.ท.ภราดร ยังอยู่ อย่างไรก็ตามการไปคุยในวันที่13 มิ.ย.นี้ ตนได้กำชับให้กำหนดกรอบให้ชัดเจน และควรกำหนดเวลาให้น้อยลงคือรอบเช้า 3 ชม.และรอบบ่าย 3 ชม.เพราะถ้าเยอะกว่านี้ก็จะทำให้เบลอด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย และหากการเจรจาครั้งนี้ไม่เป็นผลก็ต้องกลับมาตั้งหลักใหม่ ต้องมาทบทวน ถ้าดีก็เดินหน้าต่อ ถ้าไม่ดีก็ต้องมาดูว่าทำอย่างไรจะดีขึ้น แต่การเจรจาก็ดีกว่าไม่เจรจาอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงหรือไม่หากศาลปกครองสูงสุดยืนตามศาลปกครองกลาง จะทำให้มีปัญหายุ่งหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า จะไปยุ่งอะไร นายถวิล ก็กลับมาเป็นเลขาฯสมช. ไม่ยุ่งหรอก อย่ามองทุกอย่างเป็นปัญหา ตนคิดไม่เหมือนพรรคพวกอีกหลายคนในพรรค ตนมองเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ
"หมวดเจี๊ยบ" ชี้ "ม็อบหน้ากากสีต่างๆ" เคลื่อนไหว สะท้อนสังคมคิดต่าง
ร.ท.หญิงสุนิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนที่สวมหน้ากากสีต่างๆว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่ และสะท้อนว่าขณะนี้ สังคมยังมีการปะทะกันระหว่างความคิด 2 ขั้ว คือ 1.ประชาชนที่รักประชาธิปไตยและสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง 2. ตัวแทนกลุ่มอำนาจเก่าที่กลัวจะเสียอำนาจ และเคยออกมาขับไล่รัฐบาลทักษิณมาแล้ว แต่คราวนี้มาในมาดใหม่แยกย้ายกันเคลื่อนไหว ในนามไทยสปริงบ้าง หน้ากากขาวบ้าง ม็อบสนามหลวงบ้างแต่เนื้อหายังเหมือนเดิม คือ ขับไล่รัฐบาลทักษิณและครอบครัวชินวัตร โดยไม่ยอมรับความจริง แต่ยังมีคนไทย 15 ล้านคนในประเทศไทย ที่ชอบการบริหารของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จึงเลือก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และลงคะแนนให้พรครเพื่อไทยเป็นรัฐบาล
“ น่าแปลกว่าสังคมบ้านเรา ยังมีคนที่ตั้งข้อรังเกียจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ไม่เคยรังเกียจการปฏิวัติรัฐประหาร ทั้งที่เป็นวงจรอุบาทว์ ขอถามว่าประเทศไทยยังบอบช้ำไม่พออีกหรือ อ้างว่าต่อสู้เพื่อความถูกต้องชอบธรรม แต่ไม่สนใจความต้องการของคนส่วนใหญ่ แล้วเอาความต้องการของกลุ่มตัวเองเป็นใหญ่ ถูกต้องชอบธรรมหรือไม่ แต่รัฐบาลก็ยืนยันว่าเคารพสิทธิการชุมนุมของทุกคน แม้จะคิดต่างจากรัฐบาลก็ตาม” ร.ท.หญิงสุนิสา กล่าว
ร.ท.หญิงสุนิสา กล่าวต่อว่า ขอเตือนพรรคประชาธิปัตย์ว่าอย่ามัวแต่จ้องแย่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี จนทิ้งหลักการประชาธิปไตย ที่ผ่านมามักจะโจมตีรัฐบาลว่ามีกองกำลังส่วนตัว ให้ท้ายมวลชนเสื้อแดง แต่พอเป็นม็อบต้านรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับสนับสนุนเต็มที่แถมยังบอกว่าการที่ม๊อบต้านรัฐบาล เป็นกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่เรื่องเสียหาย จะเห็นได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์เลือกที่จะพูด เฉพาะมุมที่ตัวเองได้ประโยชน์ ถ้าเป็นม็อบเชียร์ตัวเองก็บอกว่าดีทำได้ไม่เป็นไร ถ้าเป็นม็อบที่สนับสนุนรัฐบาลก็ตราหน้าว่าเป็นคนเลวหรือเป็นผู้ก่อการร้าย ดังนั้นขอให้หยุดโจมตีรัฐบาล เพราะประชาธิปัตย์หมดความชอบธรรม ที่จะพูดเรื่องนี้
ร.ท.หญิงสุนิสา กล่าวต่อว่า เพราะนับตั้งแต่ปล่อยให้ ม็อบของนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ บุกยึดสนามหลวง แบบนี้ถือว่าพรรคประชาธิปัตย์มีกองกำลังของตัวเองอยู่ที่สนามหลวงใช่หรือไม่ จะปฏิเสธได้อย่างไรว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังต่อต้านรัฐบาล เพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้บริหารกทม. ซึ่งกำกับดูแลสนามหลวง ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่รู้เห็นเป็นใจ แล้วม๊อบจะเข้าไปตั้งเต๊นท์อยู่บนท้องสนามหลวงได้อย่างไร
