
หมายจับกับบรรจง : พลิกแฟ้มคดีเก่า...ล่ามือยิง 7 นัด
ช่วงปีที่ผ่านมาทีมงานหมายจับกับบรรจง นำเสนอเรื่องราวคดีอาชญากรรม ผ่านทางรายการสยามเช้านี้ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ททบ.5 และทางเนชั่นแชนแนลมาแล้วนับร้อยๆ คดี บางคดีตำรวจปิดบัญชีได้เรียบร้อย บางคดียังไร้ร่องรอยคนร้าย ปิดบัญชีไม่ลงสักที ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับ
�คดีการยิงสังหารโหด 7 นัด นายศุภชัย จูสนิท หนุ่มวัย 32 ปี เป็นอีกหนึ่งคดีที่ทีมงานเคยนำเสนอผ่านรายการทีวีไปแล้ว เหตุการณ์เกิดตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2551 จนถึงขณะนี้เกือบปีแล้วตำรวจยังคงไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ หลังจากคดีนี้ดูเหมือนจะเงียบหายไป ญาติผู้ตายได้ทำหนังสือร้องทุกข์ไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ให้ช่วยติดตามคดี ขณะเดียวกันก็ได้ร้องทุกข์มายังทีมงานหมายจับกับบรรจง ให้ช่วยติดตามคนร้ายรายนี้อีกทางหนึ่ง
�คนร้ายที่ว่านี้ก็คือ นายพิเชษฐ์ ณ พัทลุง อายุ 45 ปี อดีตครูฝึกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแห่งหนึ่ง โดยปมเหตุของการฆ่าครั้งนี้ เพราะผู้ตายและคนร้ายเคยมีปัญหากันมาก่อน�
�บริษัท รปภ. และที่พักของนายพิเชษฐ์อยู่ในซอยปรีดี พนมยงค์ 21 ขณะที่บ้านของนายศุภชัยก็อยู่ท้ายซอย โดยก่อนหน้าเหตุการณ์สังหารโหดประมาณ 1 เดือน กลุ่มของนายพิเชษฐ์ ซึ่งมีลูกน้องเป็นกลุ่ม รปภ. เคยยกพวกรุมกระทืบพรรคพวกในวงเหล้าแถวบ้านของนายศุภชัย เนื่องจากมีปัญหากัน นายศุภชัยซึ่งตอนนั้นนั่งอยู่ในวงเหล้าด้วย ได้เข้าไปห้ามปรามนายพิเชษฐ์ทำร้ายผู้หญิง จึงถูกนายพิเชษฐ์ใช้มีดตรงเข้าทำร้าย แต่โชคดีหลบทัน และได้เข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน
�หลังรอดคมมีดครานั้นนายพิเชษฐ์และนายศุภชัยก็ไม่ถูกชะตากันมาโดยตลอด จนมาวันเกิดเหตุหลังเทศกาลสงกรานต์ได้ไม่กี่วัน ทั้งสองฝ่ายยังคงติดพันกินเหล้าฉลองสงกรานต์ไม่จบ ฝ่ายนายศุภชัยกินเหล้าอยู่ร้านปากซอย ขณะที่ฝ่ายนายพิเชษฐ์ตั้งวงกับพรรคพวกกันอยู่กลางซอย�
�สุมาลี จูสนิท ภรรยานายศุภชัย เล่าให้ฟังว่า ตนเองเห็นว่าสามียังไม่กลับเข้าบ้านจึงเดินออกไปตามกลับบ้าน ในช่วงขากลับทั้งคู่เดินผ่านวงเหล้ากลุ่มนายพิเชษฐ์ ก็ถูกตะโกนแซวว่า "เมาเหล้า เหมือนหมา" หลังจากนายศุภชัยเดินกลับมาถึงบ้าน แต่ยังแค้นไม่หายที่ถูกแซว จึงคว้ามีดเดินออกจากบ้านกลับไปที่วงเหล้าของนายพิเชษฐ์อีกครั้ง โดยหารู้ไม่ว่ากำลังเดินเข้าหาความตาย
�เพราะทันทีที่นายศุภชัยเดินมาถึง กลุ่มนายพิเชษฐ์ที่กำลังตั้งวงเหล้ากันอยู่เกือบ 10 คน นายพิเชษฐ์เห็นคู่อริกลับมาพร้อมมีดในมือ จึงชักอาวุธปืน 9 มม.คู่กายยิงใส่ร่างนายศุภชัยแบบไม่ยั้ง !!
�ผลคือคมกระสุนเจาะเข้ากระโหลกศีรษะ 4 นัด ลำตัว 2 นัด ขาซ้าย 1 นัด และมีแผลถูกแทงบริเวณเอวอีก 1 แผล นายศุภชัยไม่ตายในทันที ยังคงกัดฟันต่อสู้กับความตาย แต่ก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ในที่สุด ทิ้งภรรยาและลูก 2 คนไว้เบื้องหลัง
�ส่วนนายพิเชษฐ์หลังก่อเหตุก็หลบหนีไปทันที คดีนี้ตำรวจได้ประจักษ์พยานหลายคนเป็นกลุ่ม รปภ.ที่นั่งก๊งเหล้าอยู่ด้วยกัน เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ที่อ้างเหมือนกันหมดคือไม่รู้ว่านายพิเชษฐ์หนีไปทางไหนยังไง
�ถัดจากนั้นสองวันตำรวจออกหมายจับนายพิเชษฐ์และตรวจสอบประวัติ พบว่าก่อนหน้านี้เขาเคยเป็นทหารพรานอยู่ที่ จ.นราธิวาส มาก่อน ส่วนพื้นเพเป็นคนนครศรีธรรมราช นอกจากนี้ยังสืบพบว่าภรรยาของนายพิเชษฐ์มีบ้านอยู่แถว จ.นนทบุรี แต่ตำรวจสายสืบไปดักซุ่มอยู่นานก็ไม่พบตัว
�พ.ต.อ.ชัยน์วัฒน์ อรัญวัฒน์ ผกก.สน.คลองตัน บอกว่า แม้ตนเองเพิ่งย้ายมาหลังเกิดคดีนี้ได้ 7 เดือน แต่ก็ไม่ละเลย ยังคงติดตามคนร้ายรายนี้ โดยให้ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ไปในจังหวัดต่างๆ ทางภาคใต้ ที่เชื่อว่าเป็นแหล่งกบดาน และส่งหมายจับไปตามโรงพักต่างๆ ทั่วประเทศ
�คดีอุกฉกรรจ์แถมมีพยานเห็นเหตุการณ์หลายคน เชื่อว่าเป็นเรื่องยากที่เขาจะเดินเข้ามอบตัว เพราะหมดหวังที่จะสู้คดีให้หลุดพ้น และด้วยความที่เคยเป็นทหารพรานเก่า เชี่ยวชาญการใช้อาวุธและการใช้ชีวิตในป่า จึงถือเป็นบุคคลอันตรายอีกคนหนึ่งที่ปล่อยไว้ไม่ได้ และเชื่อว่าคงไม่ยอมให้ถูกจับได้ง่ายๆ แน่นอน เพราะหากตำรวจตามเจอหนทางที่เหลือจึงมีเพียงสองทาง คือ "คุก" กับถูก "จับตาย"
�แจ้งเบาะแสทีมงานหมายจับกับบรรจง 0-2751-5409� อีเมล [email protected]
�พบเห็นคนร้าย นายพิเชษฐ์ ณ พัทลุง แจ้ง สน.คลองตัน 0-2314-0041-3
�



