
'เจษฎา'สร้างความมั่นคง-ยั่งยืนให้ชุมชน
'เจษฎา ตันติบัญชาชัย' สร้างความมั่นคง-ยั่งยืนให้ชุมชน : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น
เจษฎา ตันติบัญชาชัย นายกเทศมนตรีตำบลเขื่อนอุบลรัตน์ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ได้เล็งเห็นจุดแข็งของพื้นที่ จึงได้มุ่งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวควบคู่กับความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ที่เปลี่ยนแปลงบทบาทของชุมชนที่มิใช่เป็นเพียงแค่ผู้ตาม ปรับทิศทางตามที่ผู้บริหารต้องการให้เป็น แต่สำหรับชุมชนอุบลรัตน์ทั้ง 10 แห่ง มีส่วนร่วมกำหนดนโยบายการพัฒนาด้วยตนเอง มีทิศทางการพัฒนาที่เป็นหนึ่งเดียวกัน โดยเฉพาะส่งเสริมการท่องเที่ยว พัฒนาระบบให้สอดคล้อง ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี สร้างรายได้ให้ชุมชนอีกทางหนึ่ง
เทศบาลได้รับความร่วมมือจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ทำให้เขื่อนอุบลรัตน์เป็นแหล่งท่องเที่ยว จึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้ยั่งยืนมากขึ้น โดยจัดเทศกาลท่องเที่ยวสำคัญให้มีจุดขาย โดยส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีควบคู่ไปด้วย จนเป็นกิจกรรมที่ได้รับการบรรจุในปฏิทินท่องเที่ยวประจำปีของ ททท. คือ เทศกาลตักบาตรเทโววันขึ้น 1 ค่ำเดือน 11 ของทุกปี ที่วัดพระบาท มีหลวงพ่อขาว องค์พระใหญ่ ตั้งอยู่บนยอดเขาภูพานคำ บันไดสูง 1,049 ขั้น ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวพุทธศาสนิกชนจากทั่วสารทิศมาร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 3 หมื่นคน
นอกจากนี้ยังมีเทศกาลสงกรานต์ถนนคนพองหนีบ เทศกาลบุญบั้งไฟ นอกจากเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวประจำปีแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของคนในชุมชนให้มีความสามัคคี ลดความขัดแย้งลง โดยเฉพาะกิจกรรมแห่บั้งไฟ ซึ่งจัดช่วงต้นเดือนมิถุนายนของทุกปี ทำให้มีการลงทุนเพื่อให้ขบวนยิ่งใหญ่ที่สุด มีการเรี่ยไรเงินชาวบ้าน เพื่อว่าจ้างนางรำ หรือ ขบวนแห่จากคนนอกพื้นที่ รวมทั้งซื้อบั้งไฟให้อลังการ ซึ่งถือเป็นการสิ้นเปลือง และยังเป็นการขัดแย้งกันอีก
นายกเจษฎา กล่าวเพิ่มเติมว่า การแก้ไขด้วยการละลายพฤติกรรม ทำมาต่อเนื่องตลอด 8 ปี ถึงวันนี้ความขัดแย้ง การแข่งขันเพื่อเอาชนะกันลดลง เนื่องจากมีเกณฑ์การตัดสิน คณะกรรมการจะต้องดูตั้งแต่เริ่มต้นการทำงานการเตรียมตัว จนถึงวันแห่ ไม่ต้องการให้ใช้เงินมากเกินความจำเป็น แต่ต้องการให้ใช้สิ่งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะคน เน้นที่การสร้างความสามัคคีของคนในชุมชน
เทศบาลยังมีโครงการใหญ่รองรับอยู่ คือ โครงการก่อสร้างหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ขอนแก่น ซึ่งเป็นหอดูดาวแห่งชาติ 1 ใน 5 แห่งของภูมิภาค อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง บนพื้นที่ 25 ไร่ หลังสำนักงานเทศบาล ซึ่งเป็นโครงการที่นายกเทศมนตรีพยายามผลักดันขอโครงการมาตั้งที่เทศบาลนานหลายปี จนกระทั่งเป็นผลสำเร็จ และจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการแหล่งเรียนรู้ด้านดาราศาสตร์สำคัญของภาคอีสาน
นายก กล่าวทิ้งท้ายว่า ในส่วนของปัญหา เนื่องจากในพื้นที่มีประชากรแฝงไม่น้อยกว่า 5,000 คน ทำให้เกิดปัญหาน้ำเสีย โดยเฉพาะข้อจำกัดของพื้นที่ และป้องกันการปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำธรรมชาติ ได้พยายามหาวิธีการแก้ปัญหาน้ำเสียนี้ โดยปรึกษากับสำนักงานสิ่งแวดล้อมที่ 10 จนได้ข้อสรุปว่า ระบบบำบัดน้ำเสียแบบธรรมชาติบำบัดมีความเหมาะสมที่สุด โดยได้แรงบันดาลใจโครงการตามแนวพระราชดำริแหลมผักเบี้ย จ.เพชรบุรี
ปี 2550 จึงได้ของบประมาณจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 2.7 ล้านบาท ดำเนินการก่อสร้างบนเนื้อที่ 7 ไร่ ออกแบบโดยอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรมสิ่งแวดล้อม ทำให้บริเวณบ่อบำบัดน้ำเสียของเทศบาลมีความแตกต่างจากที่อื่น โดยขุดร่องระบายน้ำหลายรูปทรงความลึก 1 เมตร เชื่อมต่อบ่อที่ปูพื้นด้วยแผ่นยาง 10 บ่อ ใช้หินแกรนิตใส่เป็นตัวกรองน้ำ นำต้นวัชพืชมาปลูก เช่น พุทธรักษา บอน ผักตบชวา ธูปฤๅษีและปลูกหญ้าแฝกไว้รอบบ่อกันตลิ่งพัง บริเวณโดยรอบออกแบบให้เป็นสวนสาธารณะพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งน้ำที่บำบัดจากบ่อใสสะอาดสามารถปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติได้ เป็นโครงการต้นแบบแห่งหนึ่งที่ภาคภูมิใจ มีหลายหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศมาดู นำเอาแนวคิดธรรมชาติบำบัดตามแนวพระราชดำรินี้ไปใช้ในองค์กร โดยเฉพาะที่ไต้หวัน ที่นำไปใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมอีกด้วย
..............................................
('เจษฎา ตันติบัญชาชัย' สร้างความมั่นคง-ยั่งยืนให้ชุมชน : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น)



