ข่าว

ประท้วง'ตุรกี'เป็นสงครามวัฒนธรรม

ประท้วง'ตุรกี'เป็นสงครามวัฒนธรรม

03 มิ.ย. 2556

การประท้วงที่ตุรกี ไม่ใช่การประท้วงธรรมดา แต่เป็นสงครามทางวัฒนธรรม

 

                          3 มิ.ย. 56  ผู้ประท้วงได้กระจายตัวกันออกมาจากเขตเบซิคทัส ที่อยู่ในฝั่งเอเชียของนครอิสตันบุล ของตุรกี พร้อมกับโบกธงชาติ ถือไอโฟนไว้ในมือ ขณะที่รถยนต์ที่แล่นผ่านไป-มา บีบแตรเสียงดังสนั่น /// พวกผู้หญิงที่สวมผ้าคลุมศีรษะและผู้ชายมีเครา พากันเดินขบวนมุ่งหน้าไปยังจตุรัสทัคซิม และนับเป็นการประท้วงที่ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ คนที่เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นคนทั่วไป ไม่ใช่ตัวแทนด้านศาสนา และมีทั้งคนหนุ่ม-สาว / ที่ปรึกษาทางธุรกิจ, ผู้บริหารธุรกิจการเงิน ,นักวิชาการและทนายความ

                          สารที่คนเหล่านี้ ต้องการส่งไปถึงนายกรัฐมนตรีเรเซ็ป ไตยิบ เอดวน ผู้ได้ชื่อว่า เป็นผู้นำพรรคการเมืองที่มีรากเหง้าอิสลามและครองอำนาจมายาวนานนับทศวรรษ เป็นการผสมผสานกันระหว่างความหวังและความผิดหวัง // นักศึกษาปริญญาเอกคนหนึ่ง ที่มีอุปกรณ์ป้องกันแก๊สน้ำตา บอกว่า เธอและผู้ประท้วงคนอื่น ๆ ไม่คิดว่า นายกรัฐมนตรีจะลาออกตามที่เรียกร้องเพราะรู้ดีว่า พวกเธอเป็นคนส่วนน้อยของประเทศ แต่ก็ต้องการให้เขาเคารพคนส่วนน้อยด้วย

                          นับตั้งแต่พรรคความยุติธรรมและการพัฒนา หรือ AKP ก้าวขึ้นสู่อำนาจ เมื่อปี 2545 สร้างความวิตกให้แก่คนทั่วไปที่ไม่ใช่พวกเคร่งศาสนา ในคาเฟ่ต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ในแถบบอสฟอรัส หรือที่รู้จักกันในชื่อ ช่องแคบอิสตันบุล ได้กลายเป็นแหล่งรวมนักวิชาการ ที่พากันเรียกสิ่งที่พวกเขาเห็นว่า เป็นการคืบคลานเข้าครอบงำของศาสนาอิสลามว่า สงครามวัฒนธรรม

                          เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ความไม่พอใจที่สั่งสมมายาวนาน ได้ถูกเอาออกมาระบายตามท้องถนนสายต่าง ๆ นายกรัฐมนตรีเอดวนและพรรคของเขา กำลังเผชิญการท้าทายที่ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาถูกมองว่า ปกครองประเทศแบบหนักมือขึ้นเรื่อย ๆ

                          การจลาจลในตุรกีเริ่มจากการประท้วงย่อย ๆ เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อแผนการของนายเอดวน ที่จะสร้างห้างสรรพสินค้าที่สวนสาธารณะเกซี ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวหาได้ยากบริเวณขอบจตุรัสทัคซิม ก่อนจะขยายวงกว้างและตำรวจยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ประท้วงโดยสันติ เมื่อวันศุกร์ ที่กลายเป็นหลักฐานว่า นายเอดวนใช้อำนาจเผด็จการ ทั้งที่ผู้ประท้วงเพียงต้องการแสดงความไม่พอใจต่อสิ่งที่พวกเขาเห็นว่า กำลังรุกรานวิถีความเป็นอยู่ของพวกเขามากขึ้นเรื่อย ๆ

