
การซ้อมรบโชว์เพาว์หรือเอาเพื่อน
การซ้อมรบโชว์เพาว์หรือเอาเพื่อน : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook : ruarob.muangman
การแสดงแสนยานุภาพอำนาจกำลังรบนั้น ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือข่มแว่นแคว้นเมืองอื่นมานับแต่โบราณ การกะเกณฑ์ผู้คน ช้างศึกม้าเทียม พร้อมศาสตราวุธ ธงทิว เสื้อผ้า องค์ประกอบมากมายมหาศาล แสดงการเดินทัพอย่างมีระเบียบ พร้อมกิจกรรมหรือพิธีกรรมชนิดสะท้านฟ้าดินนานานั้น เป็นเรื่องของสงครามจิตวิทยาข่มขวัญศัตรูมาแต่ไหนแน่ไร โดยมุ่งหวังชัยชนะโดยไม่ต้องรบ แต่ถ้าต้องรบก็จะยังคงชนะอยู่ดี เรื่องเช่นนี้ไม่ได้มีเฉพาะในตำราการยุทธ์ แต่วิธีประกาศสีหนาททางการทูตแบบที่ เจิ้งเหอ กับกองเรือของเขาเคยทำเมื่อหกร้อยปีก่อนนั้นก็เป็นวิถีของประเทศมหาอำนาจเขาทำกัน
ในยุคปัจจุบันที่การศึกสงครามยังเกิดขึ้นไม่มุมใดก็มุมหนึ่งของโลกอยู่เสมอ การซ้อมรบนั้นยังคงเป็นเรื่องจำเป็น การแสดงออกตรงๆ ด้วยการซ้อมรบแบบฉับพลันโชว์ให้ศัตรูรับทราบขีดความสามารถทางทหารแบบเช่นเกาหลีเหนือกับใต้ อวดศักดาทางทะเลกันตลอดครึ่งปีแรกของปีนี้ ให้ผลไม่ต่างกับที่อินเดียกับปากีสถานทดลองนิวเคลียร์แข่งกันเมื่อสิบกว่าปีก่อน นั่นคือ ต่างเกรงในอำนาจการทำลายล้างของอีกฝ่ายหนึ่งจนชะลอการเร่งฝีจักรเข้าชนกันจริงๆ เป็นการป้องปรามศึกที่อาจจะเกิดขึ้น
แม้ในยามสงบ ประเทศที่ไม่มีศัตรูสงครามตามแบบเป็นตัวเป็นตน รวมทั้งไทย ก็ยังอดไม่ได้ที่ต้องซ้อมรบอยู่เป็นนิตย์ เพื่อแสดงให้ผู้ที่อาจหลู่ผลประโยชน์ของชาติไม่ทางใดก็ทางหนึ่งพึงสังวรว่า หมัดเหล็กนั้นเป็นคำตอบสุดท้ายเสมอสำหรับผู้ที่พูดกันไม่รู้เรื่อง แต่ยังมีวัตถุประสงค์อื่นๆ ด้วย เช่น ฝึกซ้อมความชำนาญของกำลังพล ความเชี่ยวชาญในยุทโธปกรณ์ใหม่ ความช่ำชองของแท็กติกยุทธวิธีต่างๆ หรือเป็นบทเรียนหาจุดอ่อนของกองทัพตนเอง สมัยนี้การซ้อมรบมีหลายรูปแบบ แต่การโชว์เพาว์ที่เจ๋งสุดคือการซ้อมรบร่วมผสมกับชาติมหาอำนาจ ที่อาศัยแสนยานุภาพร่วมกันทวีคูณความเกรียงไกรตามไปด้วย ต้องซ้อมกันทุกเหล่าทัพให้ปฏิบัติประสานสอดคล้องเป็นเนื้อเดียวกัน ลักษณะเป็นพันธมิตรซ้อมรบร่วมกันนั้นยิ่งทำให้ศัตรูคิดหนักหากจะรุกรานผู้ซ้อม แม้ชาติจะเล็กกว่าแต่การเป็นพันธมิตรถึงขั้นซ้อมรบร่วมกันกับชาติใหญ่ได้นั้นอาจบอกนัยว่า เมื่อถึงเวลาที่เพื่อนถูกรุกราน พันธมิตรยักษ์ใหญ่ก็อาจมาช่วยได้ สหรัฐนั้นมักชอบซ้อมรบให้แก่ประเทศอื่นบ่อยๆ แต่ยามมีศึกจริงๆ จะมาช่วยแบบช่วยคูเวตหรือเปล่านั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
แต่การซ้อมรบนั้น ไม่ใช่การโชว์เพาว์หรือพัฒนากองทัพตนเองให้พร้อมรบข้าศึกเสมอไป ในยุคที่ไม่แน่นอน ข้าศึกไม่ได้สักไว้ตรงหน้าว่าเป็นข้าศึก การซ้อมรบนั้นยิ่งเป็นการเอาเพื่อน เอาความรู้แลกเปลี่ยนกับของเพื่อน บ่อยครั้งที่มีการฝึกปฏิบัติด้วยกันไม่ว่าจะเป็นภาคสนามหรือภาคจำลองยุทธในสถานการณ์ที่ไม่มีรบเลย เช่น ฝึกกู้ภัยในทะเล หรือพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง แต่บ่อยครั้งการฝึกปฏิบัติอย่างนั้นก็ควบคู่ไปกับการซ้อมรบใช้อาวุธจริง อาวุธปลอม ไปจนถึงการดูว่าฝ่ายอื่นๆ ที่ไม่ใช่ใช้กำลังเข้าสู้รบกับข้าศึกนั้นจะจัดการกับปัญหาเชิงซ้อนที่เกิดขึ้น อย่างเช่น โรคระบาดหรือวิกฤติด้านมนุษยธรรมอย่างไรด้วย
การซ้อมรบแบบหลังนี้กำลังเป็นสิ่งที่เชื่อมสามัคคีระหว่างชาติต่างๆ ได้มาก เพราะเป็นประโยชน์จริงในหลายมิติ ไม่ใช่แค่ด้านการยุทธ์ เนื้อหาการฝึกก็ไม่ใช่เรื่องลับที่อาจกระเทือนซางใคร แต่เป็นการแชร์ความรู้และประสบการณ์ร่วมกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดกับใครก็ได้ ที่สำคัญคือเป็นการสอดประสานกับการทูตทางทหารอื่นๆ อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนที่สุด เป็นการต่อยอดการแลกเปลี่ยนการเยือน การศึกษาอบรมดูงาน หรือการซื้ออาวุธกัน
ไทยกำลังมีการฝึกร่วมผสมกับชาติต่างๆ ตามความร่วมมือทางทหารที่ทวีจำนวนมากขึ้นในรอบหลายปีหลังนี้ ล่าสุดที่นายกฯ ไปเยือนญี่ปุ่นก็มีการทำความข้อตกลงประเด็นนี้กัน ซึ่งก็จะอาศัยเทรนด์ด้านการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย ที่กำลังมาแรงในช่วงนี้เป็นเครื่องมือกระชับความสัมพันธ์ทางทหารให้เหนียวแน่นขึ้นต่อไป



