ข่าว

คลี่ปมปริศนา : คดีหั่นศพหนุ่มแบงก์(2)

คลี่ปมปริศนา : คดีหั่นศพหนุ่มแบงก์(2)

02 มิ.ย. 2556

คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : รอยนิ้วบนกระจกรถ ปิดคดีหั่นศพหนุ่มแบงก์ (2) : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ

 

                         ร่องรอยบาดแผลที่ปรากฏตามชิ้นส่วนอวัยวะที่ถูกหั่นแยกออกจากกัน มีลักษณะราบเรียบ คล้ายกับโดนคมเลื่อย ทำให้ตำรวจชุดคลี่คลายคดีสะเทือนขวัญ "ฆ่าหั่นศพ" นายเกรียงไกร ขวัญอ่อน พนักงานธนาคารวัย 24 ปี ที่ถูกคนร้ายฆาตกรรมอำพรางแยกชิ้นส่วนอวัยวะบรรจุถุงดำ และกระสอบบรรจุกากถั่วเหลือง แล้วนำมาโยนทิ้งไว้ในคลองส่งน้ำ ริมถนนสายเขาแหลม-หนองประดู่ บ้านหนองกระทุ่ม ต.อู่ตะเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท เมื่อช่วงหัวค่ำคืนวันที่ 18 เมษายน พากันสงสัยว่า "ฆาตกรโหด" รายนี้ใช้อุปกรณ์ชนิดใดลงมือหั่นศพเหยื่อ

                         ที่สำคัญคือ ขณะคนร้ายลงมือแยกชิ้นส่วนอวัยวะต่าง ๆ ออกจากเรือนร่าง "เหยื่อ" หมดลมหายใจไปแล้วหรือยังคงมีชีวิตอยู่?

                         พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร. ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. ให้เข้าไปอำนวยการการทำงานของตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ในการใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์ตรวจพิสูจน์ศพผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า จากสภาพบาดแผลของผู้เสียชีวิต มีลักษณะราบเรียบ โดยเฉพาะที่บริเวณกระดูกทุกชิ้นมีความราบเรียบเสมอกัน ไม่ได้มีร่องรอยการแตกหักจากการกระแทก ซึ่งลักษณะเช่นนี้เป็นร่องรอยที่น่าจะเกิดจากการเลื่อยมากกว่าการถูกฟันหรือถูกสับเพื่อให้ขาดออกจากกัน

                         "บาดแผลที่ปรากฏ เชื่อว่า ผู้ที่ลงมือหั่นศพผู้ตายน่าจะใช่เลื่อยไฟฟ้าขนาดเล็กในการแยกชิ้นส่วนอวัยวะออกจากกัน เพราะบาดแผลราบเรียบ ซึ่งบาดแผลที่เห็นไม่น่าใช่การใช้มีดตัด" พล.ต.ท.จรัมพร ตั้งข้อสังเกต

                         ข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบสภาพบาดแผลของผู้เสียชีวิต ถูกส่งให้แก่พนักงานสอบสวน และตำรวจชุดสืบสวน เพื่อขยายผลทางคดีต่อ โดยตำรวจเชื่อว่าคดีฆ่าหั่นศพคดีนี้ น่าจะมีคนร้ายร่วมลงมือมากกว่า 1 คน ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลแกะรอยหาบุคคลที่มีส่วนร่วมกับคดี "ฆ่าหั่นศพ" คดีนี้

                         แม้หลังถูกตำรวจจับกุม นายประดิษฐ์ สุวรรณภาพ หรือ "เสี่ยเปีย" เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวต้นไทร ใน จ.อุทัยธานี จะสารภาพว่า ลงมือฆ่าหั่นศพผู้ตายตามลำพัง โดยใช้มีดปังตอ เป็นอุปกรณ์ในการหั่นแยกชิ้นส่วนอวัยวะของผู้ตายออกจากกันก็ตาม

                         "ผู้ตายมีรูปร่างสูงใหญ่ เป็นเรื่องยากที่ผู้ต้องหารายนี้จะหั่นศพแยกชิ้นส่วนออกจากกันได้ตามลำพังโดยไม่มีบุคคลอื่นช่วยเหลือ ซึ่งในทางการสืบสวนมีข้อมูลแล้วว่าใครอยู่ในข่ายต้องสงสัย แต่ยังขาดพยานหลักฐาน" แหล่งข่าวในชุดสืบสวน ให้ข้อมูล

