
เด้ง!ขนส่งศรีสะเกษเซ่นรถหรู
เด้ง!ขนส่งศรีสะเกษเซ่นรถหรู เจ้าตัวพร้อมรับคำสั่ง ยันทำถูกต้องเพราะเพิ่งย้ายมาเพียงไม่กี่เดือนรับจด 7 คัน 'ดีเอสไอ'รับคดีไฟไหม้รถหรูเป็นคดีพิเศษน
เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 3 มิถุนายน 2556 ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ นายดนัย โคตรอาษา ขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ตนได้รับข้อความในมือถือว่าอธิบดีมีคำสั่งให้ย้ายไปช่วยราชการในกรมการขนส่งทางบก ซึ่งหากเป็นจริงตนก็พร้อมที่จะปฎิบัติ เพราะเป็นข้าราชการ พร้อมในการทำงานที่ไหนก็ได้ แม้ว่าตนเพิ่งเดินทางมารับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.2555 และจะเกษียญอายุราชการในเดือนกันยายน 2556 นี้ก็ตาม แต่เมื่อมีกระแสข่าวมาเช่นนี้ตนก็พร้อมที่จะปฎิบัติ ไม่ว่าคำสั่งจะเป็นไปเพื่อความเหมาะสมหรือตามกระแสก็ตาม
"ยืนยันว่านับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งรับจดทะเบียนไปเพียง 7 คัน และทำถูกต้องตามคำสั่งของกรม มีเอกสารครบถ้วนในการจด และพร้อมให้มีการตรวจสอบ แต่เมื่อมีคำสั่งมาจริงก็พร้อมน้อมรับ ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้ได้รับคำสั่งให้เข้าไปชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายการตรวจสอบการทุจริต ซึ่งก็จะได้นำเอกสารหลักฐานทั้งหมดไปชี้แจงเพื่อขอความเป็นธรรมในวันที่ 7 มิถุนายน นี้ตามหนังสือคำสั่งเดิม" นายดนัย กล่าวและว่า
จะขอรอดูหนังสือสั่งการจากกรมการขนส่ง และจากอธิบดีอีกครั้งว่าคำสั่งย้ายมีผลวันใด หากมีคำสั่งว่าให้เดินทางภายใน 24 ชั่วโมงตนก็พร้อม และไม่มีอะไรติดใจ เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนเอง พร้อมจะปฎิบัติ ไม่ว่าคำสั่งจะเป็นไปเพื่อความเหมาะสมหรือตามกระแสก็ตาม
เผยเหตุไหม้รถหรูจากอีซียูของรถบีเอ็ม
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบคาดว่าสาเหตุเพลิงไหม้ต้นเพลิงมาจากตัวอีซียู หรือ อิเล็คโทรนิคคอลโทรลยูนิต ซึ่งติดตั้งอยู่ทางด้านซ้ายของตัวรถบีเอ็มดับเบิลยู และเมื่อตรวจสอบไล่ไปตามสายไฟพบว่ามีการเชื่อมต่อกับแบตเตอรี แม้จะไม่ได้สตาร์ทเครื่องยนต์แต่ก็มีไฟในส่วนนี้หล่อเลี้ยงตลอดเวลา โดยก่อนหน้านี้เคยพบเหตุไฟไหม้รถยนต์จากกรณีดังกล่าวเช่นกัน จากนี้จะต้องตรวจสอบว่าทำไมจึงเกิดประกายไฟลุกไหม้ได้ โดยจำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่บริษัทรถของบีเอ็มดับเบิลยูมาตรวจสอบ นอกจากนี้จากการตรวจสอบรถเบนท์ลีย์พบข้อน่าสงสัยว่าหมายเลขตัวถังรถเป็นตัวเลขที่เป็นลักษณะเฉพาะของรถยี่ห้อเฟอร์รารี่เท่านั้น จึงสงสัยว่าจะมีการปลอมแปลงหมายเลขตัวถังรถ โดยขณะนี้กำลังเร่งตรวจสอบในส่วนอื่น คาดว่าจะทราบผลในเร็วๆ นี้
'เผดิมชัย'แจงรถหรูไม่ใช่ของลูกชาย
นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน กล่าวถึงข่าวกรณีรถหรูที่ถูกเผามีชื่อลูกชายเป็นเจ้าของด้วยนั้น ว่า เรื่องนี้ตนและลูกชายทราบเรื่องนี้แล้วและทางตำรวจได้เชิญลูกชายไปสอบถามข้อเท็จจริง ซึ่งก็ได้ชี้แจงไปว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด เพราะเลขทะเบียนรถ 2617นั้นเป็นเลขทะเบียนรถในช่วงที่ลูกชายตนเพิ่งซื้อรถมาใหม่ซึ่งเป็นทะเบียนป้ายแดง ต่อมาได้ขอเปลี่ยนเลขทะเบียนใหม่ไม่ได้ใช้เลขทะเบียน 2617อีก และขอยืนยันว่าได้เปลี่ยนเลขทะเบียนรถมาหลายปีแล้ว ซึ่งการที่ตำรวจพบว่าเลขทะเบียนรถดังกล่าวเป็นของลูกชายตนนั้น