                          อดีต ส.ส. พรรครัฐบาลคนหนึ่ง บอกว่า มีสิ่งปลูกสร้างเกิดขึ้นมากมาย และสวนสาธารณะเกซี ถือเป็นฟางเส้นสุดท้าย มันจะไม่มีต้นไม้เหลืออีกต่อไปแล้ว เขาหวังว่า นายกรัฐมนตรีจะเข้าใจถึงการดำเนินการเรื่องนี้ด้วยความระมัดระวัง // ก่อนหน้านี้ มีประเด็นอื่นที่ชาวตุรกีส่วนใหญ่เก็บกดมานานแล้ว ที่รวมถึงการออกกฎหมายที่จำกัดการดื่มหรือส่งเสริมการขายเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ ในที่สาธารณะ และการตัดสินใจของนายเอดวน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ให้ตั้งชื่อสะพานแห่งใหม่ เหนือบอสฟอรัส ตามพระนามของสุลต่าน ออสมันลี่ ผู้สถาปนาอาณาจักรออตโตมัน

                          ผู้สนับสนุนนายเอดวน บอกว่า มาตรการใด ๆ เช่น กฎหมายเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ล้วนออกมาเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพของประชาชน ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่อยู่ในออฟฟิศ เขาได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เขาไม่มีความประสงค์จะบังคับใช้กฎหมายอิสลามแต่อย่างใด

                          แม้ว่านายเอดวน จะยังไม่แสดงท่าทีใด ๆ แต่ก็เหมือนกับว่า เขายอมรับแล้วว่า เขากำลังเผชิญความเสี่ยง // และแม้ว่าจะถูกมองว่า ยากที่ผู้ประท้วงจะโค่นอำนาจประธานาธิบดี ที่ได้รับการเลือกตั้งมาถึงสามสมัยลงได้ แต่ดูเหมือนคนที่มีส่วนในการแทรกแซงจนไม่ก่อให้เกิดการสูญเสียเลือดเนื้อก็คือ ประธานาธิบดีอับดุลลาห์ กัล ที่เป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรค JDP ได้โทรศัพท์ถึงนายเอดวน / นายกเทศมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อแสดงความวิตกต่อพลังในด้านลบ จากการประท้วง ที่จำเป็นต้องป้องกันก่อสจะลุกลามกลายเป็นการเผชิญหน้าที่ใหญ่โตกว่านี้

                          การถอนกำลังตำรวจออกจากจตุรัสทัคซิม เมื่อวันเสาร์ ช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายลง แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้สถานการณ์ยุติลงได้ ผู้ประท้วงประกาศจะอยู่ที่จตุรัสแห่งนี้ต่อไป และตำรวจยังคงเผชิญหน้ากับผู้ประท้วงที่่ขว้างปาก้อนหินเข้าใส่ // เมื่อวันอาทิตย์ ผุ้ประท้วงขนเอามะนาวและนมไปบรรเทาอาการที่เกิดจากการโดนแก๊สน้ำตา สถานีโทรทัศน์ของตุรกี ไม่ยอมเสนอข่าว แต่ออกอากาศสารคดีเกี่ยวกับนกเพนกวินและรายการทำอาหาร ทำให้ผู้ประท้วงต้องหาทางออกด้วยการกระจายข่าวผ่านทางทวิตเตอร์

                          ที่ปรึกษาทางธุรกิจคนหนึ่ง ที่เข้าร่วมการประท้วง บอกว่า แน่นอนว่า นายกรัฐมนตรีไม่มีทางที่จะลาออกแน่ และท้ายที่สุดห้างสรรพสินค้าก็จะถูกสร้างขึ้นมาจนได้ แต่ประชาชนต่างรู้แล้วว่า พวกเขามีพลัง ที่สามารถไปแสดงออกกันที่จตุรัส ได้พูด ได้ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ก็ถือเป็นความสำเร็จแล้ว

 

จลาจลเดือดวันที่ 3 ถูกประณามใช้กำลังสลายม็อบเกินกว่าเหตุ

 

                          ตุรกีเผชิญการประท้วงรุนแรงกลายเป็นจลาจลติดต่อกันวันที่ 3 เมื่อวาน นับเป็นการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี โดยเริ่มจากความไม่พอใจต่อแผนปรับปรุงสวนสาธารณะในอิสตันบูลเพื่อสร้างห้างสรรพสินค้าก่อนลุกลามกลายเป็นการประท้วงทั่วประเทศเพื่อขับไล่รัฐบาล

                          ผู้ประท้วงยังคงปะทะกับตำรวจปราบจลาจลในบริเวณจตุรัส ทัคซิม ในนครอิสตันบูลเมื่อวานนี้ นับจากเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันศุกร์ และผู้ประท้วงสามารถควบคุมพื้นที่ไว้ได้ พร้อมทั้งสร้างแนวเครื่องกีดขวางปิดกั้นทางเข้าจตุรัส แต่จุดปะทะรุนแรงกลับย้ายไปอยู่ใกล้ทำเนียบของนายกรัฐมนตรีในอิสตันบูล

