ส.ป.ก.ร่วมปั้นยุวเกษตรกรไทยรุ่นใหม่
ส.ป.ก.ร่วมปั้นยุวเกษตรกรไทยรุ่นใหม่ ผ่าน3ตัวแทนไปฝึกงานแดน'ปลาดิบ' : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
การสร้างรากฐานความรู้และประสบการณ์ให้แก่เกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ ยุวเกษตรกร อาจมิใช่เพียงการศึกษาจากเกษตรกรต้นแบบในพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่การหาประสบการณ์ในต่างแดนเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เล็งเห็นถึงความสำคัญ และได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยการส่งผู้นำเยาวชนเกษตรไทยไปอยู่กับครอบครัวเกษตรกรชาวญี่ปุ่น ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากสภาแลกเปลี่ยนทางการเกษตรแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Agricultural Exchange Counil: JAEC) ที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2526 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
ทั้งนี้ มีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วมถึง 5 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ สถาบันวิจัยและพัฒนาเกษตรที่สูง (องค์การมหาชน) และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เพื่อคัดเลือกเยาวชนเกษตรในส่วนที่รับผิดชอบเพื่อเป็นตัวแทนเดินทางไปฝึกงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น ในสาขาต่างๆ ได้แก่ การปลูกข้าว การทำสวนผัก ไม้ตัดดอก ไม้กระถาง การทำเรือนเพาะชำ ไม้ล้อม การปลูกไม้ผล เช่น ส้ม แอปเปิ้ล แพร์ องุ่น และการทำปศุสัตว์ ได้แก่ การเลี้ยงสุกร เป็นต้น ในระยะเวลา 11 เดือน
ในส่วนของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) นั้น เพิ่งเข้าร่วมโครงการฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรกรไทยในครอบครัวเกษตรกรญี่ปุ่น ในปี 2552 ปัจจุบันมีเยาวชนเกษตรที่ผ่านการฝึกอบรมแล้ว 4 รุ่น จำนวน 23 คน โดยในปีนี้มีเยาวชนเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินที่ผ่านการคัดเลือกให้เดินทางไปฝึกงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 3 คน ได้แก่ โสภณ เรียนเกิด ยุวเกษตรกรจาก จ.ลพบุรี ขวัญนภา เทศชารี ยุวเกษตรกรจาก จ.ขอนแก่น และ จุฑารัตน์ เสียมคำปัง ยุวเกษตรกรจาก จ.นครราชสีมา
“การคัดเลือกยุวเกษตรกรของ ส.ป.ก.เพื่อเป็นตัวแทนเข้าร่วมในโครงการนี้จะเน้นยุวเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ มีทักษะทางด้านภาษา และที่สำคัญคือต้องมีความอดทนค่อนข้างสูง เนื่องจากต้องจากบ้านไปถึง 11 เดือน เพื่อไปอยู่กับครอบครัวเกษตรกรชาวญี่ปุ่น”
ดร.วีระชัย นาควิบูลย์วงศ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ย้อนที่มาของโครงการนี้โดยมีเป้าหมายเพื่อจะช่วยสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ของไทยที่มีศักยภาพ เพราะการได้ไปสัมผัสและเรียนรู้การจัดการทางด้านเกษตรของญี่ปุ่น ช่วยเปิดโลกทัศน์และมุมมองใหม่ๆ ในการทำเกษตรกรรม เยาวชนไทยจะได้เรียนรู้เทคนิควิธีการต่างๆ ของชาวญี่ปุ่น ได้นำมาพัฒนาต่อยอดอาชีพของตนเองได้ และถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเกษตรกรญี่ปุ่น โดยผู้ที่ผ่านโครงการนี้ส่วนใหญ่สามารถพัฒนาอาชีพของตนเองกลายเป็นผู้นำชุมชนในพื้นที่ และเป็นต้นแบบให้แก่คนรุ่นใหม่ได้เดินรอยตาม
"เป้าหลักของโครงการเพื่อให้เยาวชนไทยได้มีโอกาสฝึกงานและปฏิบัติจริงในฟาร์มของเกษตรกรชาวญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จ ได้เรียนรู้การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ การบริหารจัดการ และระบบการรวมตัวเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพของกลุ่มเกษตรกรญี่ปุ่น นำประสบการณ์ ความรู้ ความชำนาญที่ได้รับจากการฝึกงานจริง ตลอดจนแนวความคิดมาปรับใช้ในการพัฒนาอาชีพด้านการเกษตรของตนเองในประเทศไทย รวมถึงได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมประเพณีเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันของทั้งสองประเทศ" เลขาธิการ ส.ป.ก.กล่าว
จุฑารัตน์ เสียมคำปัง ยุวเกษตรกรจากจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งผ่านการคัดเลือกเป็นตัวแทนไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า เริ่มรู้จักโครงการนี้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ที่สนใจเนื่องจากเป็นโครงการที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายและให้โอกาสได้ไปฝึกงานกับครอบครัวของเกษตรกรชาวญี่ปุ่น ได้เรียนรู้เกี่ยวการทำเกษตร วิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่น และพัฒนาทักษะทางด้านภาษาที่เพิ่มขึ้น
"ส่วนตัวชอบแนวคิดของชาวญี่ปุ่นที่ล้ำหน้า และน่าจะเป็นประโยชน์ในการนำมาปรับใช้กับกิจการฟาร์มปศุสัตว์ของครอบครัวให้พัฒนาดีขึ้น และในอนาคตอาจจะพัฒนาพื้นที่ให้เป็นศูนย์การเรียนของเด็กๆ ในชุมชนด้วย หรืออาจพัฒนาพื้นที่ว่างเปล่าเพื่อการปลูกพืชผลให้ได้คุณภาพ" จุฑารัตน์เผยความตั้งใจ
ในขณะที่ ขวัญนภา เทศชารี ยุวเกษตรกรจาก จ.ขอนแก่น ยอมรับว่านับเป็นโอกาสที่ดีที่ได้ไปฝึกงานที่ญี่ปุ่น เพื่อจะได้เรียนรู้การดำเนินชีวิตของชาวญี่ปุ่นว่าเป็นอย่างไร โดยเฉพาะเทคนิคการปลูกผักให้ประสบความสำเร็จ เพื่อนำมาพัฒนาแปลงผักของศูนย์การเรียนรู้ในชุมชน ที่ยังประสบปัญหาให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น
เช่นเดียวกับ โสภณ เรียนเกิด ยุวเกษตรกรจาก จ.ลพบุรี มองว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมากทำให้ได้มีโอกาสไปฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่น โดยเรื่องที่สนใจเป็นพิเศษคือ การปลูกผักแบบไม่ใช้ดิน การทำปุ๋ยไว้ใช้เอง ระบบการจัดการน้ำ และการให้ประโยชน์จากสิ่งของเหลือใช้
นับเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ดีของยุวเกษตรกรไทยที่ได้รู้จักภาคการเกษตรในวิถีของชาวญี่ปุ่น ทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสให้เด็กรุ่นใหม่ที่มีใจรักในอาชีพเกษตรกรได้พัฒนาตนเอง พัฒนาชุมชน ตลอดจนการพัฒนาภาคการเกษตรของไทยให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
.................................................
( ส.ป.ก.ร่วมปั้นยุวเกษตรกรไทยรุ่นใหม่ ผ่าน3ตัวแทนไปฝึกงานแดน'ปลาดิบ' : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