เนื่องจากบริษัทเอเย่นรถยังไม่ได้แทงเรื่องเปลี่ยนชื่อลูกชายตนออกจากการเป็นเจ้าของเลขทะเบียนรถ 2617 จึงทำให้ถูกเข้าใจผิดว่าลูกชายตนเป็นเจ้าของเลขทะเบัยนเดิมของรถหรูคันที่ถูกเผา ทั้งนี้ ตนไม่สนับสนุนในเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว จึงขอยืนยันว่าลูกชายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ
"ตอนที่ผมกับลูกชายเมื่อรู้เรื่องนี้ก็ยังมานั่งหัวเราะกัน เพราะว่ามันเป็นเรื่องเก่า ตั้งแต่ออกรถป้ายแดงใหม่ๆ และก็ได้เปลี่ยนเลขทะเบีบยนไปหลายปีแล้ว เมื่อตำรวจสอบถามมาก็ได้ให้ลูกชายไปชี้แจงแล้ว และทุกวันนี้รถลูกชายที่ซื้อมาก็ยังมาจอดที่กระทรวงแรงงาน และไม่ได้ใช้เลขทะเบีบยน2617อีกแล้ว คนในกระทรวงก็เห็นกันหทมด" นายเผดิมชัยกล่าว
'ดีเอสไอ'รับคดีไฟไหม้รถหรูเป็นคดีพิเศษ
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบรถหรูที่เกิดเหตุเพลิงไหม้จำนวน 6 คัน เหตุเกิดที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ว่า ในวันนี้ (3 มิ.ย.) ตนได้เซ็นคำสั่งรับคดีดังกล่าวไว้เป็นคดีพิเศษแล้ว เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฐานเลี่ยงภาษี เข้าข่ายผิดพ.ร.บ.ศุลกากร ที่เป็นบัญชีแนบท้ายของดีเอสไอ ทำให้ตนในฐานะอธิบดีดีเอสไอ มีอำนาจสั่งการรับเป็นคดีพิเศษได้โดยไม่ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.)
ซึ่งหลังจากนี้ดีเอสไอจะประสานขอโอนสำนวนการสอบสวนทั้งหมดจากสภ.กลางดง และในวันพรุ่งนี้ (4 มิ.ย.) ได้มอบหมายให้พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ. สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาคไปประสานการทำงานเพื่อเดินหน้าคดีทันที ซึ่งจากการประสานข้อมูลเบื้องต้นที่พบรถหรูยี่ห้อลัมโบกินี่ สีขาว 1 คัน เป็นรถหรูที่อยู่ในบัญชีเป้าหมายที่ดีเอสไอติดตามอยู่โดยอยู่ในกลุ่มรถเตรียมนำไปจดประกอบ ซึ่งดีเอสไอพบว่ามีกว่า 1,000 คัน
ส่วนอีกกลุ่มที่ดีเอสไอเก็บข้อมูลและติดตามอย่างต่อเนื่องมากว่า 2 ปี คือ รถยนต์หรูเลี่ยงภาษีที่นำไปจดทะเบียนแล้วมีจำนวน 5,832 คัน รวมเป็นข้อมูลรถยนต์ที่ต้องตรวจสอบเกือบ 7,000 คัน โดยในจำนวนนี้ดีเอสไอยังมีข้อมูลของพื้นที่ที่พบการจดทะเบียนใน 21 จังหวัด โดยจังหวัดทีมีการรับจดทะเบียนรถในกลุ่มนี้มากที่สุด คือ จังหวัดนนทบุรี 2,253 คัน ส่วนจังหวัดศรีษะเกษ พบว่ามี 19 คัน
นายธาริต กล่าวอีกว่า สำหรับรถลัมโบกินี่คันดังกล่าวดีเอสไอมีรายละเอียดการครอบครองและนำเข้าทั้งหมด โดยพบว่ามีบุคคลเข้าไปเกี่ยวข้องจำนวน 18 คน ซึ่งข้อมูลที่พบมีทั้งชื่อบริษัทที่แจ้งจดประกอบ คือ บริษัทธรรมะมอเตอร์ริช จำกัด ซึ่งมีผู้ประกอบการ คือ นางพรพิมล เคหะฐาน ส่วนชื่อผู้ซื้อเครื่องยนต์ คือ นางสุกัญญา สมบัติดี ขณะที่บริษัทนำเข้า คือ บริษัท P.A.N.Express นอกจากนี้ยังพบว่ามีเจ้าหน้าที่ทั้งสรรพากร ศุลากร สรรพสามิต ขนส่งทางบก และวิศวกรที่ออกเอกสารรับรองการติดตั้งถังก๊าซเข้าไปเกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตามเชื่อว่ารถยนต์อีก 6 คัน ที่เหลือน่าจะเกี่ยข้องกับการหลบเลี่ยงภาษีเช่นกันพร้อมกันนี้พบว่ามีรถลัมโบกินี่ 3 คัน ที่อยู่ในเป้าหมาย กำลังจะนำไปจดทะเบียนซึ่งพบแล้ว 1 คัน คือ คันที่เกิดเหตุไฟไหม้และอยู่ระหว่างติดตามอีก 2 คัน ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตุว่าเหตุใดจึงนำรถไปจดทะเบียนที่จังหวัดศรีษะเกษอยู่ระหว่างการสืบสวน
นายธาริต กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องดังกล่าวอาจมีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องว่า เบื้องต้นจากการสืบสวนยืนยันว่ายังไม่พบมีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่เชื่อว่าน่าจะมีนักการเมืองเกี่ยวข้อง เพราะกลุ่มผู้ซื้อรถหรูจะเป็นนักการเมืองหรือนักธุรกิจทีมีฐานะ สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการที่กระทำความผิดตามพ.ร.บ.ศุลกากรฐานหลบเลี่ยงภาษี ส่วนผู้ที่ซื้อรถต้องดูเจตนาเป็นหลักแต่จากข้อมูลของดีเอสไอพบว่ากลุ่มผู้ซื้อรถจะรู้ที่มาที่ไปและระบบของขบวนการเหล่านี้อยู่แล้ว เนื่องจากประเทศไทยไม่มีเทคโนลีที่ทันสมัยในการนำรถมาประกอบ
ด้านพ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวถึงกรณีทีมีมติครม.ห้ามไม่ให้มีรถจดประกอบ แต่พบว่ายังมีการรับจดทะเบียนรถจดประกอบอยู่นั้นเห็นว่าแม้จะมีมติครม.แล้วแต่หน่วยงานที่เกียวข้องยังไม่ออกประกาศบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ทำให้ยังพบว่ามีการนำชิ้นส่วนรถมาแจ้งจดประกอบในประเทศไทยอยู่
'ดีเอสไอ'เผยพบเลขตัวถังลัมโบกินีตรงบัญชีรถหรูเลี่ยงภาษี
พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ. ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษภาค กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงการลงพื้นที่ สภ.กลางดง จ.นครราชสีมา ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก และกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ตรวจสอบกรณีรถหรูเกิดเพลิงไหม้ขณะบรรทุกไปส่งลูกค้า ที่ จ. ศรีสะเกษ เหตุเกิดบริเวณ ทางขึ้นเขาหลัก กม.36-37 ถ. มิตรภาพ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า เบื้องต้นพบว่ามีรถหรู 1 ใน 6 คัน คือลัมโบกินี่ สีขาว มีเลขตัวถังตรงกับบัญชีรถเลี่ยงภาษีที่ดีเอสไอตรวจสอบได้ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้จะรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจากพฐ.อีกครั้ง เพื่อเสนอข้อเท็จจริงให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ในความผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ.ศุลกากร
เนื่องจากรถเหล่านี้เป็นรถหรูที่นำเข้ามาทั้งคันแต่เลี่ยงภาษีด้วยการแจ้งว่าเป็นนำเข้าชิ้นส่วนเพื่อนำมาประกอบเป็นรถจดประกอบ ซึ่งจะทำให้เสียภาษีต่ำกว่าการนำเข้าทั้งคันประมาณ 200 % แต่ข้อเท็จจริงพบว่ารถเหล่านี้เป็นรถราคาแพง มีเทคนิคในการประกอบชั้นสูงไม่สามารถแกะชิ้นส่วนเพื่อนำมาประกอบได้แน่นอน ซึ่งดีเอสไอมีบัญชีรถจดประกอบและรถเลี่ยงภาษีนำเข้าเหล่านี้เป็นจำนวนมาก และในวันพรุ่งนี้ (3 มิ.ย.) จะนำเสนอข้อมูลให้อธิบดีดีเอสไอพิจารณานำเข้าที่ประชุมคดีพิเศษในลักษณะของปัญหาทั้งระบบ โดยใช้กรณีดังกล่าวเป็นตัวอย่าง
พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวอีกว่า ดีเอสไอได้ประสานข้อมูลการตรวจสอบรถจดประกอบและรถหรูเลี่ยงภาษีอย่างต่อเนื่อง โดยได้ประสานข้อมูลอย่างใกล้ชิดกับกรมการขนส่งทางบก ซึ่งก่อนหน้านี้มีการขอตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนรถหลายคันที่อยู่ในบัญชีที่ดีเอสไอรวบรวมไว้ได้ว่าเป็นรถหรูที่นำเข้ามาโดยการหลบเลี่ยงภาษี มีการสำแดงหลักฐานเป็นรถจดประกอบเพื่อให้เสียภาษีต่ำกว่าความเป็นจริง



