
ระทึก!กู้บึ้มถังดับเพลิง20กก.ที่นราฯ
จนท.กู้ระเบิดถังดับเพลิง 20 ก.ก.ระทึกที่สุไหงปาดี จ.นราธิวาส คาดหวังถล่มซ้ำ ด้าน 'โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า' แถลงคนร้ายปล้นแบงค์ที่ปัตตานีโยงกลุ่มก่อเหตุรุนแรง
เมื่อเวลา 10.45 น.วันที่ 1 มิถุนายน พ.ท.ปัญญา ตั้งความเพียร ผบ.ฉก.นราธิวาส 35 รับแจ้งจาก ร.อ.วนสัณห์ โพธิสุภาพ ผบ.ร้อย ร.1214 ฉก.นราธิวาส 35 ซึ่งตั้งฐานปฏิบัติการอยู่บริเวณโรงงานกระดาษเก่า ในพื้นที่ ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ว่าในขณะที่ จ.ส.อ.วราสิทธิ์ จิตรไธสง หน.ชุดลาดตระเวน หมวดปืนเล็กที่ 2 ร้อย ร.1214 ฉก.นราธิวาส 35 ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชานำกำลังพร้อมลูกน้องรวม 6 นายออกเดินเท้าลาดตระเวนออกจากฐานปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทางในพื้นที่ ม.3 บ.บาโงบือราแง ต.โต๊ะเด็ง หลังเกิดเหตุคนร้ายจุดชนวนหวังสังหาร ร.อ.วนสัณห์ ผบ.ร้อย ร.1214 พร้อมลูกน้องรวม 12 นายขณะออก รปภ.ครูในพื้นที่เดียวกัน เหตุเกิดช่วงบ่ายของวันที่ 31 พ.ค.56 ที่ผ่านมา เคราะห์ดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด และในขณะที่ จ.ส.อ.วราสิทธิ์ หน.ชุดลาดตระเวน หมวดปืนเล็กที่ 2 พร้อมลูกน้องเดินเท้าถึงบริเวณถนนสายโต๊ะเด็ง ห่างจากที่ทำการ อบต.โต๊ะเด็งประมาณ 100 เมตรและห่างจากจุดเกิดเหตุระเบิดเมื่อวานนี้ประมาณ 300 เมตร ได้พบเห็นวัตถุต้องสงสัยฝังไว้ใต้ผิวถนนที่ชำรุด จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบเพื่อเข้าพิสูจน์ทราบ
ต่อมา พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตร ผกก.สภ.สุไหงปาดี พ.ท.ปัญญา ผบ.ฉก.นราธิวาส 35 พ.ท.อิศรา จันทะกระยอม รอง ผบ.กรมทหารพรานที่ 48 พร้อมด้วย ร.ต.ผล ยอดใจ หน.ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ฉก.อโณทัยเดินทางเข้าตรวจสอบโดยได้กันพื้นที่โดยรอบไว้เพื่อความปลอดภัย และตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือทุกระบบ ก่อนเข้าตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบไว้ในถังดับเพลิง หนักประมาณ 20 ก.ก.เตรียมจุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารไอคอม และมีสภาพพร้อมใช้งาน เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้ปืนแรงดันน้ำยิงทำลายจำนวน 2 ครั้งเพื่อความมั่นใจและสามารถทำการเก็บกู้ไว้ได้สำเร็จ
พ.อ.ปัญญา ผบ.ฉก.นราธิวาส 35 เปิดเผยว่า ระเบิดลูกนี้คาดว่าคนร้ายวางกับดักไว้ตั้งแต่เมื่อวานนี้ เพื่อหวังสังหารเจ้าหน้าที่กองกำลังที่เข้าตรวจสอบเหตุระเบิด ผบ.ร้อย ร.1214 และเป็นเส้นทางที่คนร้ายคาดว่าเจ้าหน้าที่จะใช้เป็นเส้นทางขากลับ แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่เลี่ยงเส้นทางบังคับทำให้เป้าหมายของคนร้ายพลาด และคงรอเตรียมจุดชนวนสังหารชุด รปภ.ครูในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ซึ่งโชคดีที่ลูกน้องของตนเองลาดตระเวนพบเสียก่อนที่จะมีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ยันปล้นแบงค์ปัตตานีโยงกลุ่มก่อเหตุรุนแรง