                          นครอิสตันบูลเป็นจุดเริ่มต้นของการประท้วงเพื่อต่อต้านการตัดต้นไม้ในสวนสาธารณะ เกซี ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่หลงเหลืออยู่ไม่กี่แห่งของเมือง เพื่อปรัปปรุงพื้นที่สำหรับก่อสร้างห้างสรรพสินค้า และโครงการนี้กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่จุดกระแสความไม่พอใจต่อนายกรัฐมนตรีเรเจ๊ป ไตยิบ แอร์ดวนที่ดำรงตำแหน่งมานาน 10 ปี มากยิ่งขึ้นจนลุกลามกลายเป็นการประท้วงกดดันให้เขาลาออกจากตำแหน่ง

                          การประท้วงเกิดขึ้นในอย่างน้อย 67 เมืองทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึง 4 เมืองใหญ่ได้แก่ อิสตันบูล อังการา อิซมีร์ และอาดานา  และส่วนใหญ่กลายเป็นเหตุรุนแรง โดยในย่านเบซิกตาสของกรุงอังการา ตำรวจต้องยิงแก๊สน้ำตาและฉีดน้ำเพื่อสกัดฝูงชนไม่ให้เข้าใกล้ทำเนียบรัฐบาล ขณะที่ฝูงชนพยายามฝ่าแนวกั้นของตำรวจ ส่วนในเมืองอิซมีร์ เมืองใหญ่อันดับ 3 มีผู้ประท้วงจุดไฟเผาสำนักงานพรรคเอเค ที่เป็นพรรครัฐบาล และทุบทำลายหน้าต่างอาคารหลายหลังในบริเวณใกล้เคียง

                          ตลอดสามวันนี้มีผู้ประท้วงถูกจับกุมตัวอย่างน้อย 1,700 คน แต่บางส่วนก็ถูกปล่อยตัวแล้ว นอกจากนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 2 คนและบาดเจ็บกว่า 1,000 คน โดยเฉพาะในกรุงอังการามีมากเกือบ 500 คน บางคนถึงกับตาบอดเพราะกระสุนพลาสติกแก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทย นอกจากนี้มีรายงานว่าทางการใช้เฮลิคอปเตอร์ในการยิงแก๊สน้ำตาด้วย

                          ด้านนายกรัฐมนตรีแอร์ดวน กล่าวทางโทรทัศน์เมื่อวานตอบโต้เสียงขับไล่ของผู้ประท้วงด้วยการย้อนถามว่าเขาเป็นเผด็จการจริงหรือ ถ้าหกาคุณเรียกคนที่ทำงานรับใช้ประชาชนว่าเผด็จการ ผมก็ไม่มีอะไรจะพูด พร้อมกันนี้เขากล่าวปกป้องผลงานที่ทำให้เศรษฐกิจเติบโตรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และยังอ้างว่าเป็นผู้นำที่ส่งเสริมการปลูกต้นไม้มากที่สุดคนหนึ่งมากถึงเกือบ 2,000 ล้านต้น พร้อมกับกล่าวว่าผู้ประท้วงกำลังพยายามบ่อนทำลายประชาธิปไตย

                          แต่มีรายงานว่าการประท้วงไม่ใช่เป็นเรื่องตัดต้นไม้แล้ว เวลานี้กลายเป็นการระบายความไม่พอใจต่อการบริหารประเทศของนายแอร์ดวน ที่ดำเนินนโยบายหลายอย่างตามหลักศาสนาอิสลามเคร่งครัดเกินไปจนเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล ทั้งที่ประเทศยึดหลักแยกศาสนาออกจากการเมือง โดยเมื่อเร็วๆนี้เพิ่งจำกัดเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์และห้ามจูบแสดงความรักในที่สาธารณะ

                          ขณะที่กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกรีนพีซ และองค์การนิรโทษกรรมสากลประณามเหตุการณ์สลายผู้ประท้วงครั้งนี้ว่าเป็นการใช้กำลังเกินกว่าเหตุ เช่นเดียวกับนางแคทเธอรีน แอชตัน หัวหน้านโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรปที่แสดงความผิดหวังในเรื่องนี้ และทำเนียบขาวของสหรัฐเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมรักษาความสงบ 

 

 

---------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP)