
'รถเถื่อน'เกลื่อนเมืองจุดอ่อนขรก.กำแพงภาษี
'รถเถื่อน'เกลื่อนเมือง จุดอ่อนขรก.กำแพงภาษี
เปลวเพลิงโหมไหม้ "ซูเปอร์คาร์" ระดับจรวดทางเรียบอย่าง เฟอร์รารี่ ลัมโบกินี เบนท์ลีย์ และบีเอ็มดับเบิลยู บนถนนมิตรภาพ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 36-37 ถนนมิตรภาพ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา กลายเป็นคดีสำคัญที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ลงพื้นที่เพื่อไขปริศนาคลี่คลายคดี
โดยเฉพาะประเด็น "เจ้าของรถตัวจริง" และ "แหล่งที่มาของรถ" ยังมีพิรุธในหลายจุด มีความเป็นไปได้สูงว่า รถเหล่านี้อาจเป็นรถที่นำเข้าชิ้นส่วน ก่อนนำมาประกอบภายในประเทศ หรือแวดวงยานยนต์เรียกว่า "รถจดประกอบ" จะเสียภาษีเพียง 30% ขณะที่การนำเข้าทั้งคันต้องจ่ายภาษีสูงถึง 200-300%
ทว่ารถหรูเหล่านี้ขนส่งในตู้คอนเทนเนอร์ ใครจะไปรู้ ? การสำแดงเอกสารที่ด่านศุลกากรว่า "รถจดประกอบ" แท้จริงแล้วรถอาจอยู่สภาพเกือบสมบูรณ์ 100%
ข้อมูลจากสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ระบุว่า ยอดรถนำเข้าทุกประเภทที่มีการจดทะเบียนในปัจจุบันมีประมาณปีละ 1 หมื่นคัน แต่ยังมีรถค้าง หรือยังไม่ได้จดทะเบียนหลายพันคัน เนื่องจากรถทุกคันที่ผลิต หรือประกอบในประเทศไทย จะต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐานของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) หนึ่งในนั้นคือเรื่องของมลพิษ แต่กฎหมายไม่ได้เขียนครอบคลุมถึงรถที่ใช้แก๊สธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง จึงเป็นช่องโหว่ และเป็นทางลัดสำหรับผู้ครอบครองรถหรูสามารถจดทะเบียนได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องผ่าน สมอ.
ทั้งนี้ รถยนต์ที่ผู้นำเข้าอิสระยื่นเรื่องกับ สมอ.ขอให้ตรวจสอบคุณภาพนั้น ต้องเสียค่าใช้จ่ายคันละ 124,162 บาท โดยตรวจสอบ 4 เรื่อง คือ 1.คาร์บอนไดออกไซด์ ไฮโดรคาร์บอนและออกไซด์ของไตโตรเจน 2.ปริมาณสารมลพิษขณะเดินเบา 3.ปริมาณสารมลพิษจากห้องข้อเหวี่ยง และ 4.ปริมาณสารมลพิษไอระเหย
อีกประเด็น คือ ผลพวงจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งอนุโลมให้ไปจดทะเบียนได้หากเป็นรถที่นำเข้า หรือประกอบก่อน 1 มิถุนายนปีนี้ ดังนั้นผู้ครอบครองรถจึงต้องเร่งรีบไปจดทะเบียนโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ทันเวลาดังกล่าว
สอดคล้องกับตัวเลขการนำเข้ารถยนต์หรูโดยหลบเลี่ยงการเสียภาษี ซึ่งคณะกรรมาธิการการเงินการคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน วุฒิสภา รายงานก่อนหน้านี้ว่า จากการตรวจสอบพบว่า การนำเข้ารถยนต์หรูเลี่ยงภาษี หากคิดเป็นเงินภาษีที่เสียหายไปคันละ 1 ล้านบาท ใน 1 ปีจะมีรถยนต์กว่า 1 หมื่นคันที่หลบเลี่ยงภาษี และมีการลักลอบดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบันประเทศชาติเสียหายไปแล้วกว่า 5-6 หมื่นล้านบาท ที่ผ่านมายังหาหลักฐานสาวไปไม่ถึงตัวผู้กระทำผิดได้ยาก แต่โฟกัสไปบริษัทนำเข้ารถยนต์ 3-4 บริษัท รวมทั้งข้าราชการนับร้อยคนที่อาศัยตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ขบวนรถหรูเลี่ยงภาษี
สำหรับกลุ่มที่ถูกทางการจับตาพิเศษ คือ ผู้นำเข้ารถอิสระ หรือ เกรย์มาร์เก็ต ข้อมูลจากกรมศุลกากรประเมินเบื้องต้นว่า มีเกรย์มาร์เก็ตประมาณ 64 ราย จากทั้งหมดกว่า 200 ราย ที่มีแนวโน้มเข้าข่ายสำแดงราคาไม่ถูกต้อง ดังนั้นกรมศุลกากรจึงพยายามล้อมคอก โดยประกาศใช้คำสั่ง "317" ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2555 ทำให้กระบวนการตรวจการนำเข้ารัดกุมยิ่งขึ้น
สำหรับคำสั่ง 317 ฉบับปรับปรุงใหม่นั้น ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1.ปรับแก้ถ้อยคำเนื้อหาให้รัดกุมขึ้น เจ้าหน้าที่ต้องสงสัยไว้ก่อนว่า "ราคา" ที่ผู้นำเข้าสำแดงเป็นราคาที่แท้จริงหรือไม่ เพื่อดำเนินการตรวจสอบ ต้องอ้างอิงกับราคาเปรียบเทียบว่าราคาที่แจ้งสำแดงถูกต้องหรือไม่ จากเดิมที่คำสั่งอาจจะไม่ชัดเจน ทำให้มีการตีความว่า กรณีไม่สงสัย ก็ไม่ต้องดูราคาเปรียบเทียบ
อีกส่วน คือ ปรับวิธีคิดการกำหนดตัวเลขราคาทดสอบ หรือราคาเปรียบเทียบ เพื่อให้สะท้อนราคาที่แท้จริงมากยิ่งขึ้น โดยจะมีสูตรในการคิดราคาที่จะนำมาหักจากราคาขายส่งเพื่อการส่งออกในประเทศผู้ผลิต จะปรับคิดเป็นรายประเทศแทน จากเดิมที่จะคิดเป็นโซน หรือ กลุ่มประเทศ เช่น ญี่ปุ่นจะหัก 37% และยุโรปหัก 43% สำหรับวิธีคิดใหม่จะทำให้ได้ราคาต่างไปจากเดิม ใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ผู้นำเข้ารถยนต์อิสระรายหนึ่งยอมรับว่า ปัจจุบันการทำธุรกิจรถยนต์นำเข้า โดยเฉพาะรถหรูไม่ง่ายเหมือนเมื่อในอดีต ต่างกับสมัยรัฐบาล "อานันท์ ปันยารชุน" ที่มีนโยบายส่งเสริมการค้าเสรี โดยเปิดช่องให้มีการนำเข้ารถยนต์อย่างเสรีตั้งแต่ปี 2534 เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมในการซื้อรถยนต์ จากเดิมที่มีการผูกขาดโดยค่ายรถเท่านั้น แต่ทุกวันนี้กลายเป็นว่าภาครัฐกลับมีนโยบายที่สวนทาง คือ ไม่สนับสนุนให้มีการค้ารถยนต์เสรี
"ทุกวันนี้ภาครัฐมองว่าผู้นำเข้ารถยนต์อิสระเป็นผู้นำเข้ารถยนต์เถื่อน มองเป็นผู้ร้าย ทั้งที่ผู้ประกอบธุรกิจนี้ต่างก็มีการเสียภาษีอย่างถูกต้องตามระบบ อย่างล่าสุดที่ สมอ.ออกมาประกาศดังกล่าวนั้น บรรดาผู้นำเข้ารถยนต์อิสระต่างไม่เข้าใจในกฎเกณฑ์นี้ เพราะรถยนต์ที่ผลิตมาจากบริษัทแม่ในยุโรป หรือญี่ปุ่นนั้น ล้วนแต่ผ่านมาตรฐานในแต่ละประเทศมาแล้ว"
ไม่ว่าบทสรุปในคดีไฟไหม้รถหรูที่เมืองโคราช จะออกมาอย่างไร ? ใครหรือบุคคลกลุ่มใดเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง? ล้วนสะท้อนถึงเจตนาที่จะหลบเลี่ยงภาษี โดยอาศัยช่องโหว่ของกฎหมาย
......................................
(หมายเหตุ : 'รถเถื่อน'เกลื่อนเมือง จุดอ่อนขรก.กำแพงภาษี)