                         ส่วนข้อสงสัยว่าผู้ตายถูกหั่นศพขณะยังมีลมหายใจหรือเสียชีวิตไปแล้ว?...คลี่คลายลงหลังจากตำรวจตรวจพบกะโหลกศีรษะของผู้ตาย ซึ่งถูกคนร้ายเผาไฟและนำมาทิ้งไว้ในสระน้ำบ้านโนนสูง ต.หนองเต่า อ.เมือง จ.อุทัยธานี ซึ่งจุดดังกล่าวอยู่ห่างจากบ้านพักของนายประดิษฐ์ หรือ "เสี่ยเปีย" ประมาณ 10 กิโลเมตร

                         การค้นพบศีรษะของผู้ตาย เกิดขึ้นหลังจาก "เสี่ยเปีย" จำนนต่อหลักฐานจึงยอมรับสารภาพว่า ลงมือสังหารนายเกรียงไกรจริง หลังจากทะเลาะกันอย่างรุนแรง จึงใช้ปืนขนาด .38 จ่อยิงเข้าศีรษะผู้ตาย 1 นัด หลังจากนั้นจึงลงมือหั่นศพแยกชิ้นส่วนไปทิ้งอำพรางคดี

                         หลังจากนายเกรียงไกรสิ้นใจตายแล้ว ได้ตัดคอ แยกส่วนศีรษะออกจากลำตัว แล้วลงมือเผา แต่ไฟไหม้อวัยวะส่วนนี้ไม่หมดเหลือส่วนของกะโหลกจึงนำใส่ถังน้ำพลาสติกไปโยนทิ้งที่สระน้ำบ้านโนนสูง

                         ทันทีที่ "เสี่ยเปีย" ยอมรับสารภาพ ตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.ปัญญา นาควิเชียร รอง ผบก.ภ.จว.ชัยนาท ได้ควบคุมตัว "เสี่ยเปีย" ไปชี้จุดที่โยนกะโหลกศีรษะนายเกรียงไกรลงในสระน้ำ เพื่อยืนยันคำรับสารภาพ

                         เมื่อไปถึงสระน้ำแห่งนี้ก็พบกะโหลกศีรษะมนุษย์ลอยอยู่ริมสระน้ำ ห่างจากถังน้ำพลาสติกสีดำประมาณ 1 เมตร "เสี่ยเปีย" ยืนยันว่าเป็นภาชนะที่ใช้บรรจุกะโหลกศีรษะนายเกรียงไกรที่นำมาโยนทิ้ง

                         กะโหลกศีรษะดังกล่าว ถูกส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานกลางตรวจสอบดีเอ็นเอยืนยันพบว่าตรงกับนายเกรียงไกร และเมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดก็พบรอยกระสุนปืนขนาด .38 ปรากฏอยู่อย่างเด่นชัด ซึ่งรอยกระสุนดังกล่าวชี้ชัดว่า นายเกรียงไกร เสียชีวิต เพราะกระสุนนัดนี้ และเสียชีวิตก่อนที่จะถูก "หั่นศพ" แยกชิ้นส่วนอวัยวะออกจากกัน 

                         "เสี่ยเปีย" รับสารภาพด้วยว่า สถานที่ที่ใช้สำหรับลงมือหั่นศพเหยื่อคือบ้านเลขที่ 41/1 หมู่ 3 ต.ดอนขวาง อ.เมือง จ.อุทัยธานี ซึ่งเป็นบ้านพักของ "เสี่ยเปีย" เอง ซึ่งสอดคล้องกับการตรวจค้นของตำรวจก่อนหน้านั้น ที่พบหลักฐานสำคัญหลายอย่างภายในบ้านหลังนี้ ทั้งเศษชิ้นส่วนที่ถูกเผาหลังบ้าน ผ้าปูที่นอนเปื้อนคราบเลือด และถุงดำ 3 ใบ มีขนาดเดียวกับถุงดำที่บรรจุชิ้นส่วนของนายเกรียงไกร ซึ่งถูกพบใน จ.ชัยนาท

                         "รู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊ก ก่อนคบหากันมากว่า 1 ปี ผมส่งเสียเลี้ยงดูมาตลอด ซื้อรถและผ่อนคอนโดให้ รวมถึงให้เงินใช้จ่ายประจำวันด้วย เสียเงินไปแล้วหลายแสนบาท ก่อนเกิดเหตุเขามาหาขอเงินไปเสริมจมูก 20,000 บาท แต่ผมไม่ให้เพราะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว และคาดว่าเขามีคนอื่นด้วย แต่เขาไม่ยอมขู่ว่าหากผมไม่ให้เงินเขาจะนำคลิปที่มีเพศสัมพันธ์กันลงเว็บยูทูบ ทำให้มีปากเสียงกันอย่างหนัก ผมโมโหสุดขีดจึงใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยิงเข้าศีรษะ 1 นัด จนถึงแก่ความตาย" นายประดิษฐ์ บอกตำรวจถึงสาเหตุที่ต้องสังหารนายเกรียงไกร พร้อมกับย้อนเล่าถึงช่วงเวลาในการหั่นศพผู้เสียชีวิตว่า