เมื่อเวลา 09.45 น. พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีกลุ่มคนร้ายปล้นธนาคารกสิกรไทย สาขาปาลัส อ.อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เสียชีวิต 1 คน ได้รับบาดเจ็บ 1 คน และราษฎรได้รับบาดเจ็บ 1 คน ส่วนคนร้ายถูกเจ้าหน้าที่ยิงตอบโต้ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 คน ใกล้กันพบอาวุธปืน พกสั้น ขนาด 9 มิลลิเมตร 1 กระบอก จักรยานยนต์ 1 คัน และรถยนต์ปิคอัพ 1 คัน พร้อมทั้งได้โปรยตะปูเรือใบตามเส้นทางเพื่อป้องกันการไล่ติดตามของเจ้าหน้าที่ เป็นเหตุให้รถของชาวบ้านที่สัญจรไปมาได้รับความเสียหายกว่า 10 คัน ดังที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น
“กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บทั้ง 2ฝ่าย กับทั้งขอชื่นชมในวีรกรรมอันกล้าหาญของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และจากการตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ คนร้ายที่เสียชีวิต คือ นายมะตอเห มุสลิมิน อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 5 ต.กะดุนง อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เป็นญาติกับนายรอฟีอี มุสลิมิน ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่เคลื่อนไหวก่อเหตุ ในพื้นที่ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกัน ส่วนอาวุธปืนพกสั้น ตรวจสอบแล้ว หมายเลข กข 54295703 ซึ่งผู้ครอบครองคือ นายมะยูโซ๊ะ ดอเลาะ อายุ 55 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ตำบลปะนาเระ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ซึ่งถูกคนร้าย ยิงเสียชีวิต ณ หน้ามัสยิดบ้านปะนาเระ เมื่อ 3 สิงหาคม 55” พันเอกปราโมทย์ กล่าว
โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวต่อว่า สำหรับรถยนต์ปิคอัพ ยี่ห้อ มาสด้า 4ประตู สีน้ำตาล ทะเบียน กข 7968 ปัตตานี ซึ่งเป็นทะเบียนปลอม ของกลุ่มผู้ก่อเหตุ ซึ่งถูกยิงล้อยางแตกทั้ง 4 ล้อ จอดห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร ภายในรถยนต์พบปลอกกระสุน ขนาด 9 มิลลิเมตร จำนวนหนึ่ง และพบกองเลือดจำนวนมาก จากการตรวจสอบพบว่าเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาจากองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำบ่อ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี เมื่อ 8พฤษภาคม 56 ทะเบียนเดิม กข 5193 ปัตตานี
“การกระทำดังกล่าวทำให้สังคมมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงมากขึ้น เพราะนอกจากจะสร้างสถานการณ์ความรุนแรง และละเมิดสิทธิมนุษยชนมาอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังมีหลักฐานเชื่อมโยงกลุ่มธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น ยาเสพติด น้ำมันเถื่อน รวมทั้งการเป็นอาชญากรปล้นธนาคารในครั้งนี้อีกด้วย การใช้มาตรการทางกฎหมาย และการเข้าจัดการกับปัญหาภัยแทรกซ้อนอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มทุนที่ให้การสนับสนุนผู้ก่อเหตุรุนแรง จึงจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อความอยู่รอดของกลุ่มปฏิบัติการในพื้นที่ เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่มีงานทำ และไม่มีรายได้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า จึงขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs), ภาคประชาสังคม, กลุ่มเครือข่ายต่างๆ, ผู้นำศาสนา และพี่น้องประชาชน ได้ร่วมกันประณาม และแสดงพลังบริสุทธิ์ต่อต้านการใช้ความรุนแรงของ ผู้ก่อเหตุรุนแรงในทุกรูปแบบ เพื่อนำพาสันติสุข ที่ทุกคนใฝ่หากลับคืนสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป” พันเอกปราโมทย์ กล่าว
.



