
อบต.ท่าหลวงเตรียมสร้างบ้านให้น้องต่าย
อบต.ท่าหลวง เตรียมสร้างบ้านช่วยเหลือครอบครัวน้องต่าย ส่วนตำรวจสั่งตรวจชื่อเจ้าของรถ จยย. หาตัวคนร้ายก่อเหตุฉกเงินบริจาค
ความคืบหน้ากรณี ด.ญ.อังคณา แสงสุนทร หรือ "น้องต่าย" อายุ 9 ปี เด็กยอดกตัญญูที่ต้องนำผักผลไม้จากจังหวัดพิจิตรไปขายของที่ตลาดสถานีรถไฟ จ.พิษณุโลก ทุกวันหลังเลิกเรียน เพื่อหาเงินจุนเจือครอบครัวและมารดาที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม กระทั่งถูกโจรฉกกระเป๋าเงินที่ได้รับบริจาคจากผู้ใจบุญ
ล่าสุด พล.ต.ต.ชวลิต ชาญเวช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร เปิดเผยความคืบหน้าในการติดตามคดีว่า ในขณะนี้ตนเองได้ลงมาดูความคืบหน้าด้วยตนเอง พร้อมตั้งชุดเฉพาะกิจพิเศษขึ้นมา 1 ชุดเพื่อคลี่คลายคดี ซึ่งประกอบไปด้วยเจ้าหน้าตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน จาก สภ.เมืองพิจิตร และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร จำนวนเกือบ 20 นายเพื่อเร่งคลี่คลายคดีนี้ให้ได้ เพราะการที่คนร้ายฉกกระเป๋าคนที่เดือดร้อนและกำลังจะจมน้ำเป็นการซ้ำเติมคนจนที่กำลังจะรอดตาย ซึ่งตำรวจต้องจับคนร้ายให้ได้โดยเร็วเพื่อไม่ให้เกิดเยี่ยงอย่างต่อไป โดยในขณะนี้เราได้สั่งให้ตำรวจ หารายชื่อผู้ที่ครอบครองรถยี่ห้อย่ามาฮ่า รุ่นฟีโน่ ในจังหวัดพิจิตร ทุกคนมาทำการตรวจสอบว่ามีใครน่าจะเกี่ยวข้องบ้างแล้ว รวมถึงสั่งให้ตรวจยึดรถทุกคันที่ไม่ติดป้ายทะเบียนมาทำการตรวจสอบ
ด้านการช่วยเหลือ นายนำพล เสมาทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าหลวง อ.เมือง จ.พิจิตร เปิดเผยว่า ครอบครัวของนางสมพงษ์และน้องต่ายน่าสงสารมาก โดยที่ผ่านมาองค์การบริหารส่วนตำบลท่าหลวงได้ให้ความช่วยเหลือครอบครัวนี้โดยเฉพาะค่าเบี้ยผู้ด้อยโอกาสตั้งแต่ปี 2550 ที่ผ่านมาเดือน ละ 500 บาท นอกจากนั้นยังจะสร้างบ้านเทิดไท้องค์ราชันย์ มูลค่า 100,000 บาทให้ แต่ติดปัญหาในช่วงนั้นสภาได้ผ่านงบประมาณไปหมดแล้ว ประกอบกับทาง อบต.ทราบข้อมูลล่าช้า เนื่องจากมีแกนนำหมู่บ้าน ที่อยู่ใกล้ชิดกันพยายามปิดบังข้อมูล แม้กระทั่งการสำรวจข้อมูลพื้นฐาน ยังไม่มีรายชื่อของนางสมพงษ์อยู่ในกลุ่มผู้ยากจน หรือการตรวจสอบ สุขภาพ ของ อสม นางสมพงษ์ก็จะไม่ได้รับการตรวจสอบจากการถูกกีดกันจากแกนนำหมู่บ้าน
นายสมพล ยังกล่าวอีกว่า อีกไม่เกิน 10 วันนี้ ทางองค์การบริหารส่วนตำบลจะทำการเรียกประชุมสภา เพื่อสร้างบ้านท้องถิ่นไทยเทิดไท้องค์ราชันย์ ให้กับครอบครัวน้องต่าย ซึ่งมีการตั้งเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ต้นปี 51 ที่ผ่านมาแล้ว