“ สิ่งที่สังคมควรตั้งคำถาม คือ ขบวนการเหล่านี้กำลังสมคบคิดกันสร้างเงื่อนไขความรุนแรง ปูทางไปสู่การปฏิวัติใช่หรือไม่ ขอบอกว่าลูกไม้เก่าๆที่เคยใช้โค่นรัฐบาลทักษิณ อาจใช้ไม่ได้ผลอีกแล้วเพราะวันนี้ประชาชนรู้เท่าทันวงจรอุบาทว์เหล่านี้ หากมีการใช้วิธีการไม่ถูกต้องโค่นล้มรัฐบาล ก็เชื่อว่าประชาชนไม่ยอมรัฐรัฐประหารและออกมาคัดค้านจนถึงที่สุด แต่รัฐบาลก็จะบริหารด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ตกหลุมพราง ของผู้ที่ต้องการสร้างเงื่อนไขค วามรุนแรง แต่จะดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง โดยยังรักษาบรรยากาศให้เอื้อต่อการแสดงออกของประชาชนทุกกลุ่ม ตามสิทธิในระบอบประชาธิปไตย" ร.ท.หญิงสุนิสา กล่าว
ร.ท.หญิงสุนิสา กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องนายกัฐมนตรี ให้คืนตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)ให้กับนายถวิล หลังศาลปกครองกลางเพิกถอนคำสั่งว่า พรรคประชาธิปัตย์มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องนี้ ไม่อยู่ในฐานะที่จะมากดดันนายกฯ อย่าลืมรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เคยโยกย้าย พล.ท.ภราดร จากรองเลขาฯ สมช.ไปเป็นที่ปรึกษานายกฯ และหากการโยกย้ายครั้งนั้น เป็นเพราะนามสกุลเดียวกับนายปรีดา พัฒนถาบุตร อดีตรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย และอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่ง พ.ต.ท. ทักษิณ เคยทำหน้าที่ตำรวจติดตาม ถือว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลไม่มีคุณธรรมรังแกข้าราชการ ออกมาไล่บี้ให้คืนตำแหน่งไม่ได้รักษาผลประโยชน์ สมช.แต่ต้องการข่มขวัญข้าราชการประจำให้เห็นว่ามีปัญหากับพรรคประชาธิปัตย์จะถูกตามจองล้างจองผลาญ ขอให้ทุกฝ่ายเคารพการตัดสินใจและเชื่อมั่นจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ
"ม็อบสนามหลวง-หน้ากากขาว" บุกทำเนียบให้กำลังใจ "ถวิล"
กลุ่มเครือข่ายพลังธรรมาธิปไตยและเครือข่ายกองทัพปลดแอกประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(ทปท.)ที่ปักหลักชุมนุมอยู่บริเวณท้องสนามหลวง ได้เคลื่อนขบวนมวลชน กว่า 300 คน ผ่าน ถ.ราชดำเนิน มายังบริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชษฐ์ด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อแถลงการณ์แสดงพลังไม่รับอำนาจของการบริหารงานของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งให้กำลังใจนายถวิล ที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้การแต่งโยกย้ายโดยอำนาจนายกฯไม่เป็นธรรม ทั้งนี้ มวลชนส่วนใหญ่แต่งกายด้วยชุดสีเขียว และสวมหมวกสัญลักษณ์ดาวแดง เดินนำขบวน ขณะที่บางส่วน มีการสวมหน้ากากขาว พร้อมชูป้ายข้อความโจมตีรัฐบาลทั้งการบริหารงานที่ทุจริต และการโยกย้ายนายถวิล
โดยนายสมบูรณ์ สุพรรณฝ่าย หรือ สหายบัญชา แกนนำกลุ่มทปท.เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์สรุปว่า การบริหารราชการโดยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช้อำนาจโดยไม่ชอบรัฐธรรมนูญและกฏหมาย เล่นพรรคเล่นพวกข่มเหงรังแกแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการที่ทำงานสุจริตโดยไม่เป็นธรรม เช่น กรณีนายถวิลซึ่งในที่สุดศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้การแต่งตั้งโยกย้ายดังกล่าวเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและให้หน่วยงานเกี่ยวข้องดำเนินการให้นายถวิลกลับดำรงตำแหน่งเดิมโดยเร็ว ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความไม่เป็นธรรมของรัฐบาล เพื่อหวังผลทางการเมืองและให้พวกพ้องที่ด้อยความสามารถได้รับการเลื่อนขั้นสูงขึ้น
ดังนั้น คณะประชาชนไม่อาจยินยอมให้กลุ่มการเมืองทุนนิยมผูกขาดใช้อำนาจกดขี่ข้าราชการ ให้ตกเป็นเครื่องมือในการกระทำทุจริต แสวงหาผลประโยชน์จากภาษีประชาชน จึงขอประกาศไม่รับอำนาจรัฐและต้องการรียกคืนอำนาจการปกครองจากกลุ่มการเมืองดังกล่าวคืนกลับสู่ประชาขน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ชุมนุมได้ใช้เวลาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ และอ่านแถลงการณ์ประมาณ 40 นาทีก่อนเดินทางกลับโดยสงบ



