ข่าว

เสียงครวญ!ค่าโดยสารขึ้นปรับ-สวนทางค่าแรง

เสียงครวญ!ค่าโดยสารขึ้นปรับ-สวนทางค่าแรง

01 มิ.ย. 2556

เสียงครวญผู้ใช้บริการรถสาธารณะ ค่าโดยสารขึ้นปรับ-สวนทางค่าแรง : กชพร แสงเงินรายงาน


               ปัญหาปากท้องค่าครองชีพ โดยเฉพาะผู้ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าบีทีเอส รถสองแถว และเรือโดยสาร ตั้งแต่ช่วงกลางปีนี้ คงต้องควักเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้นสำหรับการเดินทางไปทำงาน แม้ว่าคนมีรถส่วนตัวยังเตรียมรับมือเช่นกัน เนื่องจากการปรับขึ้นค่าทางด่วน

               ทีมข่าว "คม ชัด ลึก" จึงลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นประชาชนผู้ที่ใช้รถไฟฟ้าบีทีเอส ทั้งขาประจำและขาจร พ.ต.ท.บุรินทร์ ยมจินดา สารวัตรกองกับการ 6 กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในวงราชการ (สว.กก.6.ปปป.) ระบุว่า การขึ้นราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสแม้ว่าจะขึ้นแค่ 2 บาท แต่สำหรับประชาชนที่โดยสารเป็นประจำทุกวันทั้งไปและกลับ น่าจะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

               พ.ต.ท.บุรินทร์ มองว่า การขึ้นราคาค่าโดยสารเป็นการผลักภาระให้ประชาชน และส่งผลกระทบทางอ้อมด้วย โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยจะใช้บริการรถไฟฟ้าน้อยลง อยากให้รัฐบาลเข้ามาดูแลเรื่องนี้ให้มากยิ่งขึ้น เพราะส่วนตัวเคยใช้บริการอยู่เป็นประจำในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เห็นถึงความสะดวกรวดเร็วและมีประโยชน์มาก โดยเฉพาะกับการบริหารเวลาในการเดินทางไปปฏิบัติราชการหรือทำธุระส่วนตัว อย่างไรก็ตาม ก็จำเป็นต้องใช้มันอยู่ดี แม้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแต่ก็แลกกับความสะดวก เพราะเราใช้ทุกวันจากอ่อนนุชไปลงสะพานตากสิน

               สรารัตน์ สิริธนสาร นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เล่าว่า ช่วงนี้ยังไม่ค่อยมีผลกระทบ ยังอยู่ในช่วงปิดเทอม ถ้าเปิดเทอมมีผลกระทบแน่ๆ เพราะว่าไม่มีรายได้ ยังต้องขอเงินผู้ปกครองอยู่ ต้องขอเงินเพิ่ม

               "ที่เลือกใช้บีทีเอส เพราะว่ารวดเร็ว แต่ราคามันก็แพงเกินไป ถ้าไปหลายๆ คนเลือกไปแท็กซี่ดีกว่า เพียงแต่ว่ามันก็รถติด อยากให้ลดราคาให้ถูกลงกว่านี้สักนิด เพราะว่าตอนนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี รายรับน้อย รายจ่ายยังจะเยอะตามขึ้นมาอีก ถ้าขึ้นราคาค่าโดยสารก็ต้องเพิ่มเงินเดือนขึ้นอีก และถ้าเงินเดือนเพิ่มค่าใช้จ่ายอื่นๆ จะเพิ่มขึ้นตามไปเรื่อย มันเป็นตามกลไก" เป็นเสียงสะท้อนจาก ณัฐรวิภาส เข็มวงทอง พ่อครัวร้านอาหาร

               ส่วนผู้ที่ใช้บัตรรายเดือนอย่าง สกล พิทักษ์สกา พนักงานบริษัท บอกว่า ราคาค่าโดยสารขึ้นค่าใช้จ่ายก็ต้องมากขึ้น เพราะปกติเติมบัตรอยู่แล้วก็ราคากว่า 300 บาท เปลี่ยนขึ้นมาเป็นประมาณ 400 บาท มีผลกระทบหลายอย่าง จึงต้องประหยัดมากขึ้น

               "ผมเข้าใจว่าต้องขึ้นราคา แต่บางทีถ้าขึ้นน้อยกว่านี้หน่อยหรือค่อยๆ ขึ้นน่าจะดีต่อประชาชนมากกว่า ผมอยากให้ปรับปรุงในชั่วโมงเร่งด่วน ถึงแม้ว่าจะมีการเพิ่มโบกี้รถไฟฟ้า แต่ยังไม่พอ มันเบียดกันเกินไปและให้เพิ่มความเร็วมากกว่านี้ เพราะคนที่ใช้ก็ต้องเลือกเพราะความเร่งด่วน ไม่อย่างนั้นเขาคงเลือกที่จะไปขึ้นรถเมล์" สกล เสนอ

               เช่นเดียวกับ ณัฐชา จตุพรม นักศึกษา บอกว่า ค่ารถไฟฟ้าบีทีเอสที่ปรับขึ้นทำให้ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย รายได้ก็เท่าเดิม เป็นผลกระทบมาก ยิ่งช่วงตอนเช้ากับตอนเย็นเป็นเวลาเร่งด่วน แต่รถไฟฟ้าชอบค้างและเหมือนนานมากกว่าแต่ละขบวนจะมา อยากให้ปรับเปลี่ยนให้ตรงกับเวลาด้วย

               "รถไฟฟ้าคนก็ขึ้นเยอะ ไม่น่าจะขึ้นราคาเลย เพราะว่ากำไรก็น่าจะได้อยู่แล้ว จริงๆ ยังไม่อยากให้ขึ้น เพราะว่าค่าแรงค่าเงินเดือนก็ยังไม่ขึ้นตามไปด้วย อีกอย่างตอนนี้ได้ดูข่าวว่ามีโรคจิต ห่วงตรงนี้ ยิ่งเราใช้เป็นประจำ การขึ้นราคามีผลกระทบแน่นอน แต่ยังเลือกใช้ เพราะว่าสะดวก ถ้าขึ้นราคาอยากให้ขึ้นตามค่าแรงด้วย เพราะว่าบางคนก็อาจจะหันมาใช้รถเมล์กัน" ณัฐชากล่าว

               หลากหลายความคิดเห็นกันไปเกี่ยวกับการขึ้นราคาค่าโดยสาร หลายคนบอกว่า ขึ้นราคามากเกินไป บางคนบอกว่าสมควรแล้ว แต่ถ้าขึ้นแล้วก็ควรปรับปรุงการบริการให้มากขึ้นกว่าเดิมด้วย ส่วนมากก็เข้าใจ อีกทั้งยังมีข่าวโรคจิตที่ผ่านมา จึงอยากได้รับความปลอดภัยมากกว่าเดิม แต่ถ้ามีการปรับราคาค่าโดยสารมากเกินไปต้องหันไปใช้รถประจำทางที่ประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่า

...............................

(หมายเหตุ : เสียงครวญผู้ใช้บริการรถสาธารณะ ค่าโดยสารขึ้นปรับ-สวนทางค่าแรง : กชพร แสงเงินรายงาน)