                         นายเกรียงไกร เป็นบุคคลรูปร่างสูงใหญ่ จึงใช้มีดปังตอในบ้านหั่นศพออกเป็นชิ้นๆ ใช้เวลาในการหั่นศพไปกว่า 4 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. ถึงเวลา 12.00 น. วันที่ 17 เมษายน โดยได้แยกส่วนแขนและขาออกจากลำตัว บรรจุ 1 ถุง และลำตัวอีก 1 ถุง นำไปทิ้งที่ จ.ชัยนาท ส่วนศีรษะนำไปเผาหลังบ้าน ที่เหลือจากการเผานำใส่ถังน้ำพลาสติกสีดำไปโดยทิ้งในสระน้ำบ้านโนนสูง หลังจากนั้นได้ขับรถยนต์มิตซูบิชิของผู้ตายไปจอดทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลลาดยาว จ.นครสวรรค์   

                         รถยนต์มิตซูบิชิคันดังกล่าว เป็นเบาะแสสำคัญที่ทำให้ตำรวจปิดคดีนี้ได้ เพราะหลังจากนายประดิษฐ์นำไปจอดไว้ใกล้กับโรงพยาบาลลาดยาว ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบพบรอยนิ้วมือผู้ต้องสงสัยที่กระจกรถฝั่งคนขับ (ด้านใน) และดีเอ็นเอ ที่คันดึงเปิดฝาถังน้ำมัน ตรวจสอบแล้วพบว่าทั้งรอยนิ้วมือ และดีเอ็นเอ ตรงกับนายประดิษฐ์

                         หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจพบในรถยนต์มิตซูบิชิคันนี้ ถูกส่งต่อให้ตำรวจชุดคลี่คลายคดี นำไปสู่ขั้นตอนการซักถามผู้ต้องสงสัย กระทั่งนายประดิษฐ์รับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน ว่าลงมือสังหารและหั่นศพนายเกรียงไกรจริงเพราะโมโห ที่ถูกผู้ตายข่มขู่จะแฉคลิปลับ โดยนายประดิษฐ์อ้างว่าลงมือสังหารและหั่นศพผู้ตายเพียงลำพังไม่มีบุคคลอื่นช่วยเหลือ

                         พล.ต.ท.จรัมพร ให้ข้อมูลถึงประเด็นดังกล่าวว่า เป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะให้การอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ก็เป็นหน้าที่ของตำรวจเช่นกันที่จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ให้มีความรอบคอบรัดกุม และต้องตรวจสอบประเด็นข้อสงสัยต่างๆ ให้กระจ่าง อย่างเช่นคดีนี้ บาดแผลที่พบในศพผู้ตายโดยเฉพาะรอยตัดกระดูกมีลักษณะราบเรียบ ซึ่งพิจารณาจากร่องรอยแล้วน่าจะถูกคมเลื่อย ซึ่งขัดกับคำให้การของผู้ต้องหาที่อ้างว่าใช้มีดปังตอเป็นอุปกรณ์หั่นศพ เพราะบาดแผลที่ถูกเฉือนหรือสับจากมีดปังตอนั้น น่าจะเป็นรอยหยัก หรือร่องรอยการแตกหักของชิ้นกระดูก ทั้งนี้ตำรวจจะดำเนินการตรวจพิสูจน์เรื่องนี้ให้มีความชัดเจน

                         เช่นเดียวกับประเด็นข้อสงสัยที่ว่า ผู้ตายเป็นคนรูปร่างใหญ่ เป็นเรื่องยากที่ผู้ต้องหารายนี้จะหั่นศพแยกชิ้นส่วนได้ตามลำพังโดยไม่มีบุคคลอื่นช่วยเหลือ ซึ่งตำรวจจะตรวจสอบประเด็นดังกล่าวอย่างละเอียดเช่นกัน หากพบหลักฐานทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานบุคคล หรือสิ่งอื่นใดก็แล้วแต่ที่จะยืนยันได้ว่ามีใครร่วมด้วย ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายกับบุคคลเหล่านั้นทันที

 

 

----------------------

(คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : รอยนิ้วบนกระจกรถ ปิดคดีหั่นศพหนุ่มแบงก์ (2) : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ)